วันนี้ฉันไม่ได้เข้าไปเยี่ยมน้องอ้อที่โรงพยาบาล เพราะเมื่อวานวันอาทิตย์ ฉันไปอยู่ที่โรงพยาบาลตั้งแต่บ่ายโมง
จนถึงเกือบ ๖ โมงเย็น เพื่อดูอาการของน้องอ้อ...ไปนั่งเป็นเพื่อนแฟนของน้องอ้อพร้อมด้วยญาติ ๆ ของอ้อบ้าง
ได้พูด ได้คุยกับพวกเขาเพื่อให้คลายความเศร้า หดหู่ใจ...
โดยเฉพาะแฟนอ้อเป็น ตชด. ลางานมาเพื่อดูใจภรรยาย่างสัปดาห์ที่ ๓ แล้ว เดินเข้าออกห้องศัลยกรรม
ระบบประสาทตลอด รวมทั้งฉัน เพราะแพทย์ตั้งเวลาให้ทุก ๆ ๑ ชั่วโมงให้สังเกตความดันของน้องอ้อ
จากความดันเป็น ๑๐๐ กว่า ๆ ก็ลดลงเรื่อย ๆ เพราะปัจจุบันแพทย์สั่งงดยากระตุ้นแล้ว เหลือแต่สายของ
เครื่องช่วยหายใจและน้ำเกลือ...จากเดิม ๆ ความดันเป็น ๑๐๐ ๆ ลดลงมา ณ กลางวันวันนี้ ฉันได้ Line
ไปถามแฟนของอ้อว่าเท่าไหร่...แฟนอ้อตอบว่า.."๗๗/๔๕ ชีพจร ๘๒ ครับพี่"...แผ่วลงเรื่อย ๆ นะอ้อ...
ไม่รู้ว่าพวกเราจะจากกันจริง ๆ วันไหน?...เวลาไปเยี่ยมก็อดไม่ได้ที่จะน้ำตาไหลเพราะสงสาร...
การทำงานมีการขัดแย้งกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เราจะต้องโกรธกัน...งานก็คือ งาน...น้องก็คือน้อง
พี่ก็คือพี่...ความรัก ความหวังดียังมีต่อกันเสมอมา...ทุกคนในกองไปอโหสิกรรมให้กับอ้อทุกคน...
เพราะคงเป็นโอกาสสุดท้ายของเธอ...รอแต่เพียงว่าเมื่อไรจะถึงเวลาไปของเธอ...ไม่ได้แช่งแต่ทุกคน
ต้องเป็นไปตามวัฏจักรของมัน...
ช่วงก่อนเที่ยงน้องแอมดูใน FB บอกว่า...เขาบอกว่าพี่อ้อตายแล้ว บอกว่าไปสู่สุขคติ...ฉันได้ยิน
อะไรมันจะปานนั้น...รู้ข่าวไม่จริงนี่แบบนี้...เลยบอกให้น้องแอมลงใน FB ด้วยว่าเป็นอย่างไร...
ลือกันไปได้ ยิ่งสังคม Social Media ยิ่งแล้ว รู้อะไร ฟังอะไรไม่ได้สับจับเอาไปกระเดียด...
สุดท้ายน้องแอมแก้ข่าวให้ว่า...พี่อ้อยังไม่ตายค่ะ!!! เพียงแต่ก้านสมองตาย และยังไม่ถอดเครื่องช่วยหายใจ...
เออหนอ!!! คนเราเขียนกันเข้าไปได้...เหมือนสมัยก่อนที่ยังไม่มี FB ก็ใช้ปากพูด ๆ โพนทะนาไปเรื่อย...
ฉันยังโมโหแทน...บอกว่า "ถ้าอ้อตาย คงไม่เงียบกันหรอกคร้า...แต่จะแจ้งให้ทุก ๆ คนทราบ ไม่เผากันคนเดียวหรอก"
จนน้อง ๆ ในกองหัวเราะใส่ฉันว่า...พี่บุษโกรธมาก...ลือกันไปได้ ยิ่ง Social Media กระพือเร็วจริง ๆ
ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ
บุษยมาศ แสงเงิน
๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๗

ขอขอบคุณสำหรับดอกไม้กำลังใจค่ะ
ขอบคุณท่าน ผอ.ครับกับข้อคิดดีๆที่ส่งผ่านมาตลอด ..และก็ปริ้นท์เป็นสติเตือนใจไว้ข้างโต๊ะเรียบร้อยแล้ว