อ้างอิงรูปภาพจากhttp://www.dailynews.co.th/
มนุษย์ที่ข้ามชาติ คือบุคคลที่อพยพลี้ภัยจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่ง เพื่อแสวงหาความเป็นอยู่ที่ดียิ่งกว่าเดิม ซึ่งโดยหลักแล้วการที่บุคคลที่อพยพลี้ภัยเข้ามาในประเทศหนึ่งนั้น เนื่องจากมิใช่บุคคลในรัฐหรือประเทศนั้น ด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง ด้านภาษา สัญชาติ ชีวิตความเป็นอยู่ ทำให้บุคคลเหล่านั้นได้รับการปฏิบัติจากคนในประเทศหรือรัฐนั้นโดยไม่เท่าเทียมกับประชาชนในรัฐ เพราะความไร้สัญชาติของบุคคลเหล่านั้น
ความไร้สัญชาติ(1) (Nationalityless) ที่เกิดขึ้นแก่บุคคลธรรมดา ก็คือ สภาพที่บุคคลไม่มีสัญชาติของประเทศใดเลยในโลก กล่าวโดยหลักกฎหมายได้ว่า คนไร้สัญชาติมีสถานะเป็นคนต่างด้าวในทุกประเทศของโลก
แต่ปัญหาไร้สัญชาติจะรุนแรงมากขึ้นหากบุคคลไม่ได้รับการยอมรับให้ “สิทธิอาศัย” โดยรัฐใดเลยในโลก โดยผลของกฎหมาย บุคคลในสถานการณ์นี้จึงตกเป็น“คนต่างด้าวผิดกฎหมาย” ในทุกประเภทของโลก บุคคลในลักษณะนี้จึงตกเป็น “คนไร้รัฐ” (Stateless) โดยสิ้นเชิง
ในประเทศไทย ปรากฏมีทั้ง (๑) คนไร้สัญชาติที่ได้รับสิทธิอาศัยชั่วคราวตามกฎหมายไทยแล้ว และ (๒) คนไร้สัญชาติที่ยังมิได้รับสิทธิอาศัยตามกฎหมายไทย
ปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เป็นได้ ๒ ลักษณะ กล่าวคือ (๑) ความไร้สัญชาติเพียงด้านข้อเท็จจริง(De facto Stateless)ซึ่งแบ่งออกเป็นสองลักษณะคือ ก) บุคคลซึ่งไม่ทราบข้อเท็จจริงของตนเลย ไม่ทราบจุดเกาะเกี่ยวกับประเทศอื่น ข) บุคคลนั้นอ้างและเชื่อว่าตนเป็นคนสัญชาติไทย แต่เจ้าหน้าที่ของรัญไทยไม่เชื่อ และ (๒) ความไร้สัญชาติทั้งด้านข้อกฎหมาย(De Jure Stateless) แบ่งออกเป็นสองลักษณะเช่นกัน ก) ความไร้สัญชาติที่เกิดแก่บุคคลที่เกิดในประเทศไทยจากบุพการีที่เกิดนอกประเทศไทยและ ข) ความไร้สัญชาติที่เกิดแก่บุคคลที่เกิดนอกประเทศไทยจากบุพการีที่เกิดนอกประเทศไทย
กรณีศึกษาเรื่องมนุษย์ข้ามชาตินั้นก็คือเรื่อง น้องดนัย ยื่นบ๊อ ซึ่งน้องดนัยนั้นเกิดวันที่ 16 พฤษภาคม 2542ที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ มีมารดาคือ นางหมี่ยิ้ม ยื่นบ๊อ (ชาวอาข่าดั้งเดิม) ซึ่งนางหมี่ยิ้มได้สัญชาติไทยในวันที่ 13 พฤษภาคม 2552 ซึ่งได้ภายหลังน้องดนัยเกิดถึง 10 ปีเนื่องจากความล่าช้าทางทะเบียน มีบิดาชื่อ นายอาบู (ชาวอาข่าที่อพยพมาจากเมียรมาร์) เป็นคนต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมาย ถึงแม้น้องดนัยจะเกิดในประเทศซึ่งก็น่าจะได้สัญชาติไทย แต่สูติบัตรของน้องดนัยกลับไม่ได้ระบุความเป็นสัญชาติไทย สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่ามีกฎหมายเรื่องพระราชบัญญัติสัญชาติที่ทำให้น้องไม่สามารถได้รับสัญชาติไทย
พรบ สัญชาติ พ.ศ.2508
มาตรา ๗ ทวิ๓(2) ผูเกิดในราชอาณาจักรไทย โดยบิดาและมารดาเปนคนตางดาว ยอมไมไดรับสัญชาติไทย ถาในขณะที่เกิดบิดาตามกฎหมายหรือบิดาซึ่งมิไดมีการสมรสกับมารดาหรือมารดาของผูนั้นเปน
(๑) ผูที่ไดรับการผอนผันใหพักอาศัยอยูในราชอาณาจักรไทยเปนกรณีพิเศษเฉพาะราย
