สวัสดีครับลูกศิษย์ กศน. ทุกท่านและชาว Blog
ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่โครงการค่ายผู้นำต้นแบบของ กศน. เพื่อพัฒนาการเกษตรไทยสู่อาเซียน NFE Leader Camp for Agricultural Development in Thailand to ASEAN (TRAINING THE TRAINERS) รุ่นที่ 2 กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในระหว่างวันที่ 20 - 24 เมษายน 2557 ณ โรงแรมบุศยรินทร์ จังหวัดหนองคาย
ผมรู้สึกเป็นเกียรติและขอขอบคุณ สำนักงาน กศน. โดยเฉพาะท่านเลขาฯ ประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการ กศน. ที่ท่านมีปรัชญาและความเชื่อเรื่องทุนมนุษย์ และได้เล็งเห็นความสำคัญเรื่องการพัฒนาทุนมนุษย์ขององค์กร และได้มอบหมายภารกิจสำคัญนี้ให้แก่ผมในนามของมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ ร่วมกับ สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นผู้ดำเนินการโครงการค่ายผู้นำของ กศน. ในครั้งนี้ ซึ่งนับว่าเป็นการจัดสำหรับรุ่นที่ 2 แล้ว มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ รวม 103 คน
ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะเป็นตัวอย่างที่ดีต่อการพัฒนาผู้นำในอนาคตเพื่อพัฒนาเกษตรกรของไทยให้ก้าวไกลต่อไป จึงขอฝาก Blog นี้เป็นสื่อในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารร่วมกันครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
...........................................................................
ติดตาม Blog ของรุ่นที่ 1 ได้ที่ลิงค์นี้ www.gotoknow.org/posts/560141
สรุปการบรรยายโดย ทีมงาน Chira Academy
กล่าวต้อนรับ
โดย นายประเสริฐ บุญเรือง
เลขาธิการสำนักงาน กศน.
วันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน 2557
เชื่อว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีและสามารถเป็นต้นแบบในการพัฒนาสู่เกษตรกรอาเซียนโดยเฉพาะศูนย์ฝึกอาชีพเกษตรกรชายแดนที่อยากให้พัฒนาต่อเนื่อง
โครงการในครั้งนี้จะเป็นโครงการต่อเนื่องคือคัดเลือกคน 40 คนจากในวันนี้ไปศึกษาดูงานที่ประเทศเวียดนาม และอินโดนีเซีย
ใน 100 คนจะตั้งใจอบรม รับฟัง ปฏิบัติตามที่วิทยากรขอความอนุเคราะห์ทำกิจกรรมต่าง ๆ เป็นอย่างดี
อยากให้วิทยากรให้เห็นใจคน กศน.ด้วยว่า การจัดดึกดื่นมากเกินไปอาจไม่ไหว
จากครั้งที่แล้วทุกคนให้ความเห็นว่าเป็นโครงการดีเยี่ยม เป็นประโยชน์ สามารถทำไปให้เกิดประโยชน์ต่อยอดได้ แต่ได้เสนอว่าเวลาที่อบรมแน่นไป มากเกินไป จึงขอทั้งสองฝ่ายคือ ผู้อบรมตั้งใจ และให้ผู้อบรมเห็นใจ
ให้นำเสนอสรุปในวันสุดท้ายแบบกระชับในเวลา 5 นาที โครงการนี้ได้รับนโยบายจากเลขาธิการรัฐมนตรีชาญยุทธ ได้กำหนดให้ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ เลขาธิการมูลนิธิฯ มารับผิดชอบ 2 สำนักงานคือ กศน. กับอาชีวศึกษา ดังนั้นจึงเกิดข้อเปรียบเทียบว่าคน กศน. กับ อาชีวะใครเอาจริงกว่ากัน อยากให้คน กศน. รักองค์กร ทำให้องค์กรเป็นชื่อเสียงอย่าให้เกิดจุดบอดขององค์กร ออกข้อสอบที่มีมาตรฐาน ว่ากราฟปกติหรือไม่ มีการประเมินที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
