หลังสงกรานต์ ได้รับจดหมายจากธนาคารกสิกรไทย ลงวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๗ เรื่อง
| เรื่อง การเก็บค่าธรรมเนียมรายปีบริการผูกบัญชีเงินฝากกับบัตรเครดิตเพื่อใช้บริการที่เครื่องเอทีเอ็ม (แทนบัตรเดบิต/บัตรเอทีเอ็ม) | ||
ความว่า
| ธนาคาร ขอขอบพระคุณท่านที่ได้มอบความไว้วางใจใช้บริการบัญชีเงินฝากผูกกับบัตรเครดิต เพื่อช้บริการเอทีเอ็มบนบัตรเครดิตผ่านตู้เอทีเอ็ม (ATM) โดยบริการบัญชีเงินฝากผูกกับบัตรเครดิตของท่านมีรายละเอียด ดังนี้ |
| หมายเลขบัตรเครดิต | เลขที่บัญชีเงินฝากที่ผูกกับบัตรเครดิต | ||
| 5239xxxxxxxxxxxx4 | 554xxxxxx2 | ||
| 4921xxxxxxxxxxxx1 |
|
294xxxxxx8 | |
| 4921xxxxxxxxxxxx4 | 107xxxxxx6 | ||
|
|
ธนาคารขอเรียนให้ทราบว่า ตั้งแต่วันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๗ เป็นต้นไป ธนาคารจะทำการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรายปีบริการบัญชีเงินฝากผูกกับบัตรเครดิตเพื่อใช้บริการเอทีเอ็มบนบัตรเครดิต ในอัตรา ๒๐๐ บาทต่อปี ต่อบัตร (บัตรเครดิต) โดยการตัดชำระผ่านการหักบัญชีเงินฝากของท่านในเดือนมิถุนายนของทุกปี
หากท่านไม่ประสงค์ให้ธนาคารหักบัญชีเงินฝากเพื่อตัดชำระค่าธรรมเนียมข้างต้น ท่านสามารถแจ้งยกเลิกบริการบัญชีเงินฝากผูกกับบัตรเครดิต ภายในวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๗ โดยกรอกแบบฟอร์ม พร้อมจัดส่งที่สาขาของธนาคารได้ทั่วประเทศ ซึ่งธนาคารจะทำการยกเลิกบริการดังกล่าวและส่ง SMS แจ้งผลดำเนินการให้ท่านทราบภายใน ๑๐ วันทำการ...
บีแมนพิจารณาแล้ว
- มีเหตุผลสมควรที่ธนาคารจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ATM เพราะได้ใช้บริการฟรีมานานแล้ว
- โดยจะทำการยกเลิกบัตรเครดิตที่ผูกกับบัญชีออมทรัพย์ ๒ ใบ คงเหลือไว้เพียงใบเดียว และอาจพิจารณาปิดบัญชีออมทรัพย์และปิดบัตรเครดิตต่อไป
- โดยบัตรเอทีเอ็ม ที่เหลืออยู่ ๑ ใบ สามารถใช้โอนเงินข้ามเขตบัญชีได้ฟรี ๑ ครั้งต่อเดือน และค่าธรรมเนียมทั่วไปถูกว่าโอนผ่านตู้หรือผ่านพนักงาน
- การทำบัตรเดบิต (เอทีเอ็ม) ที่ผูกกับบัญชีธนาคารใบใหม่ เสียค่าธรรมเนียมรายปีแพงกว่า อยู่ที่ ๒๕๐ บาท
- ต้องจดบันทึกรายจ่ายจากค่าธรรมเนียมที่ประหยัดได้ เนื่องด้วยการใช้บัตรเครดิต ว่าจะคุ้มค่าปีละ ๒๐๐ บาท หรือไม่ (ซึ่งคาดว่าน่าจะคุ้ม) โดยไม่คำนึงถึงดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ ที่เหลือร้อยละ ๕๐ สตางค์ต่อปี
- รออีก ๑ ปี ค่อยมารายงานความตึ๋งหนืดใหม่..อิอิ
บางครั้ง ในเหตุผลความจำเป็น เราต้องมีวิธีคิดแบบใหม่ๆ เพื่อการประหยัด ไม่ใช่จะยืนยันไม่จ่ายท่าเดียว ซึ่งอาจจะต้องจ่ายมากกว่า เหมือนสุภาษิตคำพังเพยโบราณที่ว่า "เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย" ยังไงยังงั้น