คราวนี้ขึ้นยากขึ้นเย็นเผชิญอุปสรรคทั้งจากฟ้า และจากเครื่องยนต์กลไก
นี่คือการไปประชุมที่ ปานวิมาน รีสอร์ท ครั้งที่ ๓ ของผมคราวนี้ไปประชุม รีทรีต ของสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ซึ่งจัดระหว่างวันที่ ๒๒ - ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๗ แต่เขาเชิญให้ไปพักล่วงหน้าในคืนวันที่ ๒๑ มีนาคมโดยผมมีกำหนดไปบรรยาย เรื่องการจัดการความรู้ ที่ มช. เวลา ๑๔.๓๐ - ๑๖.๓๐ น. ก่อนแล้วจึงเดินทางไปปานวิมาน รีสอร์ท
วันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๗ ผมต้องออกจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหารของสถาบันคลังสมองฯ ก่อนเวลาไปขึ้นเครื่องบินไปเชียงใหม่ ด้วยเที่ยวบิน TG 110 กำหนดออก ๑๒.๕๕ น.
เมื่อได้เวลาขึ้นเครื่องตามที่ระบุในบัตรขึ้นเครื่อง (๑๒.๒๕ น.) สาวน้อยกับผมก็เดินไปที่ประตู B5 และนั่งรอเวลา ๑๒.๔๐ น. ผมก็บอกสาวน้อยว่าเครื่องมีปัญหาโดยสังเกตจากช่างซ่อมบำรุงยังง่วนอยู่แถวล้อหน้าของเครื่องบินและรถคันโต ของช่าง เพิ่งเคลื่อนมาจอดใกล้เครื่องบิน
อีกสักครู่ เจ้าหน้าภาคพื้นดินก็ประกาศว่าเครื่องยังขึ้นไม่ได้เพราะได้รับข่าวจากสนามบินเชียงใหม่ว่าหมอกควันหนามาก เครื่องลงไม่ได้ และอีกครู่เดียว ก็มีอาจารย์ผู้ชายจาก มช. มาทักบอกว่าเที่ยวบินของท่านบินไปถึงสนามบินเชียงใหม่แล้ว แต่ลงไม่ได้ เพราะหมอกควันหนาต้องบินกลับ และกำหนดเครื่องออก ๑๔.๔๕ น.แต่ไม่ทราบว่าจะได้ไปตามกำหนดหรือไม่และท่านช่วยติดต่อทาง มช.ที่เป็นผู้จัดการบรรยายเรื่อง KM สำหรับผู้บริหาร ที่ผมมีกำหนดบรรยายเวลา ๑๔.๓๐ - ๑๖.๓๐ว่าจะต้องเลื่อนออกไป
ในที่สุดเราก็ได้ขึ้นเครื่องและเครื่องแท็กซี่ทำท่าจะขึ้นบินอยู่แล้วเมื่อเวลา ๑๕.๐๕ น.กัปตันก็เบรกกระทันหันและนำเครื่องไปจอด พร้อมกับประกาศว่า เครื่องมีปัญหาทางเทคนิค เครื่องลงจอดอัตโนมัติ ที่ต้องใช้ในสภาพหมอกหนาไม่ทำงาน ขอตัดสินใจกลับไปให้ช่างตรวจซ่อมให้แน่ใจ
กลับไปจอดรออยู่ใกล้ๆ งวงขึ้นเครื่องราวๆ ครึ่งชั่วโมง กัปตันก็ประกาศว่าพร้อมออกเดินทางโดยช่างบอกว่าสัญญาณ ที่จอบอกว่าเครื่องลงจอดอัตโนมัติไม่ทำงานนั้น เป็น false signalและได้แก้ไข false signal นั้นแล้วเครื่องบินขึ้นเวลา ๑๕.๕๗ น.สามชั่วโมงหลังเวลาขึ้นตามเวลาปกติพอดีใช้เวลาบิน ๑ ชั่วโมง และร่อนลงสนามบินเชียงใหม่อย่างราบรื่นเมื่อเวลา ๑๖.๕๕ น.โดยที่หมอกควันไม่หนามากนัก
