ผู้เขียนได้รับผิดชอบการ observe การเรียนการสอนของครูชาวต่างชาติ ซึ่งทางโรงเรียนกำหนดให้เป็นหน้าที่ประจำ โดยในตอนแรกเกือบได้ observe ครูฝรั่งหมดทุกคน เพราะคาบสอนไม่เพียงพอกับภาระงานขั้นต่ำ แต่ก็ได้รับการปรับปรุงให้ได้ตามเกณฑ์ภาระงานขั้นต่ำแล้ว ดังนั้น จึงมีคาบ observe เพียง 2 คาบ...ผู้เขียนจะนำเสนอกระบวนการและแสดงความคิดเห็นประกอบต่อไปในทุก ๆ ครั้งที่ได้ไปสังเกตการสอน (ถ้าเป็นไปได้)

วันนี้ (19 พ.ค. 57) ได้ observe ครูฝรั่งผู้หญิงที่นั่งโต๊ะติดกัน แต่ไม่เคยได้คุยกันเลย 555 ด้วยความบังเอิญที่ครูคนนั้นไม่น่าจะทราบว่าจะมีคนไป observe จึงเกิดความประหม่า nervous ตกอกตกใจเล็กน้อย แต่ครูฝรั่งคงคิดว่า "The show must go on." ดังนั้นแล้ว จึงต้องสอนต่อไปให้ครบชั่วโมง

การเรียนการสอนของครูฝรั่ง ตามที่ลอง ๆ สังเกต ลองไถ่ถามครูท่านอื่น ๆ ดู โดยมากจะเน้นไปที่ทักษะ Listening & Speaking ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน (คำว่า วิชาพื้นฐาน ตามความรู้สึกและความเข้าใจของผู้เขียน คิดว่า เน้นไปที่การให้ความรู้ตามตัวชี้วัดในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 ซึ่งถ้าเป็น grammar ก็จะให้ครูไทยสอนอยู่แล้ว แต่ 2 ทักษะนี้ ครูชาวต่างชาติน่าจะทำได้ดีกว่าไทยแบบ automatic)

แต่จากการสังเกตการสอนในวันนี้ เกิดคำถามตะหงิด ๆ ขึ้นมาในใจว่า "แล้วนักเรียนรู้จริง ๆ เหรอว่าคำนั้นอ่านแบบนั้น" ยกตัวอย่างเช่น ตอนที่ครูฝรั่ง "วาด" รูป apple บนกระดาน แล้ว "เขียน" คำว่า "red" ใต้ภาพ แล้วเอานิ้ว "ชี้" ไปที่คำว่า "red" แล้วก็ "ออกเสียง" ว่า "เรด" แต่มันฟังไม่เป็น "เรด" ที่แปลว่า สีแดง เลยทีเดียว มันเป็น "แร" หรือ "เร" ไปเสียมากกว่า นักเรียนออกเสียงตามและหลายครั้งด้วย ผู้เขียนนั่งฟังก็งงว่าออกเสียงคำว่าอะไร จึงได้ชะโงกหน้าไปดู จึงรู้ว่าเป็น "red" ซึ่งก็ได้ comment ครูคนนั้นไปแล้วว่าให้ออกเสียงชัด ๆ และ correct หรือทำการแก้ไขกรณีที่นักเรียนออกเสียงไม่ถูกต้องด้วย อีกกรณีคือคำว่า white ซึ่งจะต้องออกเสียงท้ายพยางค์เป็นเสียงตัว t แต่นักเรียนไทยก็มักจะพากันออกอะไรก็ตามแต่ที่เป็นภาษาอังกฤษให้ลงท้ายด้วยเสียง s ไปทั้งหมด เพราะถ้าเราออกเสียงจาก /ไว้ + ทึ (เบาๆ)/  เป็น /ไว้ + ซ/ ความหมายก็จะเปลี่ยนไปเป็นคำว่า wise ทันที (ซึ่งอาจจะมีคำอื่นที่อ่านออกเสียงเหมือน wise ก็ได้)

ต่อมา ครูฝรั่งสอนนับเลข ตอนแรกไอ้ วัน ทู ทรี ก็พอใช้ได้ ถือว่าเป็นการทบทวน พอได้ถึง อิเลบเว่น ทะเว้ว เทอทีน มันเริ่มเพี้ยน หนักเข้าไปหน่อยถึงหลักร้อย พัน หรือหมื่น ครูฝรั่งไม่สอนว่าหลักการอ่าน อ่านอย่างไร หน้าหลักใดต้องใส่คำว่า and เช่น 101 อ่านว่า one / a hundred and one หรือ 15,050 ก็อ่านว่า fifteen thousand and fifty ผู้เขียนอยากจะกรี๊ดออกมาดัง ๆ ตรงที่ครูฝรั่งเขียนเลข 15,327 แล้ว "ชี้" ให้นักเรียนอ่าน นักเรียนก็ให้ความร่วมมืออ่านอย่างดีว่า "fifteen thousand and three hundred and twenty-seven 555+ แอร๊ยยยยยยยยยยย!! ขอหน่อยเถอะ...ชั้นจะเป็นลม นี่ก็เลยจะเป็นที่มาของ question อีกข้อที่ว่า "นักเรีนเกิดการเรียนรู้อะไร / การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพจริงหรือไม่"

เนื่องจากครูฝรั่งเกิดความประหม่าขึ้นมาบ้าง จึงทำให้ซีเรียสกับการเรียนการสอนหน่อยหนึ่ง เหมือนกับจะพูดออกมาใส่หน้าผู้เขียนว่า "มาประเมินให้ชั้นออกแน่ ๆ" 555+ ไม่หรอก...ผู้เขียนใจดีออกจ้า

จบปิดท้ายด้วย Hangman เกม (โคตร) ฮิต...ต้องบอกว่า ครูฝรั่งนี่ต้องมาพร้อมกับการเล่นเกม การวาดภาพบนกระดาน การทำใบความรู้เป็นแผ่น ๆ ใบงาน อธิบายเป็นภาษาอังกฤษล้วนนนนนนนนน...(เพื่อฝึกทักษะการฟัง ว่างั้น!) แต่แล้ว...นักเรียนได้เรียนอะไรอ่ะ? เหมือนจะเป็นการเรียนการสอนที่ใช้ได้ดี มีการ follow ตาม lesson plan ที่เขียนมาเป๊ะ! ใบความรู้พร้อม! ใบงานเพียบ! เสียงดังมาก! เดินรอบห้อง! ดูโดยภาพรวมเหมือนกับในช่อง ThaiteacherTV ที่เอาการเรียนการสอนของครูฝรั่งสอนนักเรียนฝรั่งในประเทศฝรั่งมาให้ดูยังไงยังงั้น แต่นี่!! เด็กไทยนะครัช...บริบทของนักเรียนต่างจากนักเรียนฝรั่งอยู่แล้ว

(แอบลำเอียงให้ครูฝรั่งใช้ PPT สอนนักเรียน เพื่อให้ได้แต้มการใช้สื่อเทคโนโลยีในชั้นเรียน นอกจากนั้นยังสอดคล้องกับ cone of experience ของ Edgar Del อีกด้วยครับ)

ขอนำเสนอ technique การสอนนับเลขเป็นภาษาอังกฤษครับ

"Where there is a comma, there is 'thousand'. Where there are 2 comma, there is 'million'."

หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อ Jenna ในการเรียนการสอนครั้งต่อไป และครูไทย นักเรียนไทยทุกคนครับ

รัชพล มาลาศิลป์

19 พ.ค. 2557