ผู้ประกอบธุรกิจต้องคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนด้วยหรือ : โฆษณาและการละเมิดสิทธิมนุษยชน

      ในสังคมปัจจุบันซึ่งเป็นสังคมที่ยึดผู้บริโภคเป็นใหญ่ ผู้ประกอบการหรือนักธุรกิจซึ่งเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตหรือเจ้าของสินค้าจำเป็นต้องหากลยุทธ์ในการแข่งขันเพื่อให้สินค้าของตนเป็นที่สนใจและเตะตาผู้ซื้อผ่านการโฆษณาด้วยวิธีการต่างๆทำให้ประชาชนในฐานะผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้โดยง่ายและเป็นวงกว้าง ด้วยเหตุนี้เองหากมีการแสดงออกที่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือการแสดงออกที่ไม่เหมาะสมผ่านทางสื่อโฆษณาย่อมส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้างเช่นเดียวกัน

      จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาหลายเหตุการณ์ เกิดข้อโต้เถียงหรือการแสดงความคิดเห็นกันในสังคมในเรื่องสื่อโฆษณาที่มีเรื่องสีผิว เพศ หรือชาติพันธุ์เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ที่อเมริกามี โฆษณาเครื่องดื่มยี่ห้อหนึ่งที่มีเนื้อหาเป็นผู้หญิงผิวขาวถูกทำร้ายร่างกาย และมีการชี้ตัวผู้ต้องหา ซึ่งผู้ต้องหาล้วนเป็นคนผิวดำ ซึ่งมีการถกเถียงกันว่าเป็นการเหยียดสีผิวและเหยียดเพศ หรือแม้แต่ในประเทศไทยเอง ในกรณีเครื่องดื่มเสริมความงาม หรือแม้แต่โฆษณาโดนัทยี่ห้อหนึ่งที่ใช้ความขาวความดำของคนเข้ามาเกี่ยวข้อง หากมองในมุมมองของการโฆษณาที่สนใจความต้องการหรือรสนิยมของคนกลุ่มใหญ่ในสังคม ซึ่งในสังคมไทยไม่อาจปฏิเสธว่าความขาวความดำนั้นถูกปลูกฝังหรือซึมซับผ่านสิ่งต่างๆพร้อมกับความดีความชั่วมานานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นในนิทาน วรรณคดีหรือละคร ความดำมักถูกมองว่าเป็นตัวแทนของความไม่ดี ในทางกลับกันความขาวนั้นสื่อถึงความบริสุทธิ์และดีงาม เมื่อสังคมให้ความสำคัญหรือให้สีขาวเป็นตัวแทนของความดี คนกลุ่มใหญ่ในสังคมจึงนิยมความขาว ซึ่งหมายรวมถึงคนผิวขาวด้วย ผู้ประกอบธุรกิจจึงดึงจุดนี้มาใช้ในการนำเสนอสินค้า แต่หากมองในแง่สิทธิมนุษยชนประกอบกันนั้นเรื่องความขาวความดำเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะในสังคมอเมริกัน ซึ่งมีประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มายาวนาน การกระทำดังกล่าวจึงถูกมองว่าเป็นการเหยียดสีผิว

      ข้าพเจ้ามีความเห็นว่าผู้ประกอบการควรจะคำนึงถึงเนื้อหาและวิธีการนำเสนองานออกมา เนื่องจากเป็นการนำเสนออกมาในวงกว้าง สังคมสามารถรับรู้และเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง จึงจำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงความรู้สึกของคนในสังคมรวมถึงมีความรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ให้กระทบหรือละเมิดสิทธิมนุษยชนของบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการเหยียดสีผิว การเหยียดเพศหรือการเหยียดเชื้อชาติ อันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และนักธุรกิจควรต้องมีการศึกษาถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของแต่ละสังคมว่าเป็นอย่างไร เนื่องจากประวัติศาสตร์ก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อความนึกคิดหรือความรู้สึกของคนในสังคม การนำเสนอสินค้าจึงจำเป็นจะต้องทำให้เกิดความเหมาะสมโดยอาจใช้วิธีการอื่นที่สื่อถึงตัวสินค้าโดยหลีกเลี่ยงประเด็นที่ละเอียดอ่อนดังที่กล่าวมา เป็นต้น