ครอบครัวข้ามชาติ

                                          

อ้างอิงรูปภาพจาก : http://www.l3nr.org/posts/535602

     ครอบครัวข้ามชาติคือการที่ บุคคลสองคนซึ่งมีสัญชาติต่างกันตกลงจะแต่งงานกัน แล้วตัดสินใจย้ายครอบครัวไปประเทศใดประเทศหนึ่ง หรือกรณีที่บุคคลต่างสัญชาติย้ายครอบครัวมาอยู่ยังอีกรัฐหนึ่ง ซึ่งก็เหมือนกับมนุษย์ข้ามชาติที่ได้กล่าวไปแต่ว่าเป็นเรื่องของการย้ายมาทั้งครอบครัว ซึ่งแน่นอนว่าปัญหาก็ต้องมีมากกว่า จากลักษณะดังกล่าวครอบครัวข้ามชาติจึงมีความเกี่ยวพันกันระหว่างประเทศ กล่าวคืออาจมีบุคคลที่มีทั้งสองสัญชาติคือสัญชาติจากประเทศที่ตนเกิด และสัญชาติจากประเทศที่ตนย้ายครอบครัวมา

      ในกรณีปัญหาเรื่องครอบครัวข้ามชาตินั้นก็คือ กรณีครอบครัว เจดีย์ทอง ซึ่งมีข้อเท็จจริงอยู่ว่า นายอาทิตย์ซึ่งเป็นคนไทย สัญชาติไทย ได้พบรักกับ นางแพทริเซีย ชาวมาเลเซีย ต่อมานางแพทริเซียต้องการมาหานายอาทิตย์ที่ประเทศไทยจึงเดินทางมาประเทศไทย ได้รับการตรวจลงตรา ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง โดยระบุว่าเธอสามารถอยู่ในประเทศไทยได้จนถึงวันที่ 5 มิถุนายน 2556 ต่อมานางแพทริเซียต้องการอยู่กินกับนายที่ประเทศไทยเลย เธอจึงไปร้องขอรับการสำรวจต่ออำเภอสองยาง จังหวัดตาก และได้รับสถานะเป็น บุคคลที่ไม่มีสถานะบุคคลตามกฎหมายทะเบียนราษฎร และต่อมาได้รับการบันทึกลงทะเบียนประวัติประเภท ท.ร. 38ก ในชื่อของ อัญชลี เจดีย์ทอง ซึ่งหมายความว่าเป็นบุคคลที่ไม่มีสถานะตามกล่าวคือกฎหมายคนไร้สัญชาตินั่นเองเมื่อเธอไปขอสิทธิทำงาน เธอได้รับสถานะในการทำงานเป็นบุคคลไร้รัฐ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วนางสาวแพทริเซียนั้นเป็นบุคคลสัญชาติมาเลเซีย แต่เนื่องจากการสำรวจสถานะในประเทศไทยทำให้เธอกลายเป็นคนไร้รัฐตามกฎหมายไทย ซึ่งถือได้ว่าก่อให้เกิดปัญหาเรื่องสิทธิในสถานะของบุคคล

      ปัญหาต่อไปคือนางสาวแพทริเซียกับนายอาทิตย์นั้นมิได้จดทะเบียนสมรสกัน และได้มีบุตรด้วยกันทั้งหมด 3 คน ซึ่งเนื่องจากนายอาทิตย์ผู้เป็นพ่อมีสัญชาติไทย ดังนั้นบุตรทั้งสามคนจึงได้รับการแจ้งเกิดและอยู่ในทะเบียนราษฎรของประเทศไทย แต่หากเราพิจารณาในเรื่องของหลักสัญชาติสากลแล้วนั้น การได้มาซึ่งสัญชาติของบุคคลนั้น (1) พิจารณาจาก2หลักการ คือ 1.หลักสายโลหิต คือ บุตรจะได้มาซึ่งสัญชาติใดๆนั้น ให้ถือตามสายโลหิตของผู้ให้กำเนิด คือบิดา มารดา ในกรณีที่เป็นคนไทย ถ้ามารดาเป็นคนไทย บิดาจะเป็นคนไทยหรือสัญชาติอื่น บุตรก็ยังได้รับสัญชาติไทยตามมารดา แต่ถ้าบิดาเป็นคนไทย มารดาเป็นคนต่างด้าว บุตรจะได้สัญชาติไทยต่อเมื่อบิดามารดาจดทะเบียนสมรสกันถูกต้องตามกฎหมาย หรือเมื่อบิดาจดทะเบียนรับรองบุตร โดยไม่จำเป็นที่บุตรจะต้องถือกำเนิดในประเทศไทย จะเกิดต่างแดนก็ได้ แต่ต้องมีการแจ้งเกิดกับสถานทูตในประเทศนั้นๆ 2.หลักดินแดน คือการที่บุคคลได้มาซึ่งสัญชาติโดยการเกิดในประเทศนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นคนสัญชาติใด หากกฏหมายสัญชาติประเทศนั้นรับรองการเกิด เด็กที่เกิดก็จะได้สัญชาติของประเทศนั้นโดยการแจ้งเกิดตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด โดยที่บิดามารดาไม่ได้ถือสัญชาติของประเทศนั้นก็ได้

     ในกรณีนีแม้นางสาวแพทริเซียและนายอาทิตย์ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่เด็กทั้งสามคนนั้นเกิดในประเทศไทย มีจุดเกาะเกี่ยวกับประเทศจึงได้รับสัญชาติไทยมา แต่เมื่อพิจารณาหลักสัญชาติสากลแล้วเด็กทั้งสามควรได้รับสัญชาติมาเลซียตาม หลักสายโลหิตของผู้ให้กำเนิด คือนางสาวแพทริเซียซึ่งเป็นชาวมาเลเซีย ซึ่งหากเด็กทั้งสามได้รับสัญชาติมาเลเซียพวกเค้าก็จะมีสิทธิได้รับการคุ้มครองรับรองเพิ่มในส่วนที่เค้าควรจะได้ เช่นสามารถซื้อที่ดินในมาเลเซียได้เป็นต้น ซึ่งการที่จะได้สัญชาติมาเลเซียได้นั้นต้องอยู่ในการดำเนินการของประเทศมาเลเซียและตามข้อเท็จจริงนางสาวแพทริเซียมิได้เดินทางกลับไปประเทศมาเลเซียหรือติดต่อสถานทูตมาเลเซียที่ไทยเลยเลยตั้งแต่มาอยู่ที่นี่

     จากกรณีศึกษาครอบครัวเจดีย์ทองนั้น ทำให้เราพบว่ายังมีปัญหาในเรื่องของสิทธิในสถานะของบุคคลซึ่งหากปัญหาเหล่านี้สามารถถูกกำจัดไปได้ก็จะทำให้บุตรทั้งสามของนางสาวแพทริเซียและนายอาทิตย์ได้รับความคุ้มครองและรับรองจากรัฐทั้งสองรับ กล่าวคือประเทศไทย และ ประเทศมาเลเซีย


ณัฐณิชา วัฒนสุข


อ้างอิง

(1)การได้มาซึ่งสัญชาติของบุคคล เข้าถึงได้จาก :

http://www.lawanwadee.com/freezone/citizenship1.ht... (วันที่ค้นข้อมูล : 15 เมษายน 2557)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน HR-LLB-TU-2556-TPC



ความเห็น (0)