ขอฝากผู้เข้ารับการอบรมเรียนรู้ในวันนี้ เพราะการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในครั้งนี้ คนนอกจัด วิทยากรมาจากอาเซียน และจากมูลนิธิฯ ซึ่งเป็นวิทยากรที่มีความรู้และประสบการณ์มากจึงอยากให้คน กศน.ใส่ใจและรับฟังนำไปปฏิบัติ ให้มีความตั้งใจ ทำให้ 5 วันเกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร อย่าให้พูดลับหลังว่า คน กศน. ให้ทำอะไรก็ไม่ทำ ต้องมีความตั้งใจในการอบรมอย่างดี เพื่อสร้างวิสัยทัศน์และทัศนคติในความเป็นมืออาชีพในการบริหารจัดการในระดับสากล และทำกิจกรรมต่าง ๆ จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติในการช่วยทำให้ประเทศชาติมีรายได้สูงขึ้น เป็นไปได้หรือไม่ในการเพิ่มค่าเฉลี่ยรายได้ประชากรต่อปี
ต้องสร้างความพร้อมของประเทศไทยให้มีความพร้อมมากเท่าที่ควร ฝากโครงการนี้เป็นโครงการที่มีค่าใช้จ่ายคุ้มค่าต่อการมาอบรมในครั้งนี้ จึงอยากให้ทุกคนที่ฟังอยู่แล้วเป็นประโยชน์สูงสุดและนำไปต่อยอดให้เกษตรกรในตำบล และอำเภอต่อไป
ขอให้โครงการดำเนินการด้วยคุณภาพ และประสบความสำเร็จ
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ
การทำโครงการต่อเนื่องจะยึดจากคนที่ได้รับการเรียนรู้ใน 2 รุ่นก่อน รุ่นละ 40 คน
การเสนอ กศน. กับอาชีวะ เนื่องจากเส้นทางคนที่อยู่นอกระบบการศึกษามีจำนวนมาก และมีหลายคนที่ออกไปทำงานมีทั้งเกษตร อุตสาหกรรม บริการ แต่ที่เลือกการเกษตรเพราะภาคการเกษตรของไทยมีความเข้มแข็ง
ข้อดีของกศน.คือ อยู่ในพื้นที่ และรู้จักคนอยู่แล้วแต่การบริหารจัดการการเกษตรยุคใหม่ต้องรู้เรื่องการเงิน การสร้างแบรนด์ทางการตลาด ทำอย่างไรที่มีคนเท่าเดิมแต่ให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
ภาคการเกษตรมีเจ้าภาพหลายฝ่ายทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ กศน.
การบริหารจัดการต้องเน้น คน เงิน เทคโนโลยี และทรัพยากรธรรมชาติ
Phase 2 จะทำ 3 เรื่อง
1. ฝึกคนเป็นพี่เลี้ยง ถ่ายทอดความรู้ภูมิปัญญาสู่อาเซียน
2. คัดเลือกโปรเจคซึ่งเป็นโครงการเกษตรที่ต้องให้เกษตรกรเข้มแข็ง
3. โอกาสในการปะทะความจริงกับประเทศในอาเซียนเช่น ปะทะการเกษตรที่เวียดนามและอินโดนีเซียเป็นต้น
หลักสูตรนี้เน้นแนวคิดอยู่ 2 เรื่อง
1. Respect ในฐานะเป็นผู้นำของ กศน.
2. Dignity เราทำงานด้วยศักดิ์ศรีของกศน.
การที่ได้มีโอกาสมารับใช้ของ กศน. เหมือนการพลิกปิรามิด เพราะ กศน.อยู่ข้างล่างสามารถกระจายความรู้ไปสู่ตำบล ท้องถิ่นได้ และในที่สุดจะช่วยประเทศของเรา
สรุปการบรรยายโดย ทีมงาน Chira Academy
ปฐมนิเทศแนะนำทฤษฎีสำคัญของการเรียนรู้ในยุคโลกที่เปลี่ยนแปลง
โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
เลขาธิการสำนักงาน กศน.
วันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน 2557
สิ่งแรกที่จะพูดในวันนี้คือจะปรับตัวให้การเรียนในวันนี้กระชับ และได้ผลเต็มที่
ความรู้ต้องชัด และสามารถต่อยอดได้ วันนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดต้องให้คนไทยเป็นสังคมการเรียนรู้ และมีความรู้สึกอยากรู้อยากเห็น โค้ชแต่ละท่านต้องช่วยเรื่อง Learning how to learn ด้วย
ก่อนอื่นให้ลองดูว่า 8K’s กับ 5K’s เข้าใจหรือไม่ 8K’s 5K’s มาจากประสบการณ์ที่สะสมในการเรียนรู้ตลอดชีวิต สิ่งนี้เป็นพฤติกรรมในการเรียนรู้
สิ่งที่อันตรายที่สุดในวันนี้คือ Intangible คืออะไรที่อยู่ข้างในของเรา
ประธานแต่ละโต๊ะต้องกระตุ้นให้แสดงความคิดเห็นในการมีส่วนเรื่องและให้ใช้ทฤษฎี 2 D มากขึ้นคือ Deep and Dive ให้แต่ละท่านอย่าพูดลอย ๆ ไปเรื่อย ๆ หรือพูดโดยไม่คิด
จุดประสงค์ในวันนี้มี 3 เรื่องคือ
1. Value Added การเตรียมตัวเป็น Training for Trainer ต้องขยายความรู้ต่อ (เมื่อได้ความรู้แล้วไปต่อยอดในระดับอำเภอ ตำบล ทำอะไรต่อ) Basic คือต้องมีคู่มือในการฝึกให้มีคุณภาพ
- เป็น กศน. สอนพลเมืองทั่วไป สอนเกษตรมูลค่าเพิ่ม ความอยู่รอด ความยั่งยืน และ การเชื่อมโยงกับอาเซียน
- 3 V ที่ชัดเจนที่สุดคือ คนที่เข้าไปพัฒนาเป็น Trainer
2. Value Creation คือจะเลือก Project ที่เกี่ยวกับการเกษตรที่ทำแล้วหรือไม่ได้ทำออกมาในบ่ายวันนี้ (ต้องเสนอโปรเจคที่ไม่เหมือนกับรุ่นที่ 1 แต่เป็นโปรเจคที่ Deep Dive 8 เรื่องตลอดการเรียนรู้) การศึกษายุคใหม่ Networking ในวันนี้สำคัญ เป้าหมายจะต้องรู้กำลังของเรา อย่าบ้าทฤษฎีจนเกินไป ให้บ้าในสิ่งที่ตรงกับความเป็นจริง
3. Value Diversity หมายถึงโปรเจคไหนก็ตามที่ปรับปรุงในภาคเกษตรต้องคิดใน Context ของอาเซียนด้วย โปรเจคหลายโปรเจคต้องเกี่ยวข้องในสิ่งที่จะไป
โครงการต่อยอดในกลุ่มที่ 2 ให้เลือกว่าจะไปดูงานเวียดนามหรืออินโดนีเซียก่อน ในลักษณะลงพื้นที่
สิ่งสำคัญคือ เราต้องมีพันธมิตรในการทำงานใน Phase 2 เช่นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สหกรณ์การเกษตร ซี.พี. ฯลฯ (ลองศึกษาดูในทุน 8K’s เรื่อง Networking)
ความรู้ของ กศน. บางครั้งกระจัดกระจาย ต้องปรับให้เป็น System ก่อนถึงค่อยมี Creativity ดังนั้นในวันนี้ขอให้กลับเข้ามาสู่ความลึกซึ้งหรือ Foundation
การเรียนรู้ต้องมี 1. Basic 2. Foundation
หลักการและเหตุผล
- เศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม คนต้องจัดการการเปลี่ยนแปลงให้ได้
- คนส่วนใหญ่ในภาคเกษตร ตัวเลข 45 % เกษตรเพิ่มมูลค่า
- สัดส่วนของ GDP มี 8-10% ถ้าเพิ่มสัดส่วนของมูลค่าเพิ่มทางการเกษตร การแปรรูปสามารถสร้างคุณค่าให้เกษตรมหาศาล
วัตถุประสงค์หลัก
การมุ่งสู่ภาคเกษตรใน ASEAN 2015 ตามทฤษฎี 4 H
1. High Standard มีมาตรฐาน ปลอดสารพิษ
2. High Productivity ใช้ศักยภาพเพิ่มมูลค่าในการทำงาน ใช้ปัจจัยการผลิตเท่าเดิมแต่มูลค่าสูงขึ้น
3. High Income เมื่อมี Productivity สูงขึ้นรายได้สูงขึ้นแน่นอน ตัวอย่างเช่นทำไมสิงคโปร์หรือนิวซีแลนด์รวย เนื่องจากเน้นการวิจัย เรียกว่า Post Harvest ดังนั้นวิทยาศาสตร์กับการเกษตรต้องไปด้วยกัน เช่น Biotech
4. Higher Income Distribution คือการกระจายรายได้ ปัจจุบันคนรวย ๆ ล้นฟ้า จน ๆ มาก ทำให้เกิดความขัดแย้งในสังคม
อยากให้การเรียนครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน มีการประชุมประธานแต่ละโต๊ะบ่อย อยากให้ประธานได้แชร์ความรู้มากที่สุด แบ่งปันความรู้ให้ดี ในห้องนี้ทั้ง 100 คน ต้องมีส่วนร่วม
แสดงความคิดเห็นลงไปใน Blog ทุกวัน
แก่นที่มีอยู่ในวันนี้คือวิธีการเรียน
1. ฝึกให้คนคิดเป็น วิเคราะห์เป็น
2. ฝึกให้ต่อยอด
แนวคิดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
1. ทำอะไร
2. ทำเพื่อใคร
3. ทำแล้วได้ประโยชน์อย่างไร
หลักการทำงาน
คุณพิชญภูรี พึ่งสำราญ
