ถ้าผู้นำในองค์กรมีลักษณะแบบใด องค์กรนั้นก็จะมีลักษณะแบบนั้นเช่นถ้าผู้นำเป็นคนไม่กล้าตัดสินใจ ลูกน้องก็จะพลอยสืบทอดลักษณะของการ “เอาตัวรอดเป็นยอดดี” โดยวิธีไม่ตัดสินใจไปด้วย (เพราะกลัวว่าจะไม่เป็นที่สบอารมณ์หัวหน้า) ลองทบทวนดูสิว่าในองค์กรที่ท่านทำงานอยู่ทุกวันนี้น่ะมีวัฒนธรรมองค์กรที่ถือปฏิบัติสืบต่อกันมาที่เป็นข้อดีหรือเป็นจุดแข็งขององค์กรท่านในเรื่องใดบ้าง

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">          (ต่อ)</p>

         ตัวอย่างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี               

          ตัวอย่างการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีของธนาคารแห่งประเทศไทยให้เป็นค่านิยมร่วมขององค์กร        

          การกำหนดค่านิยมร่วม        

</span><p></p><p>         2. เราพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง                </p><p>                1. เราหมั่นศึกษาหาความรู้และวิทยาการใหม่ๆ ทุกครั้งที่มีโอกาส                </p><p>                2. เรานำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการอบรมและสัมมนามาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด               </p><p>                 3. เราพัฒนาตนเองเพื่อให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่บุคคลอื่น                </p><p>                4. เราติดตามการเปลี่ยนแปลงขององค์กรภายนอก เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานของเรา         </p><p>         3. เราร่วมส่งเสริมพัฒนาและสนับสนุนผู้ใต้บังคับบัญชาให้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ                 </p><p>                1. เราให้โอกาสผู้ใต้บังคับบัญชาได้ทำงานในหน้าที่ใหม่ๆ เพื่อเป็นการเพิ่มทักษะที่หลากหลาย                </p><p>                 2. เราให้ความสำคัญและความสนใจในการประเมินศักยภาพและผลงานของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างสม่ำเสมอ                </p><p>                 3. เรานำเอาจุดเด่นและทักษะของพนักงานออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด                </p><p>                4. เราสอนงานและถ่ายทอดความรู้ต่างๆ ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่เสมอ       </p><p>       ความซื่อสัตย์เป็นธรรมและจุดยืนที่มั่นคง      </p><p>         การทำงานด้วยสำนึกในคุณธรรมและจริยธรรม ภายใต้หลักการอันถูกต้องอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมาและให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายแม้จะลำบากในการปฏิบัติเพียงใดก็ตาม        </p><p>                 1. เรายืนหยัดทำงานด้วยอุดมการณ์ และหลักการที่ถูกต้อง                1. เรารักษาคำมั่นสัญญา แม้ว่าลำบากที่จะปฏิบัติหรือสามารถหลีกเลี่ยงได้ก็ตาม                </p><p>                2. เราพูดความจริงเสมอ แม้ว่าความจริงนั้นจะทำให้เราเสียประโยชน์               </p><p>                 3. เรากล้าที่จะแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกับผู้อื่นหรือแม้แต่กับผู้บังคับบัญชา หากความคิดเห็นนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม                </p><p>                4. เรายึดมั่นในอุดมการณ์โดยไม่ยำเกรงต่อสิ่งที่จะทำให้เราขาดความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพหรืองานของธนาคาร               </p><p>                 5. เราไม่ทำผิดระเบียบหรือผิดกฎเกณฑ์                </p><p>                