การที่นักศึกษาได้ตัดสินใจเข้ามาศึกษาในสาขาวิชาการปกครองท้องถิ่น อาจกล่าวได้ว่ารายวิชานี้เป้นรายวิชาที่เป้นประตูเปิดไปสู่ความเข้าใจในเนื้อหาสาระของสาขาวิชาที่พวกเราศึกษาอยู่ การจะทำความรู้จักหรือทำความเข้าใจในสาขาวิชาการปกครองท้องถิ่นต้องเริ่มจากการเข้าใจความหมายความสำคัญและหลักการต่าง ๆ ของการปกครองท้องถิ่นเสียก่อน

การปกครองท้องถิ่น: ความหมาย

มีผู้นิยามความหมายของการปกครองท้องถิ่นกันไว้อย่างหลากหลายากมาย แต่ถ้าจะกล่าวโดยสรุปที่สุดอาจกล่าวได้ว่า 

การปกครองท้องถิ่นคือการจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินรูปแบบหนึ่งที่ใช้หลักการการกระจายอำนาจ(decentralization) ที่มุ่งให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการปกครองตนเอง เอาธุระกับกิจการสาธารณะในท้องถิ่นของตนอย่างมีอิสระโดยรัฐทำหน้าที่เป็นผู้กำกับควบคุมให้เป็นไปตามกฎหมาย

จากความหมายข้างต้นทำให้เห้นได้ว่าการปกครองท้องถิ่นเน้นการกระจายอำนาจเพื่อให้ประชาชนข้ามามีส่วนร่วมในการปกครอง ดุแลท้องถิ่นของตนเองอย่างระลึกรู้และตื่นตัว ดังนั้นการที่ใครหลายคนชอบมองว่าเมื่อเราจะพูดถึงการปกครองท้องถิ่นเรามักนึกถึง อบต. เทศบาล อบจ. ไม่ก็นึกถึงนายกเทศบาล สมาชิก อบต. หรือปลัด เจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ขององค์กรส่วนท้องถิ่น น่าจะเป็นความเข้าใจหรือการระลึกรู้ที่ไม่ถูกต้อง เพราะการปกครองท้องถิ่น มีศูนย์กลางของการคิดคำนึงอยู่ที่ประชาชนทุกคนในท้องถิ่น ที่จะต้องรับผิดชอบ ร่วมคิดร่วมทำ ร่วมรับผลของการบริหารจัดการกิจการสาธารณะต่าง ๆ ในท้องถิ่น การที่ประชาชนจะตื่นตัว เอาธุระกับเรื่องส่วนรวมได้อาจเป้นเรื่องท่ี่เราต้องสร้างกันขึ้นมาใหม่ในยุคนี้ ดังนั้นนักศึกษาก็ไม่ควรที่จะเข้าใจไปในทางเดียวว่าการเรียนสาขาปกครองท้องถิ่นของพวกเรานี่หมายถึงจะเอาความรู้ไปสอบเป็นพนักงานท้องถิ่นหรือจะไปเป้นนักการเมืองท้องถิ่นเท่านั้น แต่การเรียนสาขาการปกครองท้องถิ่นยังน่าจะมีส่วนทำให้คนเรียนได้ตระหนักรู้และเข้าใจในบทบาทขงตนเองที่มีต่อการปกครองในท้องถิ่น 

ซึ่งต้องยอมรับว่าในอดีตแม้ว่าเราจะไม่มีคำว่าการปกครองท้องถิ่นหรือยังไม่มีองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นอย่างเป็นทางการและมากมายเหมือนปัจจุบัน แต่เราก้พบว่าในท้องถิ่นของเรามักมีองค์กรที่ทำหน้าที่ปกครอง บริหาร จัดการกิจการสาธารณะในท้องถิ่นโดยมีคนในชุมชนร่วมกันคิดร่วมกันทำอย่างขมักเขม้นในหลายที่หลายแห่งเช่นวัดกับการพัฒนาและดูแลชุมชนในอดีต ซึ่งนักศึกษาปกครองท้องถิ่นรู่นที่ 9 ได้เคยทำการวิจัยศึกษาเรื่องบทบาทของวัดในการทำหน้าที่ด้านบริหารจัดการท้องถิ่น ในหลายชุมชน รอบ ๆ วิทยาลัยจำนวน 9 ชุมชน ซึ่งล้วนแสดงให้เห็นว่าคนในชุมชนเรานี้มีความกระตือรือร้นต่อการปกครองดุแลกันเองด้วยกฎกติกา รูปแบบ ระเบียบแบบแผนที่แตกต่างหลากหลายกันมานานแล้ว 

