สมัยที่ฉันยังเด็ก ๆ เกือบ ๔๐ กว่าปีที่ผ่านมา...เวลาฉันไปงานศพของญาติ ๆ ผู้ใหญ่...ฉันจะเห็นวงปี่พาทย์แบบในรูปด้านล่างนี้...แต่เขาจะนั่งขัดสมาธิบ้าง นั่งพับเพียบบ้างในขณะที่กำลังบรรเลง...แต่มายุคนี้ ปี พ.ศ. ๒๕๕๗ ฉันเห็นเขาบรรเลงกันโดยนั่งบนเก้าอี้กัน ทำให้สะดุดตาของฉัน...นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น...ฉันสันนิษฐานว่า..."อาจเกิดจากอาการถ้านั่งกับพื้นแล้วคงจะเมื่อยขา เพราะนั่งนาน"...จึงทำให้พวกเขาต้องปรับเปลี่ยนมาเป็นแบบนั่งเก้าอี้แทน...แต่ฉันก็คิดต่ออีกว่า..."ระหว่างนั่งขัดสมาธิตีระนาทกับนั่งบนเก้าอี้ตี...จังหวะเสียงไหนที่ทำให้คนฟัง ๆ ไพเราะกว่ากัน...หรือไม่แตกต่างกัน...แบบนี้ต้องไปถามคนเล่นแล้วละค่ะ"...
ฉันยอมรับสำหรับใครที่สามารถเล่นเครื่องเล่นประเภทนี้ได้...เขามีพรสวรรค์มากกว่าคนที่ไม่สามารถเล่นเครื่องดนตรีประเภทนี้ได้เลย..."วงปี่พาทย์" เป็นดนตรีไทยที่ใคร ๆ ได้ฟังแล้วเกิดความไพเราะมาก ๆ...นับวันจะหายไปจากสังคมไทยแล้ว...ถ้าลูก - หลานไทยไม่ร่วมกันอนุรักษ์ รักษาไว้ให้อยู่เป็นของไทย...นี่คือ...ศิลปะของไทยที่หาดูได้ยากขึ้นทุกวัน...และนี่ก็คือ ปี่พาทย์อีกวงหนึ่งที่บรรพบุรุษของเจ้าฟ้าคราม (ฝ่ายแม่อ้อม) ได้อนุรักษ์ไว้...ซึ่งสักวัน...ฉันอาจให้เจ้าฟ้าครามไปเรียนวิชาดนตรีไทยด้วย เพราะยายแมว (น้องของยายติ๋มซึ่งเป็นยายแท้ ๆ) เล่นระนาดและเครื่องเล่นดนตรีไทยหลายชนิดได้ไม่แพ้ผู้ชายเลยทีเดียว...
ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ
บุษยมาศ แสงเงิน
๒๐ เมษายน ๒๕๕๗
สมัยก่อนผู้เล่นดนตรีในวังหลวงที่นิยมเขาเล่าให้ฟังว่าใช้ผู้หญิงเล่นดนตรีครับ