ที่เราพูดในวันนี้ประกอบด้วย กศน. ภาคการเกษตร และอาเซียน โดยทั้ง 3 นี้ มีกระบวนการที่ต้องใช้คือ Learning how to learn
โจทย์คือ High Value Agricultural เป็นทั้งความร่วมมือจากไทยและอาเซียน
Learning how to learn ได้แก่
8K’s 5K’s คือพื้นฐานของทุนมนุษย์ (Capital-จะเป็นทุนได้ต้องเสียก่อนได้)
Learn – Share - Care
Care ความคิดที่แตกต่างกัน ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ความหลากหลายจะนำไปสู่ความเจริญ
แต่ละกลุ่มต้องคิดออกมาเป็นโครงการ Turn idea into action และ Turn action into success
2 R’s
นวัตกรรม สิ่งที่มีอยู่แล้วแต่นำไปใช้ต่อสิ่งใหม่ นำสู่ความสำเร็จทางเศรษฐกิจ ต้อง Increase high income เอาของเก่ามาทำใหม่ แต่เป็นที่ไม่เคยทำมาก่อน ต้องโยงไปถึง Sustainable
โจทย์สำหรับแต่ละกลุ่มร่วมแสดงความคิดเห็น (เลือก 1 เรื่อง)
1. ให้คุยในกลุ่มว่าตั้งแต่เช้าถึงเที่ยงมีอะไรเป็น Value ให้กับตัวเอง 1 เรื่อง
2. คาดหวังอะไร
กลุ่มที่ 3
1. สิ่งที่ได้วันนี้คือ การคิดภาคการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นการคิด Model หรือการเรียนรู้รูปแบบใหม่ คิดวิสัยทัศน์ เกษตรเพื่อเข้าสู่อาเซียน
2. สิ่งที่คาดหวัง คือทำอย่างไรให้พี่น้องในพื้นที่เกิดการเรียนรู้ได้อยู่อย่างยั่งยืน ภายใต้สิ่งที่กำหนดตามสถานการณ์
กลุ่มที่ 6
1. เกิดคำถามว่า กศน.จะมีส่วนร่วมในภาคการเกษตรอย่างไรเพื่อลดช่องว่างในภาคเกษตรกับอาเซียนในสังคมอย่างไร
กลุ่มที่ 5
1. Learn – Share- Care เป็นกระบวนการเรียนรู้ของกศน. จะเป็นผู้เชื่อมเครือข่ายให้ภาคเกษตรมีความรู้สู่การเข้าอาเซียนอย่างมีประสิทธิภาพ
กลุ่มที่ 7
1. บทบาทของกศน.เป็น กศน.ที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด ความรู้เกษตรเป็นแบบพื้น ๆ หรือพออยู่พอกิน ทำขายได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ไม่คิดว่าจะพาไกลขนาดนี้คือเกษตรสู่อาเซียน ได้แรงบันดาลใจในการกล้าคิดในการก้าวสู่อาเซียนต่อไป
กลุ่มที่ 8
1. Change ได้มิตรภาพ ได้เรียนรู้ร่วมกัน ได้สร้าง Network ได้รับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างภาคร่วมกัน ระหว่างภาคการเกษตรของกศน.
2. คาดหวังได้กระบวนการเรียนรู้ร่วมกันเพื่อทำอะไรสู่อาเซียนได้
กลุ่มที่ 4
1. ความรู้ที่ได้ในวันนี้ต้องลงลึกให้ชัดเจน มีความรู้พื้นฐาน สามารถนำเอาความรู้ให้ประชาชนเป็นการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชุมชนนั้น ๆ เปลี่ยนจากการทำเกษตรแบบเดิม ๆ สู่การเปลี่ยนแปลง
กลุ่มที่ 1
1.นวัตกรรมเรียนรู้ไปต่อยอดไปขยายเครือข่าย 1 : 100 เราต้องสร้างองค์ความรู้ให้กับตัวเองให้มากพอที่จะไป Train คนได้
กลุ่มที่ 2
1. ได้หัวข้อเพิ่มมูลค่าและคุณค่า คือรู้จริง วิเคราะห์เป็นระบบ มีคุณธรรมจริยธรรม นำสู่แผนการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ ใช้เครื่องมือของ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์มาประกอบกันเป็นแผน
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
การพูดว่าเห็นคุณค่าได้อย่างไร
1. เกษตรที่เคยอยู่ของ กศน.เป็นเกษตรพื้นบ้าน ถ้า กศน.บางส่วนวิ่งไปสู่แบรนด์ที่สูงขึ้นก็จะทำ
อันไหนที่สร้างเป็นพื้นฐานเดิมก็ยังทำอยู่
2. การมีความรู้เรื่องเกษตรของกศน.ยุคใหม่ต้องใช้เวลา ใช้ Knowledge ที่มีอยู่ในครั้งนี้ทำเป็นเครื่องมือคือ ไป Train เขา และไปทำ Project และไปLink กับอาเซียน
3. จาก 2 R’s จะเห็นว่าทุกโปรเจคไม่ได้ไปสู่อาเซียน ดังนั้นความเป็นจริงคือเอาเกษตรมาตั้งก่อนว่าคืออะไร แล้วจะเอากศน. ไปเสริมอะไร
เป็นโอกาสที่ดีมากที่ได้มาเรียนรู้ในโครงการนี้ขอบคุณท่านอาจารย์จริงๆค่ะ
สรุปการบรรยายโดย ทีมงาน Chira Academy
บทบาทของ กศน. และสร้างคุณค่าให้แก่ภาคการเกษตรด้วยแนวคิดแบบ 3 V
โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
เลขาธิการสำนักงาน กศน.
วันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน 2557
บทบาทของ กศน.และสร้างคุณค่าให้แก่ภาคการเกษตรด้วยแนวคิดแบบ 3 V
การพัฒนาทุนมนุษย์ด้วย 8K’s + 5K’s และการบริหารทุนมนุษย์ที่มีประสิทธิภาพจะนำไปสู่สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญของการปรับตัวสู่การเปลี่ยนแปลงในอนาคต คือ
1. Standard มีมาตรฐาน
2. Quality มีคุณภาพ
3. Excellence มีความเป็นเลิศ
4. Benchmarking เทียบเคียงกับคู่แข่งได้
5. Best Practice เป็นแบบอย่างการปฏิบัติที่ดีที่สุด
ในด้านเกษตร...การรวมตัวกันของอาเซียน 10 ประเทศมีความหลากหลาย (Diversity) มากมาย ยกตัวอย่างเช่น
บรูไน - มีรายได้สูง แต่ซื้อสินค้าเกษตรจากไทยจำนวนมาก
สิงคโปร์ - ไม่มีพื้นที่ แต่อยากมีความสำคัญในภาคเกษตร
อินโดนีเซีย - เป็นประเทศที่น่าสนใจ มีประชากรมาก มุสลิมมาก เป็นเกาะ ความต้องการสินค้าเกษตรจากเรามีมหาศาล ซื้อข้าวจากเรามาก ซื้อไก่ เพราะประเทศเขาเป็นฮาลาล เป็นมุสลิมที่ไม่เหมือนมาเลเซีย เพราะคนมาเลเซียมีทัศนคติต่อประเทศไทยที่ไม่น่าไว้วางใจ
ลาว กับ ไทยมีความสัมพันธ์มากในด้าน Contract Farming และต้องการเทคโนโลยีจากไทย
เวียดนาม เมื่อ 10 ปีที่แล้วพึ่งพาเรามากในการแปรรูปการเกษตร แต่ยังต้องการ การเกษตรเชิงพาณิชย์ Commercial Agriculture ที่เขาเก่งเรื่องข้าวเนื่องจากประเทศไทยผิดพลาดเรื่องข้าว
มาเลเซีย เก่งมาก ๆ เรื่องปาล์ม ถ้าเปิดเสรีเรื่องปาล์ม ไทยสามารถแข่งขันได้หรือไม่ มาเลเซียเป็นประเทศที่น่ากลัวสำหรับการแข่งขันกับประเทศไทยมาก
พม่า เคยรุ่งเรืองทางเกษตรมาก แต่วันดีคือดีจะอยู่ในมือของทหาร แต่วันนี้พม่าเปิดประเทศแล้ว กศน. ไทยกับพม่าจะมีความสัมพันธ์กันอย่างไรเป็นเรื่องสำคัญมาก
ในอาเซียน ความหลากหลายของ Economy สามารถอยู่ใน Value Chain ได้หมดเลย
กศน.มีบทบาทมากในการจัดการเรื่องสารพิษต่าง ๆ
ทำอย่างไรเปลี่ยน Diversity ทางการเกษตรให้เกิดมูลค่าสูงสุด
Value Chain ทางการเกษตรของกศน.