ผมคิว่าการกระตือรือร้นของชาวบ้านที่จะเอาธุระกับการปกครองท้องถิ่นลดน้อบถอยลงไปก็เพราะส่วนหนึ่งมาจากการที่รัฐขยายขอบเขตการบริการของรัฐเข้าไปครอบคลุมปริมณฑลที่ประชาชนเคยมีอำนาจมากขึ้น ๆ แม้กระทั่งการจัดให้มีการปกครองท้องถิ่นในปัจจุบันก็เป็นได้แค่เพียงรูปแบบของการย่อเอาการปกครองจากระดับประเทศในรูปแบบรัฐสภามาใช้กับท้องถิ่น ประชานไม่ได้มีส่วนร่วมอย่างจริง ๆ จะกล่าวได้ว่าประชาชนตกอยู่ในสภาพงอมืงอเท้ารอความช่วยเหลือจากรัฐหรือจากองค์กรท้องถิ่น จะกล่าวว่ายิ่งกระจายอำนาจยิ่งทำชุมชท้องถิ่นอ่อนแอลง ๆ ไปทุกที

หลักการปกครองท้องถิ่น

1. อาจมีรูปแบบหน่วยการปกครองท้องถิ่นหลายรูปแบบตามความแตกต่างของความเจริญ ประชากร หรือขนาดพื้นที่

ในข้อนี้ผมมักจะย้ำเสมอว่าอันที่จริงหากหวังจะให้การปกครองท้องถิ่นสามารถดึงคนเข้ามามีส่วนร่วม และเอาธุระกับกิจการท้องถิ่นจริงจัง รูปแบบขององค์การในท้องถิ่นอาจไม่จำเป็นที่จะต้องเหมือนกัน ซึ่งในสังคมไทยเรา องค์การปกครองท้องถิ่นถูกกำหนดมาจากข้างบนคือรัฐใช้อำนาจตราพระราชบัญญัติกำหนดให้มี อบต. อบจ. เทศบาล ตามที่รัฐวางรูปแบบ โดยไม่ได้คำนึงถึงความแตกต่างหลากหลายวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ที่ท้องถิ่นอาจจะเคยมีมาแต่อดีต ซึ่งในรัฐธรรมนูญก็ได้เขียนไว้ว่าให้ชุมชนท้องถิ่นที่สามารถรวมตัวกันได้เพื่อจัดการปกครองของตนเอง ผมคิดว่าประเด็นนี้ท้าทายการกระจายอำนาจการปกครองในสังคมไทยมากเลยทีเดียว
2. ต้องมีอำนาจอิสระ (Autonomy) ในการปฏิบัติหน้าที่ตามความเหมาะสม

ท้องถิ่นควรจะต้องมีอำนาจอิสระพอสมควรแต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นอิสระที่จะไม่ต้องเคารพในอำนาจรัฐ เพราะการปกครองท้องถิ่นไม่ใช่การแยกประเทศหรือแยกอำนาจการปกครองเป็นแต่เพียงการให้อำนาจในการปกครองบางส่วนไปใช้เพื่อสนองตอบความต้องการของคนในท้องถิ่น
3. หน่วยการปกครองท้องถิ่นต้องมีสิทธิตามกฎหมายที่จะดำเนินการปกครองตนเองโดยสิทธินี้แบ่งเป็น 2 ประการ คือ
          3.1 สิทธิที่จะตรากฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ขององค์กรปกครองท้องถิ่น
          3.2 สิทธิในการกำหนดงบประมาณ เพื่อบริหารกิจการตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่
4. มีองค์กรที่จำเป็นในการบริหารและปกครองตนเอง คือ มีองค์กรฝ่ายบริหารและองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติ
5. ประชาชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการปกครองท้องถิ่น

วัตถุประสงค์ของการปกครองท้องถิ่น

ประการแรกการปกครองท้องถิ่นจะช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐบาล ทั้งทางด้านการเงิน ตัวบุคล ตลอดจนเวลาที่ใช้ในการดำเนินการ ประการที่สองการปกครองท้องถิ่นจะสนองตอบต่อความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง ประการสุดท้ายหน่วยการปกครองท้องถิ่นจะกลายเป็นสถาบันที่ให้การศึกษาการปกครองระบบประชาธิปไตยแก่ประชาชน

ความสำคัญของการปกครองท้องถิ่น

-การปกครองท้องถิ่นถือเป็นรากฐานของการปกครองระบอบประชาธิปไตย

-การปกครองท้องถิ่นเป็นการแบ่งเบาภาระของรัฐบาล

-การปกครองท้องถิ่นจะทำให้ประชาชนรู้จักการปกครองตนเอง 

-การปกครองท้องถิ่นสามารถตอบสนองความต้องการของท้องถิ่นตรงเป้าหมาย และมีประสิทธิภาพ

-การปกครองท้องถิ่นจะเป็นแหล่งสร้างผู้นำทางการเมือง การบริหารของประเทศในอนาคต

-การปกครองท้องถิ่นสอดคล้องกับแนวคิดในการพัฒนาชนบทแบบพึ่งตนเอง