
(ที่มา : http://board.postjung.com/data/651/651126-topic-ix-0.jpg)
มนุษย์ทุกคนดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยปัจจัยหลายประการ หลักๆก็คือปัจจัยปัจจัย 4 อันได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือสื่อสารไว้ติดต่อกันที่ปัจจุบันแทบจะกลายเป็นปัจจัยที่ 5 ของการดำรงชีวิตของมนุษย์ เมื่อทุกคนต้องดำรงชีวิตด้วยปัจจัยต่างๆที่กล่าวไปข้างต้น สิ่งตามมาคือการแสวงหาหนทางเพื่อให้ได้มาซึ่งปัจจัยที่จำเป็น และวิธีการที่จะได้คือต้องมีสิ่งของในการแลกเปลี่ยนกัน ซึ่งก็คือ เงิน เงินจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนพยายามแสวงหาเพื่อนำมาแลกกับสิ่งต่างๆที่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน
การจะได้มาซึ่งเงินนั้นก็ต้องทำงานแลก ใช้ทักษะความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และความพยายามต่างๆ เพื่อให้แลกกับเงินเดือน หรือกำไรจากการลงทุน บางคนอาจหาเงินด้วยการเป็นลูกจ้าง บางคนอาจเป็นนายจ้าง หรือบางคนอาจเป็นเจ้านายตัวเอง ไม่เป็นทั้งลูกจ้างและเจ้านายใคร ทุกคนดูเหมือนมีสิทธิเลือกอาชีพได้ด้วยตัวเองว่าอยากทำหรือไม่อยากทำอาชีพอะไร ในขณะที่คนบางคนอาจไม่มีสิทธิเลือกด้วยซ้ำว่าไม่อยากทำอาชีพอะไร เพราะมีบางอาชีพที่ห้ามไม่ให้คนบางสถานะสามารถทำได้ คนเหล่านี้ที่กล่าวถึงคือคนต่างด้าว ที่เข้ามาเป็นแรงงานในประเทศไทย บุคคลเหล่านี้ถูกบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดในอาชีพและวีชาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำ พ.ศ. 2522[1] กำหนดอาชีพที่คนต่างด้าวห้ามทำ 39 อาชีพ ดังต่อไป
1. งานกรรมกร
2. งานกสิกรรรม งานเลี้ยงสัตว์ งานป่าไม้ หรืองานประมง ยกเว้นงานที่ใช้ความชำนาญ งานเฉพาะสาขา หรืองานงานควบคุมดูแลฟาร์ม
3. งานก่ออิฐ งานช่างไม้ หรืองานก่อสร้างอื่น
4. งานแกะสลักไม้
5. งานขับขี่ยานยนต์ หรืองานขับขี่ยานพาหนะที่ไม่ใช้เครื่องจักรหรือเครื่องกล ยกเว้นงานขับขี่เครื่องบินระหว่างประเทศ
6. งานขายของหน้าร้าน
7. งานขายทอดตลาด
8. งานควบคุม ตรวจสอบหรือให้บริการบัญชี ยกเว้น งานตรวจสอบภายในชั่วคราว
9. งานเจียระไน หรือขัดเพชรหรือพลอย
10. งานตัดผม งานดัดผม หรืองานเสริมสวย
11. งานทอผ้าด้วยมือ
12. งานทอเสื่อ หรืองานทำเครื่องใช้ด้วยกก หวาย ปอ ฟาง หรือเยื่อไม้ไผ่
13. งานทำกระดาษสาด้วยมือ
14. งานทำเครื่องเขิน
15. งานทำเครื่องดนตรีไทย
16. งานทำเครื่องถม
17. งานทำเครื่องทอง เครื่องเงิน หรือเครื่องนาก
18. งานทำเครื่องลงหิน
19. งานทำตุ๊กตาไทย
20. งานทำที่นอนผ้าห่มนวม
21. งานทำบัตร
22. งานทำผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมด้วยมือ
23. งานทำพระพุทธรูป
24. งานทำมีด
25. งานทำร่มด้วยกระดาษหรือผ้า
26. งานทำรองเท้า
27. งานทำหมวก
28. งานนายหน้า หรืองานตัวแทน ยกเว้น งานนายหน้าหรืองานตัวแทนในธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ
29. งานในวิชาชีพวิศวกรรม สาขาวิศวกรรมโยธา ที่เกี่ยวกับงานออกแบบและคำนวณ จัดระบบ วิจัย วางโครงการ ทดสอบ ควบคุมการก่อสร้าง หรือให้คำแนะนำ ทั้งนี้ไม่รวมที่ต้องใช้ความชำนาญพิเศษ
30. งานในวิชาชีพสถาปัตยกรรมที่เกี่ยวกับงานออกแบบเขียนแบบ ประมาณราคา อำนวยการก่อสร้างหรือให้คำแนะนำ
31. งานประดิษฐ์เครื่องแต่งกาย
32. งานปั้นหรือทำเครื่องปั้นดินเผา
33. งานมวนบุหรี่ด้วยมือ
34. งานมัคคุเทศก์ หรืองานจัดนำเที่ยว
35. งานเร่ขายสินค้า
36. งานเรียงตัวพิมพ์อักษรไทยด้วยมือ
37. งานสาวและบิดเกลียวไหมด้วยมือ
38. งานเสมียนพนักงานหรืองานเลขานุการ
39. งานให้บริการทางกฎหมายหรืออรรถคดี
