มนุษย์ที่ข้ามชาติ หมายถึง บุคคลที่มีการกระทำในลักษณะที่ข้ามชาติ คือ มีถิ่นที่อยู่หรือเคยอาศัยอยู่ในประเทศใดประเทศหนึ่งอยู่แล้ว แต่ได้มีการข้ามหรือเคลื่อนย้ายมายังอีกประเทศหนึ่ง ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม
จากกรณีศึกษาน้องดนัย ยื่อบ๊อ เกิดเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2542 ที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นบุตรของนายอาบู กับนางหมี่ยื่ม ยื่อบ๊อ ซึ่งทั้งสองเป็นชาวอาข่าที่อพยพมาจากฝั่งเมียนมาร์ โดยบิดานายอาบูได้รับบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยขึ้นต้นด้วยเลข 6 ซึ่งเป็นบัตรบุคคลบนพื้นที่สูง มารดาหมี่ยื่มมีบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก ขึ้นต้นด้วยเลข 5 และนางหมี่ยื่มได้รับสัญชาติไทยเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2552 ภายหลังน้องดนัยเกิด ทำให้สูติบัตรของน้องดนัยระบุว่าไม่ได้สัญชาติไทย
จากกรณีข้างต้นจึงส่งผลให้น้องดนัยเป็นเด็กข้ามชาติ เนื่องจากมิได้รับการขึ้นทะเบียนจากรัฐ ซึ่งเด็กข้ามชาติมีอยู่ด้วยกันหลากหลายประเภท ดังต่อไปนี้ [1]
1. เด็กข้ามชาติที่ติดตามพ่อแม่ซึ่งเป็นคนข้ามชาติที่หลบหนีเข้ามาในประเทศอย่างผิดกฎหมาย หรือตัวเด็กเองหลบหนีเข้ามาในประเทศอย่างผิดกฎหมาย หรือถูกลักพาตัวเข้ามาในประเทศอย่างผิดกฎหมาย
2. เด็กข้ามชาติที่เกิดในประเทศไทยจากพ่อแม่ที่เป็นคนข้ามชาติ ซึ่งเด็กเหล่านี้สมควรจะได้รับการขึ้นทะเบียนจากรัฐ แต่ก็ไม่เป็นเช่นนั้น โดยอาจเกิดจากความไม่รู้ของพ่อแม่ หรือการปฏิเสธการขึ้นทะเบียนจากหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทำให้ไม่อาจเข้าถึงสิทธิได้ และถูกถือเป็นเด็กข้ามชาติ
3. เด็กที่ข้ามชาติมาอย่างถูกกฎหมาย
เมื่อพิจารณากรณีของน้องดนัย จะเห็นได้ว่าเป็นกรณีเด็กข้ามชาติที่เกิดในประเทศไทยจากพ่อแม่ที่เป็นคนข้ามชาติ ซึ่งน้องดนัยสมควรจะได้รับการขึ้นทะเบียนจากรัฐ เนื่องจากตามพระราชบัญญัติสัญชาติพ.ศ.2508 [2]
มาตรา ๗ บุคคลดังต่อไปนี้ย่อมได้สัญชาติไทยโดยการเกิด
(๑) ผู้เกิดโดยบิดาหรือมารดาเป็นผู้มีสัญชาติไทย ไม่ว่าจะเกิดในหรือนอกราชอาณาจักรไทย
(๒) ผู้เกิดในราชอาณาจักรไทย ยกเว้นบุคคลตามมาตรา ๗ ทวิ วรรคหนึ่ง
คำว่าบิดาตาม (๑) ให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นบิดาของผู้เกิดตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง แม้ผู้นั้นจะมิได้จดทะเบียนสมรสกับมารดาของผู้เกิด และมิได้จดทะเบียนรับรองผู้เกิดเป็นบุตรก็ตาม
มาตรา ๗ ทวิ ผู้เกิดในราชอาณาจักรไทย โดยบิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าว ย่อมไม่ได้รับสัญชาติไทย ถ้าในขณะที่เกิดบิดาตามกฎหมายหรือบิดาซึ่งมิได้มีการสมรสกับมารดาหรือมารดาของผู้นั้นเป็น
(๑) ผู้ที่ได้รับการผ่อนผันให้พักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยเป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย
(๒) ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าอยู่ในราชอาณาจักรไทยเพียงชั่วคราว หรือ
(๓) ผู้ที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง
อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child) [3]
ข้อที่ 7 เด็กมีสิทธิที่จะได้รับการจดทะเบียนทันทีหลังการเกิด และมีสิทธิที่จะได้รับสัญชาติ
เมื่อพิจารณาจากข้างต้นย่อมเห็นได้ว่าน้องดนัยย่อมมีสิทธิได้รับสัญชาติ เนื่องจากเกิดที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ตามพระราชบัญญัติสัญชาติมาตรา 7 (2) มิได้เป็นกรณีตามมาตรา 7 (1) เนื่องจากขณะที่น้องดนัยเกิด นางหมี่ยื่อยังมิได้รับสัญชาติไทยแต่อย่างใด และตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ข้อที่ 7 แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะรัฐได้ปฏิเสธการขึ้นทะเบียน ทำให้น้องดนัยไม่อาจเข้าถึงสิทธิได้ และถูกถือเป็นเด็กข้ามชาติ
เมื่อน้องดนัยไม่ได้รับการรับรองจากรัฐ หน่วยงานอื่นจึงมักจะนำสิ่งเหล่านี้มาเป็นข้ออ้างเพื่อที่จะไม่ปฏิบัติตามสิทธิที่เด็กข้ามชาติเหล่านี้ควรจะได้รับ เช่น สิทธิการได้รับบริการทางด้านสาธารณสุข สิทธิการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นต้น และการที่เจ้าหน้าที่รัฐปฏิเสธขึ้นทะเบียนพร้อมกับให้สัญชาติกับเด็กที่เกิดในประเทศไทยตามหลักดินแดนจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพราะเขาเกดจากพ่อแม่ซึ่งเป็นคนข้ามชาติที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้ เพราะรัฐมีหน้าที่จัดการสิ่งนี้ให้กับมนุษย์ที่ปรากฏตัวบนรัฐนั้นๆ ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิเสธการขึ้นทะเบียนเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างหนึ่งนั่นเอง
เขียน 25 เมษายน 2557
เมธสา เอื้อโอภาพัฒน์
[1] สถานีพัฒนาสังคม. “แรงงานเด็กข้ามชาติ ตราบาปสังคมไทย” [ระบบออนไลน์] เข้าถึงได้จาก http://www.naewna.com/lady/columnist/2998 สืบค้น 25 เมษายน 2557
[2] “พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508.” 2508. [ระบบออนไลน์] เข้าถึงได้จาก http://www.thailandlawyercenter.com/index.php?lay=... สืบค้น 25 เมษายน 2557
[3]“อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก.” [ระบบออนไลน์] เข้าถึงได้จาก http://www.mfa.go.th/humanrights/images/stories/cr... สืบค้น 25 เมษายน 2557