(๒) ผูที่ไดรับอนุญาตใหเขาอยูในราชอาณาจักรไทยเพียงชั่วคราว หรือ
(๓) ผูที่เขามาอยูในราชอาณาจักรไทยโดยไมไดรับอนุญาตตามกฎหมายวาดวยคนเขาเมือง
ในกรณีที่เห็นสมควรรัฐมนตรีจะพิจารณาและสั่งเฉพาะรายใหบุคคลตามวรรคหนึ่งไดสัญชาติไทยก็ได ตามหลักเกณฑที่คณะรัฐมนตรีกําหนด
ใหถือวาผูเกิดในราชอาณาจักรไทยซึ่งไมไดสัญชาติไทยตามวรรคหนึ่งเปนผูที่เขามาอยูในราชอาณาจักรไทยโดยไมไดรับอนุญาตตามกฎหมายวาดวยคนเขาเมืองเวนแตจะมีการสั่งเปนอยางอื่นตามกฎหมายวาดวยการน
ในกรณีของน้องดนัยนั้น น้องเกิดในประเทศไทยซึ่งตามหลักแล้วน้องควรได้รับสัญชาติไทย เพราะมีจุดเกาะเกี่ยวกับประเทศไทยอย่างใกล้ชิดกล่าวคือเกิดในประเทศไทย ตามหลักดินแดน แต่เนื่องจากเนื้อหาของพระราชบัญญัติสัญชาติ ม7 ทวิ ซึ่งดูจากองค์ประกอบแล้ว เนื่องจากพ่อของน้องดนัยเป็นคนหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาติ ส่วนแม่ของน้องดนัยนั้นแม้ภายหลังจะได้รับสัญชาติไทย แต่ก็ได้รับหลังจากน้องดนัยเกิด กล่าวคือตอนน้องดนัยเกิดแม่ของเค้ายังมีสถานะเป็นคนต่างด้าวอยู่ ดังนี้เมื่อเข้าองค์ประกอบตามมาตรา 7 ทวิน้องดนัยจึงกลายเป็นบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย และเป็นผู้ที่เข้ามาอยู่ในประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาติหรือเป็นคนต่างด้าวนั่นเอง เมื่อพิจารณาแล้วกฎหมายกำหนดไว้ว่าสามารถพิจารณาสั่งเฉพาะรายได้ ในกรณีของน้องดนัยจึงควรได้รับการพิจารณา เพราะในกรณีของน้องดนัยนั้นในปัจจุบันแม่ของเค้าก็ได้รับสัญชาติไทยแล้ว อีกทั้งยังเป็นเพราะความล่าช้าของทะเบียนซึ่งทำให้แม่ของเค้าได้รับสัญชาติช้า หากได้รับก่อนน้องดนัยเกิดปัญหาดังกล่าวก็จะไม่เกิดขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นน้องก็เกิดที่ประเทศไทย อยู่ในประเทศไทยมาตั้งแต่เกิด ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบระหว่างการกระทำตามกฎหมายกับการที่น้องได้รับสัญชาตินั้น การได้รับสัญชาติย่อมเกิดประโยชน์อย่างมากกว่า
ซึ่งในปัจจุบันทางราชการได้ยินยอมเพิ่มชื่อน้องลงในทะเบียน และจะพาไปทำบัตรประชาชนในภายภาคหน้า
กรณีของน้องดนัยนั้นไม่ว่าการไม่ได้สัญชาตินั้นจะเป็นเพราะระบบทะเบียน หรือเพราะพระราชบัญญัติสัญชาตินั้นการที่เราจะนำกฎหมายมาใช้เราควรดูถึงจุดมุ่งหมายหรือเจตนารมย์ของกฎหมาย ซึ่งการที่น้องไม่สามารถมีสัญชาติไทยได้นั้นไม่ใช่ความผิดของน้องแต่อย่างใด และหากเพียงแค่แม่เค้าได้สัญชาติเร็วกว่านี้คือก่อนเค้าเกิดเค้าก็ได้เป็นคนไทยเลย ปัญหาแบบนี้ควรได้รับการยืดหยุ่นจากกฎหมายเพื่อให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดต่อประชาชน
ณัฐณิชา วัฒนสุข
อ้างอิง
(1)ความเป็นคนไร้รัฐและคนไร้สัญชาติในประเทศไทย:คืออะไร ? และควรจัดการอย่างไร? เข้าถึงได้จาก :
http://www.archanwell.org/autopage/show_page.php?t... (วันที่ค้นข้อมูล : 15 เมษายน 2557)
(2)พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 เข้าถึงได้จาก :
http://www.thaigeneralkonsulat.de/th/consular/nati...
(วันที่ค้นข้อมูล : 15 เมษายน 2557)
