ความเปราะบางได้สร้างแรงสั่นสะเทือนเพิ่มขึ้นไปอีกเมื่อมีอาจารย์ท่านหนึ่งได้เล่าถึงความเปราะบางของตนเองออกมา เล่าถึงการดิ้นรนต่อสู้ เล่าถึงตอนที่ต้องเสียพ่อไปตั้งแต่วัยเด็ก เล่าถึงความทุกข์ที่ต้องเติบโตมาตามลำพังและโดดเดี่ยว คุณครูท่านนี้เล่าด้วยเสียงสะอื้นในบางช่วง ผมและอาจารย์พิเชษฐ์เคลื่อนตัวเข้าไปประกบทั้งสองข้างเพื่อคอยเป็นกำลังใจให้ ระหว่างเรื่องกำลังดำเนินไป พร้อมกับการรับฟังอย่างตั้งใจ พลังงานนั้นส่งผลให้น้ำตาของผมปริ่มนองออกมาประจักษ์แก่สายตาของคุณครูทั้ง 50 คนที่ตั้งใจฟังอย่างเงียบกริบเช่นกัน

ความรู้สึกปิติ ยังเกิดขึ้นอย่างไม่จางหายในตัวผม แม้การอบรมจะผ่านไปแล้วสองวันก็ตามที ภาพของผมกับอาจารย์พิเชษฐ์ ที่กำลังช่วยกันแต่งเติมและร่ายรำกระบวนท่าต่าง ๆ ท่ามกลางเหล่าคุณครูในสถาบันอาชีวศึกษา จากชมรมครูเกษตร ประมาณ 50 คน ที่เฝ้าจับตามองอย่างใจจดใจจ่อ ครูเหล่านั้นมากด้วยประสบการณ์ ส่วนใหญ่อายุเกือบจะเข้าสู่วัย 60 ปี หลายคนถึงกับเอ่ยปากทั้งในระหว่างและหลังจากการอบรมสิ้นสุดลง ออกมาว่าเสียดายที่ตอนนี้เหลืออีกเพียงสองปีก็เกษียณอายุราชการแล้ว

คุณครูกลุ่มนี้ผมมีโอกาสได้สัมผัสมาก่อนหน้านี้แล้ว พวกเขาเป็นครูกิจกรรม ฝีมือของพวกเขาอยู่ระดับแนวหน้าเลยทีเดียว ผมว่าพวกเขาเจ๋งกว่าคุณครูในกลุ่มอื่น ๆ ที่ผมได้พบเจอมาก เรื่องเทคนิควิธีการสอนนั้น พวกเขามีเป็นกระบุงเลยทีเดียว พวกเขามาพูดเรื่องเทคนิควิธีการที่เขาใช้ในการเรียนการสอนและพวกเขาก็พูดถึงความประทับใจที่มีต่อการสอน สิ่งที่พวกเขาพูด และสะท้อนออกมาคือเขาดีใจที่ได้ทำให้เด็กเกิดการเปลี่ยนแปลงเขาสนใจเรื่องการพัฒนาผู้เรียน ผมควรจะต่อยอดเรื่องนี้ให้แก่เขา

แผน..ที่เปลี่ยนอย่างกะทันหัน!!

วินาทีแรกที่เรา(ผมและอาจารย์พิเชษฐ์) ไปถึงและได้นั่งฟังสิ่งที่ครูแต่ละคนนำเสนอนั้น เราพบว่าหาใช่เทคนิควิธีการสอนไม่ ที่ควรค่าแก่เขา แต่มันเป็นความผูกพันและความประทับใจ เมื่อครูเหล่านั้นได้เข้าไปใกล้ลูกศิษย์ของเขาต่างหาก เมื่อเขาอยู่กับเด็กของเขา สิ่งที่พวกเขาสะท้อนมันประจักษ์แก่สายตาผมว่า วิธีการสอนแบบใช้ฐานของโครงงาน (Project Based Learning: PjBL) เป็นสิ่งที่ไร้ค่าเสียแล้วในสถานที่แห่งนี้ ถึงแม้จะเป็นโจทย์ที่ผู้จัดกำหนดมาก็ตามที แต่ผมควรชวนเขาไปสู่จุดที่สูงกว่านั้น ผมตั้งใจจะให้สิ่งที่มีค่าที่มากกว่าแก่เขาทั้งหลาย อาจารย์พิเชษฐ์ก็เห็นด้วยกับผมเช่นกัน