**หมายเหตุ ตามมติคณะรัฐมนตรี ผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง 3 สัญชาติ (พม่า ลาว และกัมพูชา) ทำงานได้ 2 อาชีพ คือ 1. งานกรรมกร และ 2. งานรับใช้ในบ้าน
ด้วยความที่คนต่างด้าวถูกข้อห้ามดังกล่าวจำกัดสิทธิเหล่านี้เพื่อสงวนให้เป็นคนสัญชาติไปไทยทำเท่านั้น เป็นผลให้แรงงานต่างด้าวบางคนที่มีจะมีความรู้ความสามารถในด้านนี้ กลับไม่สามารถประกอบอาชีพที่เกี่ยวกับสิ่งที่ตนถนัดได้ อย่างในกรณีศึกษาของน้องดวงตา[2] ที่มีปัญหาสถานะบุคคล เป็นคนคนต่างด้าวไร้สัญชาติ เนื่องจากได้ติดตามบุพกรีที่อพยพเข้ามาประเทศไทย จากรัฐฉาน ประเทศเมียนมาร์ เพราะปัญหาความไม่สงบในประเทศเมียนมาร์ อันนำไปสู่ความยากลำบากในการประกอบอาชีพ ครอบครัวของน้องดวงตาจึงลี้ภัยเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันบุพการีของน้องดวงตาได้รับรองสัญชาติเมียนมาร์เรียบร้องแล้ว แต่น้องดวงตาซึ่งเป็นบุตรกลับยังไม่ได้รับการรับรองสัญชาติใดๆเลย น้องดวงตายังเป็นคนไร้สัญชาติอยู่ แต่น้องดวงตามีสถานะเป็นราษฎรไทยประเภทนักเรียนนักศึกษาไร้สัญชาติในทะเบียนประวัติประเภท ท.ร.38 ก เพราะน้องมีสถานะเป็นนักศึกษาคณะศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยความรู้ความสามารถที่ได้ร่ำเรียนมาน้องดวงตาอาจจะได้ประกอบอาชีพมัคคุเทศก์ หรือจัดนำเที่ยว หากน้องสนใจ แต่เพราะความเป็นคนต่างด้าวและยังไร้สัญชาติอีก ทำให้น้องดวงตาถูกจำกัดมิให้ประกอบอาชีพดังกล่าว โดยที่ไม่มีสิทธิหรือหรือตัดสินใจด้วยซ้ำ แม้ว่าจะมีมาตรา 43 แห่ง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550[3]ที่บัญญัติว่า
บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการประกอบกิจการหรือประกอบอาชีพและแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม
การจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของรัฐหรือเศรษฐกิจของประเทศ การคุ้มครองประชาชนในด้านสาธารณูปโภค การรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน การจัดระเบียบการประกอบอาชีพ การคุ้มครองผู้บริโภค การผังเมือง การรักษาทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม สวัสดิภาพของประชาชน หรือเพื่อป้องกันการผูกขาดหรือขจัดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขัน
และในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน[4] ข้อ 23 (1) ว่า
ทุกคนมีสิทธิในการทำงาน ในการเลือกงานโดยอิสระ ในเงื่อนไขที่ยุติธรรมและเอื้ออำนวยต่อการทำงาน และในการคุ้มครองต่อการว่างงาน
เมื่อพิจารณาทั้งรัฐธรรมนูญและตัวปฏิญญาสากลแล้ว จะพบว่าจริงๆแล้วรัฐไทยควรที่จะทบทวนและพิจารณาลดอาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำหรือไม่ เพราะหากเปิดโอกาสให้คนที่มีความรู้ความสารถได้ประกอบอาชีพในสายงานที่มีโอกาสร่ำเรียนมา อาจจะส่งผลให้สายอาชีพนั้นๆได้พัฒนาขึ้น และเป็นการเพิ่มความเสมอภาคให้แก่คนในสังคมไทยอีกประการหนึ่ง แม้ว่าความเห็นดังกล่าวข้าพเจ้าอาจจะเป็นไปได้ยาก ด้วยปัจจัยหลายๆประการที่ประเทศไทยยังอยู่ยึดติดหรือต้องแก้ไขอีกมากมาย หรืออาจจะมีภารกิจที่รัฐไทยต้องปฏิบัติที่สำคัญกว่านี้ แต่ประเด็นดังกล่าวข้าพเจ้าก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่ควรเร่งทบทวนเช่นเดียวกัน
เขียนวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
เชิงอรรถ
[1] กระทรวงแรงงาน, อาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก http://www.mol.go.th/employee/occupation%20_prohib... (วันที่สือค้นข้อมูล : 18 พฤษภาคม 2557)
[2] รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนจินดา สายสุนทร .”กรณีศึกษา ครอบครัวหม่องภา” เอกสารประกอบการสอนวิชา น.396 (5 พฤษภาคม 2557) : หน้า 10-17.
[3] รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก http://www.thailandlawyercenter.com/index.php?lay=... (วันที่สือค้นข้อมูล : 18 พฤษภาคม 2557)
[4] ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก http://www.mfa.go.th/humanrights/images/stories/ud... (วันที่สือค้นข้อมูล : 18 พฤษภาคม 2557)