วันนี้เป็นอีกวันที่ข้าพเจ้าต้องค้นบันทึกนี้ของท่าน ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช...ขึ้นมาทบทวนอีกครั้ง (Review Literature) ข้าพเจ้าก็ยังคงเชื่อมั่นว่าบนเส้นทางแห่งการขับเคลื่อน R2R นั้น ก่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้อย่างมากมายและทรงคุณค่าอย่างยิ่ง


ไม่ว่าทุกวันนี้ กระแสการดำเนินไปของ R2R จะเป็นอย่างไร หากแต่การก้าวย่างที่ข้าพเจ้าได้ดำเนินมานับตั้งแต่ปลายปี ๒๕๔๘ มาจนถึงปัจจุบัน ก็ยังคงอยู่ภายใต้แห่งความเคารพในคนทำงาน … ที่น้อมนำไปสู่การเรียนรู้ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการทำงานและคุณค่าที่ได้จากการแก้ไขอันเป็นระบบนั้นทำให้เกิดความดีความงาม...อย่างมากมายและมหาศาล

=============================================
ชีวิตที่พอเพียง : ๑๙๗๔. R2R ประสบผลสำเร็จมาก จนเกิดของปลอม
=============================================
http://www.gotoknow.org/posts/545651

ในการประชุม core team ของงาน R2R ของศิริราช เมื่อวันที่ ๑๐ ก.ค. ๕๖ มีการนำเสนอว่า เนื่องจาก R2R ประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียง จึงมีคนนำไปใช้ ทั้งใช้หากินในการจัดการฝึกอบรม และนำไปใช้ในกิจกรรม HRD โดยที่ในการนำไปใช้นั้น มีการตีความความหมายของ R2R บิดเบี้ยวเบี่ยงเบนไปจากความหมายเดิมที่ทางศิริราชพัฒนาขึ้น

ผมได้ชี้ให้เห็นว่า นี่คือตัวชี้วัดว่า R2R ประสบความสำเร็จเป็นที่ยอมรับแพร่หลาย การเกิดของปลอมแปลว่า Brand Name นี้เป็นที่เชื่อถือ ว่าเป็นของมีค่าสูง น่าภาคภูมิใจสำหรับคณะผู้ทำงานพัฒนา R2R ขึ้นมา

ความท้าทายในตอนนี้ก็คือจะทำอย่างไรต่อของปลอม

ที่จริง R2R แตกต่างจากสินค้า แบรนด์เนม

แตกต่างตรงที่ R2R อยากให้เลียนแบบ เพราะการนำไปใช้อย่างถูกต้องจะเป็นผลประโยชน์ต่อสังคมไทย และเมื่อใช้แล้ว พัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป เรายิ่งชอบ เพราะเราต้องการให้เกิดประโยชน์สาธารณะ ไม่ต้องการหวงแหนตรา R2R ไว้ใช้เฉพาะกลุ่มหรือเครือข่ายเดียวกัน

สิ่งที่เราห่วงคือ มีการเอาชื่อ R2R ไปใช้ผิดๆ ผิดอุดมการณ์ ผิดเจตนารมณ์ ใช้แล้วคนที่หลงตามจะได้รับผลร้าย โดยที่คนเอาไปให้ใช้นั้นมีเป้าหมายที่ผลประโยชน์จากการจัดการฝึกอบรม เริ่มที่การฝึกอบรมวิจัย หรือเริ่มที่ research methodology

R2R ที่มีปฏิสนธิที่ศิริราช เริ่มต้นที่ความตั้งใจจะทำงานประจำให้ดีขึ้น R ตัวแรกคือ Routine หมายถึงงานประจำ อุดมการณ์ของ R2R คือผู้ทำงานประจำมีใจที่จะทำงานของตนให้ดีขึ้น เกิดผลดีต่อผู้รับบริการมากขึ้น จึงตั้งคำถามว่าจะปรับปรุงงานของตนได้อย่างไร ปรึกษาหารือกัน จนได้โจทย์ที่คมชัด นำไปสู่การพัฒนางานที่เก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบและแม่นยำ นำไปสู่การวิเคราะห์สังเคราะห์เป็นงานวิจัยได้ และในการทำเช่นนั้น ผู้ทำงานประจำจะพัฒนาตนเองไปอย่างมากมาย

เป้าหมายของ R2R ของแท้ จึงอยู่ที่ (๑) การพัฒนางาน (๒) การพัฒนาคน (๓) การพัฒนาหน่วยงาน หรือองค์กร ให้เป็นหน่วยงานที่มีวัฒนธรรมเรียนรู้และพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ส่วนผลการวิจัยนั้นถือเป็นลำดับที่ ๔ หรือเป็นผลพลอยได้

อุดมการณ์ของ R2R ที่แท้คือการทำเพื่อผู้อื่นเป็นอันดับที่ ๑ เพื่อตนเองเป็นที่สอง

หากใครเอา R2R ไปขาย เพื่อผลประโยชน์ทางวิชาการ หรือการเลื่อนตำแหน่งส่วนตนเป็นอันดับหนึ่ง โดยไม่สนใจเรื่องการพัฒนางานเลย ผมถือว่านั่นเป็นของปลอม ซึ่งจะไม่ให้คุณแก่ผู้ดำเนินการอย่างจริงจัง

เราไม่มีหน้าที่ไปกล่าวหาหรือตำหนิใครที่จัดหรือใช้ R2R ปลอม เราได้แต่สื่อสารสังคมว่า การใช้ R2R ผิดๆ จะก่อประโยชน์น้อย และก่อโทษมาก ในแง่ที่ทำลายจิตใจที่มีอุดมการณ์ทำดีเพื่อผู้อื่น หันไปหมกมุ่นอยู่เพียงทำเพื่อตนเอง เพื่อลาภยศของตนเอง

ผมได้เล่าให้ที่ประชุมฟังเรื่องราวเมื่อเกือบ ๑๐ ปีที่แล้ว ตอนผมทำเรื่อง KM ก็เกิดเรื่องทำนองนี้ ผมจึงเขียนบันทึก ทศวิบัติของการจัดการความรู้ในหน่วยราชการ และ ทศปฏิบัติสู่ความเป็นองค์การเรียนรู้ เพื่อสื่อสารความเข้าใจเรื่องการจัดการความรู้ที่ถูกต้อง ให้แก่สังคมไทย

วิจารณ์ พานิช

๑๑ ก.ค. ๕๖

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย Prof. Vicharn Panich