- เกษตรของกศน. ต้องผลิต มีวัฒนธรรม ความรู้และความใฝ่รู้สู่การสร้าง 3 V
ห่วงโซ่อุปทานสุดท้ายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอาเซียนเพื่อไป Value Creation คือ
- ปัจจัยการผลิตสู่การผลิตสู่การขนส่ง Logistics สู่การเก็บรักษา สู่การขาย การตลาด การสร้าง Brand สู่การบริการหลังการขายสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าสู่ ความพึงพอใจในอาเซียน
Value Creation น่าจะมาจาก
1. Creativity capital
2. Innovation
3. Digital
4. Talented
Workshop
1. เสนอโครงการที่เป็นรูปธรรมที่คิดว่าทำกับอาเซียนและเกิด Value Creation และสามารถปฏิบัติได้โดย กศน.
2. เสนอโครงการที่สามารถทำให้กศน.นำเอาแนวคิดความร่วมมือกับอาเซียนไปสู่ Value Diversity ที่เป็นรูปธรรม
กลุ่มที่ 6 หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์เพื่อความยั่งยืนสู่การท่องเที่ยวอาเซียน
หลักการเหตุผล
1. ปัจจัยทางการเกษตรพืชทุกชนิดคือปุ๋ยมีความสำคัญเรื่อย ๆ แต่ปัจจัยการเกษตรลดลง
2. โครงการ SMEs พบว่ามีความต้องการปุ๋ย 85 %
3. มติอาเซียน สินค้าทางการเกษตรทุกอย่างถ้าเป็นเคมีห้ามจำหน่าย อย่างบางประเทศในอาเซียนห้ามใช้เคมี เช่น ลาว กัมพูชา แต่สำหรับประเทศไทยยังไม่ได้ออกมาห้ามอย่างชัดเจน
วิธีการคือ
1. การนำร่องโดยใช้หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์
2. ใช้งบเศรษฐกิจพอเพียงตำบลละ 1 หมู่บ้าน เป็นหมู่บ้านนำร่องทุกอย่างเป็นเกษตรอินทรีย์ทั้งหมด เมื่อครบงบประมาณก็เปลี่ยนหมู่บ้านเป็นหมู่บ้านอื่น ๆ และขยายสู่ตำบล
3. การดึงเครือข่าย เกษตรอำเภอ อบต. มาเพื่อให้ได้งบ และให้ความรู้ทางการเกษตร
4. สิ่งที่สร้างมูลค่าคือ ทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งดูงานได้ เป็นแหล่งเรียนรู้ อย่างเช่นมีจังหวัดบึงกาฬ จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดชายแดนที่ติดต่อทำการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน และเชิญชวนประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และภูมิปัญญาเพื่อการเรียนรู้
แสดงความคิดเห็นโดย อาจารย์ชูศักดิ์
กลุ่มนี้มาถูกทาง แต่วิธีคิดต้องเข้าใจในระบบก่อนว่าใช้ได้จริงหรือไม่ แล้วสร้างมูลค่าเพิ่มเช่นการท่องเที่ยว ต้องสร้างเครือข่ายให้ได้และสร้างเครือข่ายให้ดีที่สุด
กลุ่มที่ 7 การสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรชุมชนแบบปลอดสารพิษสู่ AEC
หลักการและเหตุผล
1. สินค้าในประเทศไทยล้นตลาด มีสารเคมีตกค้าง ราคาตกต่ำ กระแสเรื่องสุขภาพอนามัยตื่นตัวมาก
การแก้ปัญหาสินค้าล้นตลาดทำอย่างไร ให้มีการจัดสรรแบ่งโซนการผลิตสินค้าเพื่อให้สินค้าที่จะออกไม่ตรงช่วงกัน
2. สร้างบุคลากรเพื่อให้ความรู้เกษตรกรหรือชาวบ้าน จะผลิตสินค้าปลอดสารพิษได้อย่างไร
3. สร้างเครือข่ายในประชาคมอาเซียน
4. การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมในการผลิต ให้ใช้สารปลอดภัยได้มาตรฐาน