6. เราไม่ตกแต่งข้อมูลข่าวสารไม่ว่ากรณีใด         </p><p>         2. เราซื่อสัตย์สุจริตต่อธนาคารและผู้อื่น               </p><p>                 1. เราไม่รับทรัพย์สินหรือผลประโชน์อื่นใดจากผู้ซึ่งทำธุรกิจกับธนาคาร                </p><p>                2. เราไม่นำทรัพย์สมบัติและเวลาของธนาคารมาใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน                </p><p>                3. เราไม่ทำธุรกิจส่วนตนหรือกิจกรรมส่วนตัวในระหว่างเวลางาน                </p><p>                4. เราไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน ทั้งทางตรงและทางอ้อม                </p><p>                 5. เราไม่เปิดเผยข้อมูลความลับของธนาคารเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น        </p><p>          3. เราให้ความยุติธรรมและเป็นธรรมแก่ทุกคนเท่าที่จะทำได้                </p><p>                1. เราปฏิบัติต่อบุคคลต่างๆ อย่างรู้กาลเทศะ และให้ความเท่าเทียมกัน แม้อาจมีตำแหน่งหน้าที่หรือสายงานแตกต่างกันก็ตาม                </p><p>                2. เราไม่ลำเอียงหรือเล่นพรรคเล่นพวก    </p><p>          การสร้างวัฒนธรรมองค์กร(Corporate Culture Building)                ความสำเร็จของคนประกอบด้วย ไอคิว(Intelligence Quotient)และอีคิว (Emotional Quotient)องค์กรก็เช่นกันไอคิวขององค์กรเปรียบได้กับความฉลาดสามารถของผู้นำองค์กรรวมทั้งเทคโนโลยี่ที่มีอยู่ ส่วนอีคิวนั้นเปรียบได้กับคนในองค์กรนั้นๆซึ่งต้องสัมพันธ์กัน ความสำเร็จของการสร้างวัฒนธรรมองค์กรหากคนในองค์กรมีอีคิวต่ำนั่นหมายถึงอารมณ์ขององค์กรต่ำ(Low maturity) การพัฒนาการวัฒนธรรมขององค์กรก็ไม่สามารถสำเร็จสมเจตนารมณ์ได้แม้นว่าระดับไอคิวขององค์กรจะอยู่ในระดับสูงเพียงใดก็ตาม </p><p>         แนวทางในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรเพื่อให้เป็นอีคิวขององค์กรด้วยแนวทางดังนี้               </p><p>           1. กำหนดลักษณะของวัฒนธรรมองค์กร               </p><p>           2. วิเคราะห์ช่องว่างระหว่างวัฒนธรรมที่ต้องการจะมีกับวัฒนธรรมที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน                                </p><p>                 การเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป  การเปลี่ยนแปลงแบบนี้จะส่งผลกระทบต่อคนในองค์กรน้อย แต่ต้องใช้ระยะเวลานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรที่มีอายุยาวนานและมีวัฒนธรรมดั้งเดิมแข็งแกร่ง                                </p><p>                 การเปลี่ยนแบบผ่าตัด เป็นการเปลี่ยนแปลงทันทีทันใด อาจจะมีการเจ็บปวดบ้างในช่วงแรก แต่ได้ผลดีในระยะยาว เพราะทุกอย่างชัดเจน ทุกคนทราบว่าตัวเองจะอยู่ได้หรือไม่ได้ในวัฒนธรรมองค์กรแบบใหม่ หลายองค์กรนิยมยืมมือบุคคลที่สามเข้ามาทำการผ่าตัด บางองค์กรมักจะผ่าตัดเพื่อกำหนดวัฒนธรรมองค์กรไปพร้อมๆกับการผ่าตัดโครงสร้างองค์กร          </p><p>          การสร้างวัฒนธรรมในองค์กรจะไม่มีทางประสบความสำเร็จได้เลย หากผู้นำขององค์กรโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นำหมายเลขหนึ่งขององค์กรไม่ให้ความร่วมมือ และไม่ยอมเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่มีลักษณะขัดแย้งกับวัฒนธรรมองค์กรที่คาดหวังซึ่งหากจะกล่าวกันอย่างถึงที่สุดแล้วจะพบว่าการดำเนินการในเรื่องวัฒนธรรมขององค์กรนั้นก็คือการบริหารจัดการในเรื่องของการเปลี่ยนแปลง (Change Management) ให้เกิดขึ้นในองค์กรในทิศทางที่จะทำให้องค์กรอยู่รอดและเจริญก้าวหน้าไปในอนาคตนั่นเอง.

         </p>