เพื่อความแน่ใจ ระหว่างพักเบรกตอนเช้า พวกเราได้ทำการตรวจสอบพื้นฐานของคุณครูเหล่านี้ โดยนั่งคุยกันอย่างลึก ๆ กับคุณครูผู้อยู่เบื้องหลังโครงการเกือบหนึ่งชั่วโมง พวกเราถามเขาอย่างละเอียดถึงสิ่งที่ได้ดำเนินการมา จุดเด่น จุดบกพร่อง และสิ่งที่คาดหวัง เพื่อประเมินสถานการณ์จริง ๆ ให้ได้ และเราก็พบว่าพวกเขารู้มากมาย พวกเขารู้จักเครื่องมือของกระบวนกรหลายอย่าง พวกเขาได้เอาเครื่องมือเหล่านี้ไปใช้ในการจัดการเรียนรู้มากพอสมควร และจากการพูดคุยผมสามารถหยั่งได้ว่า พวกเขาเหล่านี้ยังไม่ลุ่มลึกมากนัก พวกเขาอยู่ในระดับได้รับรู้ ได้เห็น แต่ยังไม่ได้ฝึกจริง ๆ อย่างลงลึก และนี่แหละคือทางเข้าของผมในวันนี้ “ให้เขาฝึกอย่างลงลึกในสิ่งที่เขารู้มา”

ญาณทัศนะกับการอบรม!!

การอบรมครั้งนี้ “ญาณทัศนะ” ถูกเอามาใช้ในระดับที่มากพอดู เรามีเพียงกรอบเคร่าว ๆ ว่าจะพูดเรื่องอะไร ในระหว่างที่หารือกับอาจารย์ผู้ดูแลโครงการอยู่นั้น มีอาจารย์ท่านหนึ่งมาตามให้ผมกับอาจารย์พิเชษฐ์ ไปพูดอะไรเล็กน้อยก่อนพักเที่ยง เป็นโปรแกรมที่ไม่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้า เราต้องพูดอะไรก็ได้ ประมาณ 15 นาที วินาทีแรกที่ผมคิดได้ในตอนนั้นคือ “ต้องแสดงแสนยานุภาพของผมให้พวกเขาได้รับรู้” แต่ผมยังไม่รู้ว่าจะพูดในหัวข้อและประเด็นอะไร!!!

เรายังมีเวลาเหลืออีกเล็กน้อย อาจารย์ท่านหนึ่งนำเสนอผลงานของเขายังไม่จบสิ้น ผมหารือกับอาจารย์พิเชษฐ์ระหว่างนั้นแต่ก็ยังไม่ลงตัว จากนั้นผมก็นั่งนิ่งอยู่ชั่วครู่ และผมก็เกิดปิ้งแว๊บ!! “การเรียนรู้” คำนี้แหละที่เราจะจั่วหัวใน 15 นาทีต่อจากนี้

หน้าเวที เราทำตัวให้สบายอย่างที่สุด เราลากก้าวอี้มานั่ง เราพูดจาล้อเล่นกับเขาเล็กน้อย เราแหย่เขาเรื่องเวลา และเราบอกให้พวกเขารู้ว่า การเรียนรู้คืออะไร ? เราจะทำให้การเรียนรู้เกิดขึ้นได้อย่างไร ? และเมื่อการเรียนรู้เกิดขึ้นแล้วมันน่าสนใจแค่ไหน ? เราอธิบายและตั้งคำถามทิ้งไว้ ผมและอาจารย์พิเชษฐ์ท็อคโชว์คู่ให้พวกเขาได้ฟัง มันสร้างความสนใจให้พวกเขาได้พอดูทีเดียว!! ผมสัมผัสได้ว่าพวกเขารู้สึกว่า สิ่งที่จะเจอต่อไป “ไม่ธรรมดาแน่ ๆ”


ความเปราะบาง!!