5. แปรรูปผลผลิต ใช้กระบวนการวิจัยเพื่อใช้สินค้าในรูปแบบการถนอมและรักษาคุณภาพสินค้าให้ได้นาน ๆ
การเข้าสู่ AEC
1. สร้างเครือข่ายในประชาคมอาเซียน
2. ทำอย่างไรให้สินค้ามีคุณภาพปลอดภัย น่าซื้อ
3. เพิ่มทักษะในเรื่องภาษา
แสดงความคิดเห็นโดย อาจารย์ชูศักดิ์
เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าทำได้จะเป็นการสร้าง Value ในตัวสินค้านั้น ๆ การอยู่ในอนาคตต้องมีเพื่อนในอาเซียนถึงจะสร้างจุดขายได้ ถ้าทำได้ กศน.สร้างบุคลากรที่เป็นกูรูไปสอนคนไปปฏิบัติจะทำได้อย่างไร ต้องหาคนช่วยเยอะ เช่น กระทรวงเกษตร อบต. อบจ. ทั้งหลาย
กลุ่มที่ 8 ประเทศไทยจะเป็นผู้นำผลไม้เมืองร้อนสู่อาเซียน
เราคิดเห็นอย่างไรถ้าเป็นผู้นำทางการเกษตรในอาเซียน
หลักการและเหตุผล
ประเทศไทยไม่มีอัตลักษณ์ที่ชัดเจนด้านการเกษตร เราไม่ได้เป็นเลิศด้านข้าวหรือด้านใด ปัญหาเกษตรกรไทยคือผลิตแล้วไม่รู้ขายได้ที่ไหน แล้วไม่สามารถขายได้ราคาที่ดี จึงมีความเห็นว่าทำอย่างไรไทยจึงเป็นผู้นำผลไม้เมืองร้อนสู่อาเซียนได้ เช่นทำอย่างไรจีนจะนำเข้าสินค้าประเทศไทยได้เพียงรายเดียว
ข้อดี คือ ไทยมีผลไม้หลากหลาย แต่แปรรูปไม่ตรงตามความต้องการ เช่นแปรรูปเป็นน้ำตาลขายให้ฝรั่ง แต่จริง ๆ ฝรั่งต้องการความสดของผลไม้ ดังนั้นการทำให้เกษตรไทยเป็นหนึ่งในอาเซียนได้ต้องประกาศให้ชัดเจนว่าประเทศไทยจะเป็นผู้นำผลไม้เมืองร้อนสู่อาเซียน
แสดงความคิดเห็นโดย ดร.จีระ
ที่ชอบกลุ่ม 7 คือไปเพิ่มคุณธรรม จริยธรรม และพัฒนาศักยภาพของเราด้วย ถ้าทำเรื่องสารพิษเราต้องเป็นแกนนำและนำ Knowledge จากอาเซียนเข้ามา
กลุ่มที่ 3 โครงการผลิตข้าวกล้องงอกปลอดสารพิษ
หลักการและเหตุผล
ข้าวเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาต่อยอดหรือริเริ่มได้ คือโครงการผลิตข้าวกล้องงอกปลอดสารพิษ มีข้อดีคือ เป็นประโยชน์ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางโภชนาการ เก็บไว้ได้นานไม่ต้องจำนำ ป้องกันโรคหลายโรค
V 2 ทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์คือปรับวิถีการตลาด เราต้องปรับวิธีให้ได้เพื่อไปสู่การตลาด
ข้าวกล้องงอกปลอดสารพิษ เราต้องประชาสัมพันธ์ได้
V3 เป็นการรวมกลุ่มให้ยั่งยืน มีสถานที่ชัดเจนเพื่อนำไปสู่เวทีโลกได้
สิ่งที่ต้องทำคือ ต้องมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย ประชาสัมพันธ์ด้วยภาษาที่หลากหลาย พัฒนาและวิจัยสู่อาเซียนและเวทีโลกได้
กลุ่มที่ 4 โครงการพัฒนาการเกษตรเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากการท่องเที่ยว
หลักการและเหตุผล
เมืองไทยมีชื่อเสียงทางด้านการเกษตร ตัวอย่างเช่น มังคุดตปท.ลูกละ 75 บาท แต่จริงๆ ที่สวน กก.ละ 5 บาท และเกษตรกรไทยขายสินค้าไม่ตามกำหนด
สิ่งที่จะทำคือ พัฒนาการเกษตรเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวาไปชมที่สวน เช่นที่ไร่องุ่นคุณ สุพรรษา
ข้อดีคือ เป็นการตอบรับในเรื่องการรวมตัวของเกษตรกร การเพิ่มมูลค่า การเชื่อมโยงกับภาคต่าง ๆ
กลุ่มที่ 2 ศูนย์เรียนรู้ยางพาราของ กศน.
