วันนี้ (๒ กรกฎาคม ๒๕๕๗) สภาคณาจารย์ ฯ ได้นำร่างของ
การปรับเปลี่ยนเกี่ยวกับการต่อสัญญาจ้างของพนักงานมหาวิทยาลัย
นำเข้าที่ประชุมเพื่อให้พนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุนและ
สายวิชาการได้ประชาพิจารณ์ ถึงผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย คือ
ฝ่ายมหาวิทยาลัยและฝ่ายพนักงานมหาวิทยาลัยได้ร่วมแสดงข้อ
คิดเห็นและสอบถามในประเด็นที่สงสัย...สำหรับภาคเช้าเป็นของ
พนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุน...ซึ่งมีประเด็นสงสัยสำหรับ
การทำสัญญาจ้างจากเริ่มต้น - อายุ ๖๐ ปี แต่มีเงื่อนไขในการที่
มหาวิทยาลัยจะต้องดำเนินการ หากพนักงานมหาวิทยาลัยไม่ปฏิบัติตาม
ในระยะเวลา ๓ ปี ๓ ปี ๕ ปี และ ๗ ปี ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง...
ซึ่งมีบางคนสงสัยและได้สอบถาม...ฉันในฐานะผู้อำนวยการกอง
บริหารงานบุคคล ได้ตอบข้อประเด็นที่ซักถามให้เกิดความกระจ่าง
เช่น สอบถามในเรื่องของการนำคนมาค้ำประกัน ทำไมต้องมาเซ็น
ค้ำประกันที่มหาวิทยาลัย ซึ่งไม่สะดวกที่พ่อ - แม่ ชราภาพ...ฉันได้อธิบาย
ถึงสาเหตุที่ต้องให้นำมา เนื่องจากการเซ็นชื่อค้ำประกันนั้น หากนำกลับ
ไปเซ็นที่อื่นที่ไม่ใช่ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ จะทำให้ใครรับรองได้เล่าว่า
ลายเซ็นนั้นเป็นพ่อ - แม่ ของท่านจริง ใครจะเป็นพยาน หากลายเซ็นนั้น
เป็นลายเซ็นปลอม และใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ (ในกรณีที่ท่านทำให้
มหาวิทยาลัยนั้นเกิดการเสียหาย)...ซึ่งฉันก็ตอบให้พนักงานมหาวิทยาลัย
ได้เข้าใจ...ฉันคิดว่า เรื่องบางเรื่องพวกเขาซึ่งเป็นเด็กรุ่นใหม่ยังไม่ค่อย
เข้าใจในระบบของกฎหมายมากนัก เขาก็จะคิดตามประสาที่คิดว่า "น่าจะทำได้"
เพื่อความสะดวกและผลประโยชน์ของพวกเขาเป็นหลัก...
...การนำเงื่อนไขเข้ามามีส่วนร่วมของสายสนับสนุนนั้น นำมาจาก
การที่พวกเขาจะได้รับการพัฒนาตำแหน่งให้สูงขึ้น โดยมีเส้นทางความก้าวหน้า
ทางสายอาชีพของเขานำมาเป็นเงื่อนไขในการต่อสัญญา ฯลฯ
สำหรับสายวิชาการ มีประเด็นซักถามมากมาย เพราะเกี่ยวเนื่องกับการที่จะต้อง
ได้รับการพัฒนาตน เช่น ต้องมีเอกสารประกอบคำสอน ตำรา หนังสือ งานวิจัย
เมื่อถึงเวลา ๓ ปี ๓ ปี ๕ ปี ๗ ปี รวมทั้งตำแหน่งทางวิชาการ เช่น ผศ.และ รศ.
มาเป็นตัวกำหนดในเงื่อนไขที่จะเป็นตัวควบคุมให้เกิดการพัฒนาคนของ ม.
คณะกรรมการได้ชี้แจงที่มา ที่ไปให้เกิดความกระจ่าง...เพราะบางคนวิตกกังวล
ในการที่ถ้าทำไม่ได้แล้ว ม. จะเลิกจ้าง...แต่คณะกรรมการ ฯ ก็ได้ชี้แจงว่า
อย่างไรก็ต้องทำ เพราะ ม.แต่ละแห่งก็ต้องทำเพราะเป็นตัวชี้วัดในเรื่องของ
การประกันคุณภาพ...
แต่ก็ได้ข้อคิดเช่นกันว่า...จริงหรือ? ที่ทำผลงานวิชาการแล้วจะทำให้
คุณภาพการศึกษาของนักศึกษานั้นดียิ่งขึ้น นี่คือ ประเด็นที่สถาบันอุดมศึกษา
ควรนำกลับมาคิดและหาข้อยุติว่า อะไร? คือ คุณภาพทางการศึกษาของบัณฑิต...
การประชาพิจารณ์ มีข้อดี คือ ผู้บริหารจะได้รับทราบถึงความต้องการของ
พนักงานมหาวิทยาลัย และจะได้อธิบายได้ตรงจุดว่าได้หรือไม่...
ส่วนข้อเสีย คือ จะมีผู้ที่มาร่วมแสดงความคิดเห็นน้อยเนื่องจากติดภาระกิจ
บางคนก็ไม่เห็นถึงความสำคัญและยังไม่เข้าใจ...
เขียนไว้เพื่อทำให้เห็นถึงข้อดี ข้อเสีย และสภาพการณ์ของการทำประชาพิจารณ์
ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ
บุษยมาศ แสงเงิน
๒ กรกฎาคม ๒๕๕๗