ห้าชั่วโมงของการอบรม เรานำพาพวกเขาเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ เราใช้วีดีโอเรื่อง “Children full of life” เป็นตัวนำเรื่อง วีดีโอเรื่องนี้เหมือนมันไปตอกย้ำอะไรบางอย่างในตัวพวกเขา คุณครูที่มีประสบการณ์มานับสิบ ๆ ปี ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากต่อมาก เมื่อเขาได้ดูวีดีโอชุดนี้ มันกระแทกเขาเข้าอย่างจัง

ภายหลังจากนั้นในการสะท้อนผลการเรียนรู้ ผมได้เปิดประเด็นเรื่องความเปราะบาง และผมได้เล่าว่าช่วงไหนบ้างในวีดีโอและทำให้ความเปราะบางในตัวผมแสดงออกมา อาจารย์พิเชษฐ์แกก็รับลูกแกเล่าถึงความเปราะบางที่เกิดขึ้นแก่ตัวแกในครั้งหนึ่งของการเป็นกระบวนกรอบรมร่วมกับผม และแกก็เล่าเรื่องนี้ด้วยความสั่นสะเทือน ประเด็นความเปราะบางได้สร้างแรงสั่นสะเทือนเพิ่มขึ้นไปอีกเมื่อมีอาจารย์ท่านหนึ่งได้เล่าถึงความเปราะบางของตนเองออกมา เล่าถึงการดิ้นรนต่อสู้ เล่าถึงตอนที่ต้องเสียพ่อไปตั้งแต่วัยเด็ก เล่าถึงความทุกข์ที่ต้องเติบโตมาตามลำพังและโดดเดี่ยว คุณครูท่านนี้เล่าด้วยเสียงสะอื้นในบางช่วง ผมและอาจารย์พิเชษฐ์เคลื่อนตัวเข้าไปประกบทั้งสองข้างเพื่อคอยเป็นกำลังใจให้ ระหว่างเรื่องกำลังดำเนินไป พร้อมกับการรับฟังอย่างตั้งใจ พลังงานนั้นส่งผลให้น้ำตาของผมปริ่มนองออกมาประจักษ์แก่สายตาของคุณครูทั้ง 50 คนที่ตั้งใจฟังอย่างเงียบกริบเช่นกัน มันตรึงพวกเราไว้อย่างอยู่หมัดทีเดียว จากนั้นมีอาจารย์อีกสองถึงสามท่านได้เล่าสะท้อนการเรียนรู้จากการดูวีดีโอเรื่องนี้ ระยะเวลาเพียงสองชั่วโมงมันดึงจิตวิญญาณความเป็นครูของแต่ละคนให้ประจักษ์แก่สายตาโดยไม่ต้องมานั่งอธิบายว่าคืออะไร ตอนนี้ทุกคนรู้ด้วยตัวเองแล้วว่า จิตวิญญาณความเป็นครู คืออะไร วีดีโอเรื่องนี้ช่วยได้มากทีเดียว

เติมเต็มและอุดช่องว่าง!!

