เช้าวันพุธที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๗ อากาศเย็นลงเหลือ ๒ องศา ที่จริงอุณหภูมิลดลงตั้งแต่บ่ายวานนี้แล้ว คณะของเรา ลงมากินอาหารเช้าที่ทางโรงแรมเอื้อเฟื้อจัดให้เป็นพิเศษ เวลา ๔.๓๐ น. แล้วออกเดินทางไปสนามบิน เช็กอินแล้วสาวๆ เดิน ช็อปปิ้งที่ร้านปลอดภาษี ได้กระเป็าลองช็องกันคนละใบสองใบ ส่วนผมเดินตรงแน่วไปที่เกท ๑๙ นั่งเขียนบันทึกทำความเข้าใจ เคล็ดลับความสำเร็จอย่างมหัศจรรย์ของการศึกษาฟินแลนด์ สำหรับ ลปรร. กับวงการศึกษาไทย ได้ ๑ บันทึกสั้นๆ

          ผู้โดยสารของสายการบินราคาถูก Norwegian DY 1187 เต็มลำ ผมนั่งที่นั่ง 25C ด้านหลังมีวัยรุ่นฝรั่ง ๓ - ๔ คนเมาพูด ตลกคะนองเสียงดังเป็นภาษาอังกฤษ

          ภายในเวลาชั่วโมงครึ่งเราก็กลับไปที่สนามบินออสโล รถจากสถานทูตมารับเรา ๒ คัน ระยะทางจากสนามบิน ถึงสถานทูต ๕๒ ก.ม. หากเดินทางเข้าเมืองด้วยรถไฟ ใช้เวลา ๓๐ นาทีเท่านั้น แต่เรานั่งรถใช้เวลา ๑ ชั่วโมง เพราะตอนเช้ารถติด

          ไปกินข้าวเช้ากับท่านทูตอ้อม แล้วเวลาเกือบ ๑๐ น. ท่านก็ลาพวกเราไปเที่ยวตะวันออกกลาง พวกเรา AAR การไปดูงานที่ฟินแลนด์ ๒ วัน โดย อ. ประภาภัทรตั้งโจทย์ ๒ ข้อว่า (๑) Key Success Factors ของการศึกษาฟินแลนด์คืออะไร (๒) ช่องทางความร่วมมือระหว่างไทยกับฟินแลนด์เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทยควรเป็นอย่างไร เรา AAR กันตั้งแต่ ๑๐ น. เศษจนเที่ยงเศษ ได้ข้อสรุปที่งดงามมาก

          จากนั้นเราไปเที่ยว Viking Ship Museum ใช้เวลา ๔๐ นาที คนที่เคยไปแล้วก็ไปเที่ยวที่อื่น แล้วกลับมารับพวกเราที่ Viking Ship Museum แล้วกลับมากินอาหารเที่ยงที่บ้านท่านทูต เป็นข้าวคลุกกะปิ อันหอมอร่อย

          พิพิธภัณฑ์เรือไวกิ้ง บอกเราว่าสมัยพันปีก่อน ชนเผ่าไวกิ้งมีเทคโนโลยีการต่อเรือเก่งมาก อ. ธีรพล บอกว่าเป็นเรือที่ แผ่นไม้ที่นำมาต่อบางที่สุด เรือที่ขุดพบเหล่านี้ เป็นเพราะถูกฝังดินทำเป็นสุสานคนตายที่มีฐานะ ฝังพร้อมกับเครื่องไม้สำหรับ เอาไปใช้ในโลกหน้า เช่นเกวียน เลื่อน และเครื่องใช้ต่างๆ มีตังแสดงในพิพิธภัณฑ์ ถ้าไม่มีพิธีเอาเรือเป็นสุสานฝังศพ คนรุ่นเราคงไม่ได้เห็นเรือไวกิ้ง

          ผมติดใจเทคโนโลยีการต่อไม้ การสลักไม้ และการชุบสารเคมีรักษาเนื้อไม้ เขามีรูปและป้ายบอกว่า คนไวกิ้งใช้วิธี ที่เรียกว่า Alum Conservation คือ ใช้ไม้ที่ทนทานที่สุดคือไม้โอ๊ค ชุบน้ำสารส้มเข้มข้นและร้อน หลังจากนั้นจึงชุบด้วยน้ำมันลินสีด (linseed oil) เขาชุบสารเคมีไม้ทีละชิ้น ก่อนนำมาประกอบตัวเรือหรือเครื่องไม้อื่นๆ มีภาพแสดงให้เห็นว่าวิธีการนี้ได้ผลมาก เนื้อไม้ผุจากข้างในออกมาข้างนอก

          เสร็จแล้วไปเที่ยว Norsk Folkemuseum ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง แสดงบ้าน โบสถ์ และอาคารอื่นๆ เช่นคอกม้า โรงวัว ยุ้งเก็บอาหาร โรงเตี๊ยม อาคารไปรษณีย์ ลานแสดงกลางแจ้ง เป็นต้น ล้วนแต่โบราณอายุเป็นร้อยปีหรือหลายร้อยปี เคลื่อนย้ายมาที่พิพิธภัณฑ์นี้ ในทำนองเดียวกันกับ Swiss Open AirMuseum for Rural Culture ที่สวิส ดังบันทึกนี้ และผมมี ประสบการณ์เที่ยวพิพิธภัณฑ์ แบบนี้ครั้งแรกในชีวิตเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๑ ที่ Welsh Folk Museum