คุณทองอินทร์ โชเฟอร์ ของ มช. ที่คุ้นเคยกันดีมารับพาขึ้นเหนือตรงไปอำเภอแม่ริม แล้วแยกไปทางทิศตะวันตกเข้าถนน ๑๐๙๖ผ่านน้ำตกแม่สาเอราวัณวัลเล่ย์ปางช้างแม่สาสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์แม่สาวัลเล่ย์ตรงสู่บ้านโป่งแยงใน ที่เป็นหุบเขาซึ่งปานวิมาน รีสอร์ท ตั้งอยู่อันเป็นที่มาของชื่อบันทึก “ควงสาวขึ้นสวรรค์”
เราไปถึงเวลาเกือบ ๑๘.๓๐ น. ยังไม่ค่ำได้ที่พักบ้าน ๑๑๐๓ ซึ่งมีสระว่ายน้ำในตัว และห้องนอนเหมือนกับบ้าน ๑๓๐๒ ที่ผมมาพักที่นี่ครั้งแรกแต่บ้าน ๑๓๐๒ ไม่มีสระว่ายน้ำ
มาคราวนี้สาวน้อยเข่าไม่ดีจึงไม่ได้ออกไปเดินเล่นด้วยกันอย่างคราวที่แล้ว
เช้าวันที่ ๒๒ มีนาคม ผมออกไปเดินคนเดียว ในท่ามกลาง หมอกควันที่เกิดจากการเผาป่าตอนเช้าไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไรแต่ตอนเย็นพอออกไปนอกห้องรู้สึกแสบตาแสบจมูก บรรยากาศในปานวิมานรีสอร์ทคราวนี้เป็นบรรยากาศหน้าแล้งต่างจากที่มา ๒ คราวที่แล้วที่เป็นหน้าฝนเรามาขึ้นวิมานตอนหน้าแล้ง ได้อีกบรรยากาศหนึ่ง
วันนี้เครื่องบินที่บินจากกรุงเทพมาเชียงใหม่มีปัญหาลงไม่ได้ ต้องบินกลับไปรอฟ้าเปิดที่กรุงเทพอีก เหมือนเมื่อวานศ. ดร. ปิยะวัติ บุญ-หลง มาเที่ยว ๘.๓๐ น.มาถึงจริงๆ ๑๖ น.
เช้าวันที่ ๒๓ มีนาคม ผมออกไป “ขึ้นสวรรค์” ที่ระเบียงเหนือสระว่ายน้ำเพื่อเสพบรรยากาศป่าเขาทันใดนั้นนกกระปูดก็ร้องประสานเสียงกันไปมาเช่นเดียวกันกับเสียงไก่ขันจากหลายทิศทางและเสียงจิ้งหรีด และจั๊กจั่นเป็นดนตรีธรรมชาติที่ไพเราะยิ่งนักสำหรับผม
ผมออกไปเดินขึ้นเขา บนถนนคอนกรีตอย่างดีที่ตัดขึ้นเขาในทางที่เขาติดป้ายว่า Panviman Residencesยิ่งเดินขึ้นเขาลึกเข้าไป ผมยิ่งรู้สึกว่า เจ้าของรีสอร์ทแห่งนี้ต้องมีอิทธิพลมากฟ้องคนที่ไปพบเห็นว่า บ้านเมืองของเรา ไม่ได้บังคับใช้กฎหมายอย่างสม่ำเสมอทั่วหน้ากันใครมีอิทธิพลก็สามารถครอบครองเป็นเจ้าของป่าเขาได้ทั้งๆ ที่ผิดกฎหมาย เห็นอยู่โทนโท่
เกิดความสลดใจคู่ไปกับความเบิกบานใจจากธรรมชาติ ที่ได้เห็นต้นไม้ใหญ่และได้ยินเสียงนกร้องส่วนที่สลดใจคือการที่คนมีอิทธิพลครอบครองพื้นที่ป่าเขา และตัดป่าทำรีสอร์ท
เราควรต่อต้าน โดยร่วมใจกันไม่ไปพักที่รีสอร์ททำลายป่าเหล่านี้หรือไม่ แต่เพื่อความเป็นธรรมขอบันทึกว่า บริเวณนี้ยังมีการครอบครองภูเขาที่สูงชันแบบเดียวกัน เห็นอยู่ทั่วไป
๒๕ มี.ค. ๕๗