เราเติมหลักให้พวกเขาอีกเล็กน้อย โดยชี้ให้เขาเห็นว่าอะไรที่ทำให้พลังของการเรียนรู้ถือกำเนิดขึ้น เราเน้นมากเรื่องการฟังและการสร้างพื้นที่ปลอดภัย เราทำให้เขาเห็นด้วยตัวเขาเองว่า การฟังที่ลึกซึ้งนั้นมีพลังมากแค่ไหนต่อการเรียนรู้ ผมหยอดเรื่องบุคลิกที่แตกต่างของแต่ละคนด้วยการอธิบายองค์ความรู้เรื่องผู้นำ 4 ทิศ และเรื่องมุมมองที่เราใช้มองโลก (Mental Model) ผมหยอดเอาไว้ให้พวกเขาเพียงเข้าใจ โดยหวังว่าจะช่วยให้ “สุนทรียสนทนา (Dialogue)” ที่พวกเขาทำอยู่มีความประณีตมากยิ่งขึ้น

เนื้อหาเรื่องกระบวนการเรียนรู้เราพูดเพียงแค่หลัก ๆ เพื่อให้เขาได้มีจุดเริ่มต้นของการคิด เราชี้ให้เขาเห็นว่าการเรียนรู้ต้องทำให้ครบวงจร การสะท้อนผลการเรียนรู้เป็นองค์ประกอบหนึ่ง ที่ทำให้การเรียนรู้เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ และเราก็บอกเขาว่า Project Based Learning ที่เราใช้ก็มาจากวงจรการเรียนรู้เช่นนี้ การทำเช่นนี้น่าจะทำให้เขาเข้าใจว่า เทคนิควิธีหาไม่สิ่งที่ควรเอามายึดถือเป็นสรณะไม่!! หัวใจต่างหากที่ควรสร้างให้เกิดขึ้น หัวใจของความเป็นครูสถานที่ซึ่งสถิตอยู่ของจิตวิญญาณแห่งความเป็นครูต่างหาก ที่ต้องเปิดออก และผมคิดว่า นี่แหละคือสิ่งที่น่าจะมีประโยชน์แก่เขาในวันนี้

มิตรภาพที่ไม่มีวันลืม!!

ความปรารถนาดีแก่กันระหว่างเราซึ่งเป็นกระบวนกรกับเขาซึ่งเป็นผู้เข้ารับการอบรม เกิดขึ้นอย่างมากมายมหาศาล เวลา 4 ชั่วโมงมันทำให้รู้สึกว่าเรารู้จักกันมานับแรมปี เรากับเขาเข้ากันได้ดีแทบจะไม่มีรอยต่อ บางครั้งเขาก็นั่งคลุกลงกับพื้น บางทีเราก็นั่งลงกับพื้น เราและเขาเชื่อมต่อกันอย่างแนบสนิทด้วยท่ออุ่น ๆ ที่มองไม่เห็นได้ด้วยตา กำแพงและความคลายแคลงใจหายไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงมิตรภาพและความหวังดีแก่กัน มันชุ่มชื่นอยู่ในหัวใจของเราและเขา

อาจารย์ท่านนั้นที่เผยความเปราะบางออกมาให้ประจักษ์แก่สายตาของทุกคนในวงสนทนา ได้เดินเข้ามาเราทั้งสองพร้อมกับยื่นสิ่งที่เขาคิดว่ามีค่าที่สุดสำหรับเขาให้แก่เราทั้งสอง “ตะกรุดที่ทำจากลูกกระสุนปืน” และ “หนังจระเข้” คือสิ่งที่เขามอบให้ "เก็บไว้น่ะมันจะคุ้มครองให้อาจารย์ทั้งสองแคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง" พวกเราสองคนรับมาด้วยความเต็มใจ พร้อมกับสวมกอดท่านด้วยความอบอุ่นและเต็มไปด้วยความหวังดีแก่กัน

ขอบคุณช่วงเวลาสี่ชั่วโมงที่มีคุณค่าแก่จิตใจผม ขอบคุณคุณครูทุกท่านที่เติมพลังให้แก่ผม ขอบคุณทุก ๆ คนที่ทำให้ผมรู้ว่าเรื่องราวเหล่านี้ มันมีประโยชน์แก่ใครต่อใครอีกมากมายนัก และขอบคุณคุณครูทุกท่านที่อบรม บ่มเพาะผมมาให้เป็นดังเช่นทุกวันนี้... ขอบคุณ...ขอบคุณ...