          เรานัดรถมารับไปเที่ยวอีกสถานที่หนึ่ง เวลา ๑๕.๔๐ น. แต่เมื่อออกเดินทางไป พบว่ารถติด เพราะตรงกับเวลาคนเลิกงาน หากไปจะกลับไปเตรียมตัวไปดู โอเปร่าเรื่อง Don Giovanni ไม่ทัน จึงหันรถกลับบ้าน (ทูต) กลับไปเตรียมตัวอาบน้ำกินข้าวแล้วไป ชมโอเปร่า ซึ่งเริ่มเล่น ๑๙.๐๐ น. เลิก ๒๒.๑๕ น. มีพักครึ่งเวลานานครึ่งชั่วโมง

          นับเป็นการชมละครเพลง (โอเปร่า) ครั้งแรกในรอบ ๕ ปี หลังจากดูครั้งสุดท้ายเป็นละครเพลงของไทย ที่ รัชดาลัย เธียเตอร์ เรื่อง ฟ้าจรดทรายในปี ๒๕๕๐ สรุปว่าละครเพลงเรื่อง ดอน จิโอวานี่ นี้ เพลงเพราะมาก แต่ทั้งเรื่องมีฉากๆ เดียว และเป็นเรื่องของชายเจ้าชู้ หรือเสือผู้หญิง ที่คนไทยเรียกกันติดปากว่า ดอนจวน ส่วนที่เราอยากไปสัมผัสคือความงามของโรงละคร รวมทั้งอยากไปดูว่าระบบเสียงของเขาดีอย่างไร ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง แม้เรา จะซื้อตั๋วตอนที่นั่งเหลือเลือกแล้ว ได้ที่นั่งที่ไม่ดี มองเวทีเห็นเพียงบางส่วน แต่ระบบเสียงดีมาก คนดูโอเปร่าไม่เป็นอย่างผม เมื่อกลับมาที่บ้าน (ทูต) คณะที่ไปชมด้วยกันคุยกัน โดยเฉพาะอาจารย์ปุย ซึ่งเรียนจบมาทาง Performance Arts รวมทั้งเมื่อกลับมาค้น อินเทอร์เน็ต ที่บ้านปากเกร็ด ทราบว่าเป็นบทประพันธ์เพลงโดย โมสาร์ท จึงคิดว่า ที่ผมทำในโรงละคร เป็นเวลานานเกือบ ๓ ชั่วโมงเป็นการทำถูกแล้ว คือเน้นฟังดนตรี ออร์เคสตรา ที่ไพเราะ มากกว่าฟังเรียงร้อง เพราะฟังไม่รู้เรื่อง และมากกว่าดูฉากและตัวละคร เพราะมีฉากเดียว อ. ปุยให้คะแนน ๔๐ จาก ๑๐๐

          กลับมาคุยกับสาวน้อยที่บ้าน รำลึกถึงตอนไปดูโอเปร่าเรื่อง Phantom of the Opera ที่นิวยอร์ก เสียงร้องไพเราะกว่ามาก รวมทั้งฉากก็สวยงามและเปลี่ยนบ่อย เสียดายที่ค้นบันทึกไม่พบ

วิจารณ์ พานิช

๓๐ เม.ย. ๕๗ ปรับปรุง ๕ พ.ค. ๕๗


AAR กันอย่างสนุกสนานและได้ประเด็น


หน้าพิพิธภัณฑ์ ไวกิ้ง


เรือไวกิ้ง ชื่อ Oseberg อายุ ๑,๒๐๐ ปี


งานแกะสลักไม้อันสวยงามสมัยพันปีก่อน


ทางเข้า Norsk Folk Museum


Stave Church


ยุ้ง


หลักไมล์อายุเกือบสองร้อยปี


โรงเรียนอายุ ๑๕๐ ปี


ภายในโรงเรียน


บ้านบาดหลวงอายุ ๒๕๐ ปี


กระโจมของชนเผ่าดั้งเดิมในสแกนดิเนเวีย ชื่อ Sami


ป้ายอธิบายเรื่องชนเผ่าซามิ เขาบอกว่าประเทศนอร์เวย์ประกอบด้วย
คน ๒ ชนเผ่า คือ Norwegian และ Sami


โรงนาที่ใช้เก็บฟาง ข้างบนเป็นที่อยู่ เรียกว่า loft


โรงเตี๊ยม


โรงอบแห้ง (drying-kiln)


ทางเดินขึ้นชั้นบนของโรงละคร โอเปร่า


คนชมแน่นโรง ก่อนการแสดง เรานั่งชั้นบนจึงเห็นวงดนตรีด้วย


ที่นั่ง ๔ ชั้น


ถ่ายตอนหยุดพักครึ่ง จึงเห็นว่าจริงๆ แล้วมีถึง ๕ ชั้น บุไม้สวยงามมาก


ทั้งเรื่องมีฉากเดียว ถ่ายจากที่นั่งของผมเห็นแค่นี้ หากต้องการดูด้านซ้ายของเวทีต้องชะโงก