ข้อคิดที่ได้จากภาพยนตร์ Amazing Grace

Amazing Grace        

            คือภาพยนตร์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเฉลิมฉลองการเลิกทาสครบ 200 ปีในประเทศอังกฤษ ซึ่งนักการเมืองวัยเยาว์อายุน้อยที่สุดในรัฐสภาคนหนึ่งได้ลุกขึ้นมาต่อต้านกฎหมายการค้าทาส ชื่อของเขาคือ วิลเลียม วิลเบอร์ฟอร์ซ ในการยกเลิกกฎหมายค้าทาสของอังกฤษ เนื่องจากการค้าทาสในยุคนั้นเป็นเรื่องที่ปกติ ทาสผิวดำชาวแอฟริกาเปรียบเสมือนสัตว์ที่สามารถซื้อขาย ใช้แรงงานโดยไม่คำนึงว่าพวกเขาเหล่านั้นเป็นมนุษย์เช่นเดียวกัน        

          แรงบันดาลใจของวิลเลียม วิลเบอร์ฟอร์ซในการต่อสู้เพื่อยกเลิกกฎหมายค้าทาสนั้นมีสาเหตุมาจากการเริ่ม นับถือ เคารพพระเจ้าของเขา วิลเลียมเชื่อว่าพระเจ้าสร้างเขามาเพื่อให้เขาล้มล้างการค้าทาส และสืบเนื่องมาจนถึงการพยายามผลักดันฎีกาล้มเลิกการค้าทาส ซึ่งในที่สุดแล้ว พระราชบัญญัติเลิกทาส (Emancipation Act) ก็ถูกประกาศใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 26 กรกฎาคม 1833ซึ่งสิ่งสำคัญที่ทำให้พระราชบัญญัติฉบับนี้มีผลใช้บังคับคือ การออกกฎหมายสัญชาติเรือ เรือที่เป็นของฝรั่งเศสจะถูกยึดและปรับ โดยเงินที่ปรับนั้นจะเป็นกลายเป็นภาษีอีกทางหนึ่ง เรือเหล่านั้นส่วนใหญ่แล้วเป็นเรือที่ขนทาสมาจากแอฟริกาเมื่อเรือถูกยึดจึง เป็นการช่วยลดการขนส่งและค้าขายทาสไปด้วยในตัว</p><p>
 

สำหรับข้าพเจ้าภาพยนตร์นี้ได้ให้ข้อคิดไว้หลายอย่าง            

            เริ่มจากสิ่งที่เด่นชัดที่สุด คือศักดิ์ศรีืและคุณค่าของมนุษย์ ตรงความเชื่อที่ว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาแล้วย่อมมีค่าที่เท่าเทียมกัน ต้องปฏิบัติและถูกปฏิบัติเยี่ยงเดียวกัน โดยมิตัดสินจากภายนอก และเมื่อเราเห็นคนถูกกระทำเยี่ยงอย่างไม่เท่าเทียม ก็ควรที่จะมีความกล้าลุกขึ้นมาสู้เพื่อความเสมอภาคและความถูกต้อง ทุกคนเสมอกันตามกฎหมายและมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองของกฎหมายเท่าเทียมกัน การค้าทาสเช่นในเรื่องนั้นส่งผลเสียมากมาย ไม่ว่าจะเป็นตราบาปของบุคคลที่ถูกมองว่าเป็นทาส การได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมกันส่งผลให้ชีวิตของมนุษย์คนหนึ่งที่ ควรได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม ต้องได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับสัตว์ ดังนั้น เราจึงควรให้ความสำคัญและไม่เหยียดบุคคลอื่นไม่ว่าเขาคนนั้นจะเป็นสัญชาติใด มีผิวสีใดแต่ในปัจจุบัน การเหยียดผิดนั้นยังคงมีอยู่ในสังคมโดยถือว่าเป็นเรื่องปกติซึงเป็นปัญหา ใหญ่ที่ควรได้รับการแก้ไขอย่างเรื่อยมา 

             ในปัจจุบันการค้าทาสหรือการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนเช่นนั้นนั้นอาจถูกยกเลิกไปแล้ว แต่ข้าพเจ้าก็เชื่อว่าอาจจะปรากฎมาในรูปแบบอื่นแทน เช่น โรงงานนรก ที่จับเด็กไปทำงานหนัก ไม่ให้พักหรือไม่ให้กินข้าว จนร่างกายทรุดโทรม ดังนั้นพวกเราในฐานะประชาชน ควรจะช่้วยกัน สอดส่องจับตามอง เป็นหูเป็นตาให้กันและกัน เพื่อความปลอดภัยของทุกคน เพราะมันอาจเกิดขึ้นกับคนที่คุณรักก็ได้                   ต่อมาเป็นเรื่องของความพยายาม เพราะไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ได้มาอย่างง่ายดาย ทุกอย่างจะประสบความสำเร็จได้ต้องใช้เวลาต้องมีจิตใจที่มุ่งมั่น และการกระทำที่ต่อเนื่องจริงจัง เวลาจะช่วยพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นคุณค่าของการกระทำ เห็นได้จากการที่วิลเลียมพยายามผลักดันกฎหมายเพื่อยกเลิกการค้าทาสและเขา รณรงค์และผลักดันกฎหมายนั้นอย่างจริงจัง แสดงออกผ่านการตีพิมพ์ลง หนังสือพิมพ์ รณรงค์ให้ชาวบ้านเห็นถึงความโหดร้ายของการค้าทาส ท้ายที่สุดแล้วความพยามยามของเขาก็เป็นผลเมื่อพระราชบัญญัติเลิกทาสถูกประกาศ ใช้ในที่สุด ดังนั้นไม่ว่าเราคิดจะทำอะไรหากลงมือทำอย่างจริงจังและมีเหตุผลที่ดีแล้ว ก็จะประสบความสำเร็จในที่สุด แม้ว่าเราจะเป็นบุคคลธรรมดาไม่ใช่นักการเมืองดังเช่นวิลเลี่ยมก็ตาม

อ้างอิง http://www.oknation.net/blog/print.php?id=18170

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กฎหมายสิทธิมนุษยชน



ความเห็น (0)