ความเข้าใจอิทธิบาท ๔ ของหัวหน้าฝ่าย หัวหน้างานโรงพยาบาลหนองม่วงไข่


ตนเองได้มีโอกาสลงสัมภาษณ์เชิงลึก  หัวหน้าฝ่าย หัวหน้างาน ในประเด็นความเข้าใจในหลักอิทธิบาท ๔ 

สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

จากการสัมภาษณ์หัวหน้าฝ่าย หัวหน้างานของโรงพยาบาลหนองม่วงไข่จังหวัดแพร่พบว่าหัวหน้าฝ่าย หัวหน้างานมีความเห็นว่า“ เป็นธรรมะสำหรับชาวพุทธทุกคนควรต้องยึดถือปฏิบัติในชีวิตประจำวันเพื่อทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จในชีวิตและในหน้าที่การงาน เป็นธรรมะสำหรับผู้ปฏิบัติอย่างแท้จริง[1] ด้วยเหตุนี้การปฏิบัติงานทุกคนควรปฏิบัติตามกฎระเบียบ ธรรมนูญของโรงพยาบาล ปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ ควรยึดหลักอิทธิบาท ๔ไว้เป็นหลักประจำใจจะส่งให้เกิดความสุข เกิดใจรักในงานที่ทำเกิดประโยชน์ต่อตนเองต่อองค์การ “ เป็นหลักธรรมของพระพุทธศาสนา เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานเพื่อแต่ละคนนำไปสู่ความสำเร็จในการทำงานนำไปใช้ก็เกิดความสุข[2]เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ เกิดการพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง

“เป็นธรรมะที่นำไปปฏิบัติเกิดฤทธิ์ ทำให้งานสำเร็จลุล่วงไปได้ดี”[3]ดังนั้นบุคลากรทุกๆคนควรนำหลักอิทธิบาท ๔มาใช้ในการปฏิบัติงานจะส่งผลให้งานต่างเกิดผลสัมฤทธิ์ บรรลุตามเป้าหมาย“ การนำหลักอิทธิบาท ๔มาประยุกต์ใช้หวังผลสัมฤทธิ์ งานประสบผลสำเร็จ ราบรื่นลดการขัดแย้ง”[4]ถ้าหากว่าบุคลากรโรงพยาบาลหนองม่วงไข่สามารถประยุกต์หลักอิทธิบาท ๔ มาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานดังที่กล่าวมาแล้วผู้ให้สัมภาษณ์เชื่อแน่ว่าจะสามารถพัฒนางาน ได้บรรลุตามตัวชี้วัด ผู้รับบริการมีความปลอดภัย รวมทั้งงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ

สัมภาษณ์คุณสมร ละเลิง ,หัวหน้าพยาบาลโรงพยาบาลหนองม่วงไข่

สัมภาษณ์คุณอดุลย์ พรมวัชรานนท์, นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการโรงพยาบาลหนองม่วงไข่,



[1]สัมภาษณ์คุณสมร ละเลิง ,หัวหน้าพยาบาลโรงพยาบาลหนองม่วงไข่, ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๖.

[2]สัมภาษณ์คุณอดุลย์ พรมวัชรานนท์, นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการโรงพยาบาลหนองม่วงไข่, ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๖.

[3]สัมภาษณ์คุณพัชรินทร์ ขวารัตน์,หัวหน้างานผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลหนองม่วงไข่, ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๖.

[4]สัมภาษณ์คุณสังวาล ชมภูมิ่ง,หัวหน้างานห้องคลอดโรงพยาบาลหนองม่วงไข่, ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๖.

หมายเลขบันทึก: 569587เขียนเมื่อ 2 มิถุนายน 2014 14:38 น. ()แก้ไขเมื่อ 2 มิถุนายน 2014 14:38 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (4)

สวัสดีน้องท้องฟ้า 

มาส่งกำลังใจชาวหนองม่วงไข

นอกจากอิทบาทสี่แล้ว  ลุง วอยังใช้หลักอิทธิสี่บาด ประกอบการทำงาน  นั้นคือ

ต้องระวัง ท่าที  ที่บาดตา

วาจาที่บาดหู

ดูๆแล้วบาดใจ

ยิ่งนานๆไปก็บาดหมาง

ต้องระวัง ท่าที ที่บาดตา  วาจาที่บาดหู ดูๆแล้วบาดใจ   ยิ่งนานๆไปก็บาดหมาง   

เห็นด้วยอย่างยิ่งคำคมท่านวอญ่า  

                                                                 

มาร่วมสนับสนุนพุทธคุณของการน้อมนำ "อิทธิบาทสี่" เป็นวิถีแห่งการปฏิบัติสู่ความสำเร็จของการงานทั้งปวงค่ะ

ชอบใจประยุกต์พุทธศาสนากับการทำงานครับ

ขอบคุณมากๆครับ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี