คุณหมอสุวิทย์รู้จักกับ Dr. Larry Brilliant ผู้อำนวยการของ Skoll Global Threats Fund ดังนั้นเมื่อคณะของ MUGH มหาวิทยาลัยมหิดลไปประชุม CUGH ครั้งที่ ๕ ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี และถือโอกาสดูงาน Global Health ของมหาวิทยาลัยแถวๆ ซานฟรานซิสโก และไหนๆ ก็แวะ ซานฟรานแล้ว ก็ขอไปดูกิจการของ Skoll Global Threats Fund เสียด้วย เพื่อเรียนวิธีทำงานรับใช้ภาพใหญ่ของโลก ในแนวทางแปลกๆ คือหาทางปกป้องโลกจากความภาวะคุกคามใหญ่ๆ
หัวหน้าใหญ่ของ Skoll Global Threats Fund คือ Dr. Larry Brilliant ซึ่งเป็นคนที่น่าสนใจมาก ลองอ่านประวัติที่ลิ้งค์ไว้นะครับ จะเห็นว่าท่านผู้นี้มีจิตวิญญาณทำงานเพื่อผู้อื่นอย่างไร
ที่นี่เราได้เรียนรู้ ๒ เรื่อง
๑.กระบวนการกวาดล้างโรคไข้ทรพิษหรือฝีดาษ (Smallpox) ซึ่ง Dr. Larry Brilliant มีส่วนสำคัญในการทำงานภาคสนามที่นำไปสู่การกวาดล้าง (eradication) ดังกล่าว ผมได้เรียนรู้ว่า วัคซีนอย่างเดียวจะทำงานนี้ไม่สำเร็จ ต้องมี information เป็นตัว “ปัญญา” ซึ่งได้จากระบาดวิทยา และมีตัวยุทธศาสตร์ในการทำงาน คือไม่ทำงานแบบเหวี่ยงแห แต่ใช้วิธีวิ่งไปจัดการที่จุดเกิดเหตุ และบริเวณโดยรอบ ที่เรียกว่า Ring vaccination หรือ containment vaccination คือให้วัคซีนแก่ทุกคนที่อยู่ในรัศมี ๑ หรือ ๓ ก.ม. โดยรอบจุด ที่มีผู้ป่วย ผู้คิดเทคนิคนี้ชื่อ Bill Foege (อ่านว่า เฟกี)
ยุทธศาตร์ “พุ่งเป้า” ทำงานของทีมกวาดล้างฝีดาษของ WHO นี้ ได้จากข้อมูล ทางระบาดวิทยา ที่ในช่วงปี ค.ศ. 1973 – 1974 ร้อยละ ๙๐ ของผู้ป่วยฝีดาษอยู่ใน ๔ รัฐทางเหนือของอินเดีย
ผมได้เรียนรู้ว่า ผลสำเร็จของงานนี้ ไม่ใช่แค่มาจากความสำเร็จทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิชาการเท่านั้น แต่ต้องมีการจัดการจุดมุ่งหมายสาธารณะ (public will) หรือที่เราเรียกว่า นโยบายสาธารณะ ซึ่งในกรณีนี้เป็นของรัฐบาลอินเดีย ที่มีนางอินทิรา คานธี เป็นนายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจเด็ดขาดมาก แต่ท่านก็ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับ การกวาดล้างฝีดาษออกจากแผ่นดินอินเดีย ในขณะที่ผลการศึกษาความเห็นของคนจน กลับให้ความสำคัญต่อการกวาดล้างฝีดาษมากกว่า มิน่า ท่านฤาษี Neem Karoli Baba จึงบอกให้ Larry Brilliant ไปทำหน้าที่กวาดล้างฝีดาษ
๒.กระบวนการทางระบาดวิทยายุคดิจิตัล ที่เรียกว่า DDD – Digital Disease Detection / Surveillance นำเสนอโดย Jennifer Olsen, Manager – Pandemics ผู้ได้รับปริญญาเอกสาขา DDD เพียงคนเดียวในโลกในขณะนี้
นี่คือเทคนิคของ rapid detection หรือการเฝ้าระวังโดยประชาชน (people’s surveillance - ผมตั้งชื่อเอง) เป็นการ empower ประชาชน ให้ทำงานด้านระบาดวิทยา empower ด้วยเทคโนโลยีดิจิตัล ซึ่งผมคิดว่าตัวเทคโนโลยีไม่สำคัญเท่า “จิตวิญญาณสาธารณะ” ของเหล่าชาวบ้าน หรือประชาชน เพื่อให้เกิด early detection & early response เร็วที่สุด Larry Brilliant บอกว่า หากเร็วได้ไม่เกิน ๒ เท่าของเวลา incubation period ของโรค การป้องกันการระบาดใหญ่ จะทำได้
เขาบอกว่า การพัฒนาขีดความสามารถนี้ในประเทศที่รายได้ไม่สูง ประเทศไทยอยู่ใน ฐานะผู้นำ ที่ทำประโยชน์ให้แก่โลก
เท่ากับว่า ในช่วงเช้าวันที่ ๖ พฤษภาคม ที่ซาน ฟรานซิสโก เราไปเรียนรู้วิธีทำงาน ป้องกันหรือปกป้องโลกจาก ภาวะคุกคามจากการระบาดใหญ่ของโรค
วิจารณ์ พานิช
๗ พ.ค. ๕๗