เมื่อมนุษย์มาอยู่ร่วมกันในสังคม เป็นธรรมดาที่ต้องมีความขัดแย้งกัน มนุษย์จึงต้องกำหนดหลักเกณฑ์ขึ้นมาควบคุมการอยู่ร่วมกันในสังคม นั่นก็คือ กฏหมาย เมื่อมีกฏหมายเป็นกฎเกณฑ์ควบคุมความประพฤติของคนในสังคม เมื่อคนในสังคมคนใดกระทำผิดกฏหมาย ย่อมต้องได้รับโทษตามที่กฏหมายได้กำหนดเอาไว้ ซึ่งการกำหนดบทลงโทษต่างๆแก่ผู้กระทำผิดนั้นมีวัตถุประสงค์ตามทฤษฎีต่างๆหลายประการ ได้แก่ ได้แก่ ทฤษฎีการลงโทษเพื่อทดแทนความผิด (Retributive Theory) ทฤษฎีการลงโทษแบบอรรถประโยชน์(Utilitarian Theory) ทฤษฎีการลงโทษเพื่อแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด (Rehabilitative Theory) และทฤษฎีการลงโทษเพื่อปกป้องคุ้มครองสังคม (Social Protection Theory)
การลงโทษประหารชีวิตก็เป็นการกำหนดบทลงโทษหนึ่งแก่ผู้ที่กระทำความผิด ซึ่งมีกำหนดไว้ในประมวลกฏหมายอาญา
มาตรา 18 โทษสำหรับลงแต่ผู้กระทำความผิดมีดังนี้
(1) ประหารชีวิต
(2) จำคุก
(3) กักขัง
(4) ปรับ
(5) ริบทรัพย์สิน
โทษประหารชีวิตนั้นมีข้อถกเถียงกันอย่างมากในวงการวิชาการ ว่าการลงโทษประหารชีวิตนั้นถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้ต้องโทษประหารชีวิตหรือไม่ เพราะสิทธิในชีวิต นั้นเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคนหรือไม่เมื่อพิจารณาตามวัตถุประสงค์ของ การลงโทษแล้วจะพบว่าโทษประหารชีวิตนั้นสามารถบรรลุวัตถุประสงค์เพียงอย่าง เดียวคือเป็นการปกป้องคุ้มครองสังคมเพราะเป็นการกันบุคคลผู้กระทำผิดให้ออก ไปจากสังคมได้อย่างถาวร แต่ไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์อื่นใดตามทฤษฎีในการลงโทษผู้กระทำผิดดังที่ ได้กล่าวมาเลย หากพิจารณาในแง่ของการยับยั้งหรือ สร้างความกลัวให้แก่ผู้ที่คิดจะกระทำความผิดรายหลัง ก็จะพบว่าการกำหนดให้มีโทษดังกล่าวนั้นมิได้ทำให้การกระทำความผิดลดน้อยลง แต่อย่างใดอันมีปรากฏในงานวิจัยทางวิชาการจากหลายประเทศ ทั้งเมื่อพิจารณาตามหลักสิทธิมนุษยชนก็ จะพบว่าเป็นวิธีการลงโทษที่กระทบโดยตรงต่อสิทธิในการมีชีวิตอันเป็นสิทธิ ขั้นพื้นฐานที่บุคคลทุกคนต้องมีในฐานะที่เกิดเป็นมนุษย์ อันเป็นสิทธิที่ไม่สามารถถูกผู้ใดพรากไปได้หรือแม้แต่ตัวผู้ทรงสิทธิเองก็ ไม่อาจสละสิทธิในการมีชีวิตไปได้เช่นกัน แม้ว่าบุคคลผู้ต้องโทษประหารชีวิตนั้นต้องเป็นบุคคลที่กระทำความผิดรุนแรง แต่คำจำกัดความของคำว่าความผิดที่รุนแรงนั้นก็มีความแตกต่างกันไปในแต่ละ ประเทศแต่ละสังคม อันเป็นเพียงการกำหนดขึ้นของผู้มีอำนาจในการตรากฎหมาย จึงเป็นที่น่า พิจารณาเป็นอย่างยิ่งว่าบุคคลเหล่านั้นมีสิทธิที่จะกำหนดบทลงโทษที่มองข้าม สิทธิในการมีชีวิตของมนุษย์อันเป็นคุณค่าขั้นพื้นฐานของมนุษย์ได้หรือไม่และสมควรให้มีการยกเลิกโทษประหารชีวิตหรือไม่ ซึ่งก็มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยว่าให้มีการยกเลิกโทษประหารชีวิต และก็มีทั้งฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ต่างฝ่ายก็ต่างมีเหตุผลของตัวเอง
