จากเว็บไซด์:https://www.google.co.th/url?sa=i&rct=j&q=&esrc=s&...

             ผู้ทรงสิทธิ (subject  of law) หมายถึง ผู้เป็นเจ้าของสิทธิตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งสิทธิในการมีสุขภาพดีนั้นเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่บุคคลผู้เป็นมนุษย์ทุกคนพึ่งได้รับ โดยมีการบัญญัติรับรองไว้ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน

ข้อ 25 ว่า 1. บุคคลมีสิทธิในมาตรฐานการครองชีพที่เพียงพอสำหรับสุขภาพ และความอยู่ดี ของตน และครอบครัวรวมทั้งอาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย การรักษาพยาบาล และบริการสังคมที่จำเป็น และสิทธิในความมั่นคงในกรณีว่างงาน เจ็บป่วย ทุพพลภาพ เป็นหม้าย วัยชรา หรือการขาดปัจจัยในการเลี้ยงชีพอื่นใดในพฤติการณ์อันเกิดจากที่ตนจะควบคุมได้(1)

             เมื่อทุกคนที่เกิดมามีสภาพบุคคลย่อมมีสิทธิสุขภาพดีในฐานะผู้ทรงสิทธิได้เช่นกัน ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นคนต่างเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา ทุกคนย่อมบริการทางสาธารณสุขที่ได้มาตรฐานและมีประสิทธิภาพอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งปัจจุบันมีคนกลุ่มหนึ่งที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนได้ง่าย ซึ่งส่วนใหญ่มักพบกับครอบครัวข้ามชาติ ที่อาศัยอยู่บริเวณชายขอบของประเทศ เพราะบุคคลที่เข้ามาในประเทศไทยนั้นอาจมีสถานะตกเป็นคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ จึงทำให้คนเหล่าถูกละเมิดสิทธิได้ง่ายและยากที่จะเข้าถึงสิทธิต่างๆตามที่ควรจะได้รับตามสิทธิขั้นพื้นฐาน

             ผู้เขียนขอยกกรณีศึกษาของน้องอาป่า ซึ่งเกิดปี พ.ศ.2539 มีอายุ18 ปี ที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งอาป่ามีสิทธิได้รับสัญชาติไทยตามหลักดินแดนเพราะเป็นบุคคลที่เกิดในราชอาณาจักรไทย มาตรา๗ (๒)แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งวางหลักว่า “บุคคลผู้เกิดในราชอาณาจักรไทย ย่อมมีสิทธิในสัญชาติไทยโดยการเกิด” น้องอาป่าเกิดจากบิดาและมารดาเป็นชาวอาข่าไร้รัฐไร้สัญชาติที่อพยพมาจากประเทศเมียนมาร์ ครอบครัวของเขาได้รับการสำรวจและจัดทำ “ทะเบียนประวัติชุมชนบนพื้นที่สูงตามแผ่นแม่บทฯ ฉบับที่ 2” และได้รับสิทธิอาศัยชั่วคราวตามกฎหมายไทยว่าด้วยคนเข้าเมือง จึงได้รับการจดบันทึกแล้วใน ท.ร.13 ในสถานะ “คนที่เข้าเมืองชั่วคราว”

             ต่อมาน้องอาป่าได้ประสบอุบัติเหตุรถยนต์ชนกัน ขาหักทั้งสองขา จนต้องดามด้วยเหล็กซึ่งยังไม่เป็นที่แน่ใจว่าขาจะสามารถใช้การได้ตามปกติหรือไม่ และถูกฟ้องต่อศาลยุติธรรมในความผิดที่ขับรถโดยประมาท ซึ่งก็ไม่มีเงินและความรู้ที่จะต่อสู้คดีในชั้นศาล  จะเห็นได้ว่าน้องอาป่ามีฐานะเป็นผู้ทรงสิทธิตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนในสิทธิที่จะมีสุขภาพดี และในระบบประกันสุขภาพเพื่อบุคคลที่มีปัญหาสถานะตามคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่23 มีนาคม พ.ศ.2543 เพราะเป็นบุตรของราษฎรไทยที่เป็นชนกลุ่มน้อยที่ได้อพยพมายังไทยก่อนพ.ศ.2542

             แต่อาจไม่ใช่ผู้ทรงสิทธิใน พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 หากมีการตีความตามรัฐธรรมนูญในมาตรา 51 ว่า “บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับบริการทางสาธารณสุขที่เหมาะสม และได้มาตรฐาน และผู้ยากไร้มีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลจากสถานบริการสาธารณสุขของรัฐ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย”(2) อีกทั้งยังมีปัญหาในการเข้าถึงกระบวนยุติธรรมอีกด้วย ดังที่ได้ถูกบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2550 มาตรา ๔๐ ว่า บุคคลย่อมมีสิทธิในกระบวนการยุติธรรมอีกด้วย
กล่าวคือถ้าหากตีความคำว่า บุคคล ตามมาตรานี้ว่าเป็นชนชาวไทยหรือผู้มีสัญชาติไทยเท่านั้นก็จะทำให้น้องอาป่าไม่สามารถเข้าถึงสิทธิเหล่านี้ได้ เพราะขณะนั้นน้องอาป่ายังขอสัญชาติไทยไม่ได้จึงยังไม่ได้รับการรับรองและส่งเสริมคุ้มครองตามกฎหมายเหล่านี้ หากน้องอาป่าไม่รับความช่วยเหลือจากมูลนิธิกระจก เงาและมูลนิธิ ศ.คนึง ฦาไชย ชีวิตของน้องอาป่าคงยากลำบากกว่านี้เป็นแน่

            ในปัจจุบันไม่เพียงแต่กรณีปัญหาของน้องอาป่าเท่านั้น แต่ยังพบเจอเด็กและเยาวชนอีกจำนวนมากที่ประสบปัญหาด้อยโอกาสทางสุขภาพอีกด้วย ดังนั้นคนในสังคมควรเคารพในความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น รวมทั้งทางภาครัฐก็ควรมีกระบวนการดำเนินการในการให้สัญชาติแก่บุคคลที่ยื่นขอสัญชาติไทยโดยเร็วและเป็นธรรม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนแก่ผู้นั้นที่อยู่ในช่วงเวลาของการพิสูจน์ขอสัญชาติ และเพื่อให้คนเหล่านั้นสามารถใช้สิทธิขั้นพื้นฐานหรือสิทธิที่เขาพึ่งจะได้รับในฐานะเป็นผู้ทรงสิทธิและใช้สิทธิได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

____________________________________________________________________________________________

  • (1)ปฎิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน,สืบค้นเมื่อ 11 พฤษภาคม,ปี2557,จากเว็บไซด์: http://www.lexilogos.com/declaration/thai.htm
  • (2) Ms. Thanunchanok Yodsanit,กฎหมายไทย กับ สิทธิในความมีสุขภาพดี,สืบค้นเมื่อ 11 พฤษภาคม,ปี2557,จากเว็บไซด์:http://www.l3nr.org/posts/535559.