ส่วนตัวข้าพเจ้านั้นมีความคิดเห็นว่าควรให้มีการนกเลิกโทษประหารชีวิตด้วยเหตุผลดังนี้
1. ไม่มีมนุษย์หรือคนกลุ่มใดที่สามารถอ้างสิทธิทำร้ายผู้อื่นหรือคร่าชีวิตผู้อื่นถึงตาย ไม่ว่าด้วยเหตุใด
ชีวิตเป็นสิทธิพื้นฐานของทุกคน และเป็นสิทธิที่ไม่อาจปฏิเสธได้ การลงโทษประหารชีวิตจึงเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยตรงของผู้ต้องหา ขณะเดียวกันความยุติธรรมไม่ใช่เครื่องชั่งหรือวัดความเท่าเทียมว่า หนึ่งชีวิตที่เสียไปนั้นต้องได้รับการชดใช้ด้วยอีกชีวิตหนึ่ง ความเข้าใจที่ว่าชีวิตต้องแลกคืนด้วยชีวิตนั้นเป็นความเข้าใจผิด เพราะว่าการประหารชีวิตเป็นการทำลายชีวิตอย่างโหดร้าย ซึ่งก่อให้เกิดความทุกข์และอาจประหารผิดคนได้
2. บางครั้งผู้บริสุทธิ์ถูกประหารชีวิตและไม่มีหนทางชดใช้
ทางนิติวิทยาศาสตร์เผยให้เห็นว่า มีการตัดสินลงโทษประหารผิดคนมากขึ้น มีหลายกรณีที่ผู้ต้องโทษและถูกประหารชีวิตนั้น กระทำผิดข้อหาฆาตกรรมจริง แต่มีเหตุแวดล้อมที่ระบุชัดเจนว่าเขาเหล่านั้นไม่ควรต้องโทษถึงขั้นประหารชีวิต ความผิดพลาดอันเป็นธรรมชาติขิองมนุษย์ ไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือแก้ไขได้หากคนที่ได้รับโทณประหารชีวิตนั้นเสียชีวิตไปแล้วมีคนบริสุทธิ์เสียชีวิตไปแล้วกี่ราย? อาจจะ 7-10% ซึ่งอันที่จริงไม่ควรเกิดขึ้นเลยแม้แต่รายเดียว
3. ข้อโต้แย้งที่ว่าการประหารชีวิตเป็นมาตราการปรามอาญากรรมร้ายแรงได้นั้นเป้นข้อสันนิษฐานที่ขาดพื้นฐานรับรอง
ความเปลี่ยนแปลงของสถิติอาชญากรรมเป็นไปตามกฎเกณฑ์ทางสังคมที่ซับซ้อน ประเทศที่ยกเลิกโทษประหารชีวิต แต่อัตตราฆาตกรรมลดลงก็มี ปละความแปลงในระยะยาวเป็นไปได้ว่าอาจจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงก็ได้
4. เชื่อกันว่าโทษประหารชีวิตเป็นสิ่งจำเป็นที่สร้างความพอใจให้กับครอบครัวของเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย ที่ต้องการให้อาชญากร จบชีวิตด้วยการชำระหนี้เลือด
การให้ผู้กระทำความผิดนั้นต้องตายตกไปตามกันนั้นไม่ถือว่าเป็นสิทธิมนุษยชนและไม่ควรนำมาใช้คำนวนกันแบบเลขคณิต
5. ทุกคนต้องได้รับความยุติธรรมความเท่าเทียมกัน
แต่ในความเป็นจริงไม่มีความเท่าเทียมกันในการตัดสินลงโทษประหารชีวิต จะเห็นได้ว่าคนจน คนไม่มีความรู้และชนขั้นล่างสุดของสังคม มีโอกาสที่จะต้องโทษนี้ได้มากที่สุด จึงเห็นได้ว่าคนที่รวยกว่า คนที่มีการศึกษามากกว่า หรือมีฐานทางสังคมดีกว่า มักจะรอดจากโทษประหารชีวิตเสมอ
ที่มา http://sevenstars61.exteen.com/20080618/entry
นิติ วณิชย์วรนันต์
5501681133