หลักการและเหตุผล
ปัจจัยในการผลิตยางพาราขึ้นอยู่กับ ดิน ปุ๋ย น้ำยาง วิธีการปลุก สภาพการณ์ องค์ความรู้ การกรีดยาง
การทำยางแข็งแปรรูป มีวิธีการเก็บรักษาที่ถูกต้อง การเพิ่มมูลค่าสามารถทำได้หลายอย่าง และสามารถแปรรูปได้หลายอย่าง สามารถแปรรูปเป็นผลิต มีศูนย์การศึกษาและวิจัยยางพาราทั้งในภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กลุ่มที่1 การแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางพาราในชีวิตประจำวันสู่อาเซียน
ม.สุราษฎร์ มีเทคโนโลยีเกี่ยวกับยางพารา
สิ่งที่ต้องทำคือ ต้องมีเครือข่ายในการแปรรูปยางพารา
1. ตัวผลิตภัณฑ์ : รองเท้าบู้ท ,ถุงมือ,หนังยาง
2. ความรู้ สามารถนำไปเผยแพร่และต่อยอดได้
การสร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์
1. เกษตรกร จากการขายยางดิบ และผลิตภัณฑ์
2. องค์ความรู้ (R&D)
3. การกระจายสินค้าสู่อาเซียน
4. การทำงานร่วมกับกลุ่มอาเซียน
โอกาสความเป็นไปได้
1. มีวัตถุดิบ
2. มีองค์ความรู้ (ม.สุราษฎร์ ,สกย.,สหกรณ์ ,มหาวิทยาลัยเอกชน)
3. ปัจจุบันราคายางพาราตกต่ำ (เพราะปริมาณยางมาก)
4. ผู้ผลิตสามารถกำหนดราคาสินค้าได้เอง
อุปสรรค
1. ชุมชนขาดความรู้
2. ชุมชนขาดแหล่งเงินทุน
กลุ่มที่ 5 การแปรรูผลผลิตทางการเกษตรเชิงสร้างสรรค์
เช่นกล้วย เนื่องจากมีการเชื่อมโยงกับบริบทต่าง ๆ ของสังคมไทย จึงควรส่งเสริมและแปรรูปให้มีการใช้และบริโภคทุกฤดูกาล เนื่องจาก ความต้องการมีตลอดเวลา และสามารถเชื่อมโยงกับการแปรรูปได้โดยเฉพาะโอกาสที่จะก้าวไปข้างหน้า เช่นเรื่องของอาเซียน ปี 58 สามารถขยายตลาดไปสู่อาเซียนมีการขยายไปในระดับโลกได้ มีการขนส่งและเชื่อมโยงมากขึ้น การพัฒนารูปแบบสู่สากล คิดเรื่องการบรรจุ Packaging การออกแบบผลิตภัณฑ์และเพิ่มมูลค่า
แสดงความคิดเห็นโดย ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ขอชื่นชมทุกกลุ่มเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มตามแนว 3 V เช่นยางพาราเชื่อมไปใต้ Linkกับต่างประเทศได้ อยากให้โปรเจคยางพาราทำร่วมกัน 2 ภาค
การกระเด้งถึง Agro Tourism และการกระเด้งเรื่องการสร้างทักษะ Deep Dive ใน กศน.
การสร้าง Expert จะเป็นตัวกระตุ้น
ให้แต่ละกลุ่มจำไว้ว่าหัวข้อของตัวเองคืออะไรอย่าไปเปลี่ยนหัวข้อ แต่ให้ลงลึก
สรุปการบรรยายโดย ทีมงาน Chira Academy
หัวข้อ ภาวะผู้นำ และการพัฒนาทัศนคติ (Mindset) สู่ความเป็นเลิศ
โดย รศ.ดร.เฉลิมพล เกิดมณี
วันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน 2557
ถามความคิดเห็นผู้เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้
ทำไมต้องมีผู้นำ
เพราะผู้นำต้องมีการพัฒนาไปข้างหน้า
ทำไมต้องมีการปรับทัศนคติ
ต้องมีการคิดเป็นระบบ (System Thinking)
Mindset กับทัศนคติเป็นอย่างไร ต่างกับ Vision อย่างไร
ทัศนคติใหญ่กว่าเพราะเป็นของตัวบุคคล
ทัศนคติเป็นตัวบนในการขับเคลื่อนสิ่งต่าง ๆ
กิจกรรมที่ 1 แจกกระดาษให้แต่ละคนหาคู่ของตนเอง
เกมส์นี้บอกอะไรเรา
- เราเห็นอะไรเรานึกถึงอย่างนั้น เช่นกรรไกร นึกถึงกรรไกร เครื่องบินหรือเครื่องบิน แต่เมื่อเวลาผ่านไปความคิดอาจเปลี่ยนไป
คำถามคือครั้งแรกอะไรเป็นตัวกำหนด
- คำตอบคือทัศนคติ
ทัศนคติต่างกันทำให้ผลลัพธ์ต่างกัน
ตัวอย่างเช่น ทัศนคติเปิดร้านอาหาร ต้องมีกำไรและรวยไว ๆ กับการเปิดร้านอาหารขอให้ฉันมีความสุขและมีเพื่อนมาทานอาหาร ทำให้ร้านทั้งสองร้านต่างกัน
ทัศนคติที่ต่างกันกับการทำงานขององค์กรต่างกัน ทำให้การทำงานข้างล่างต่างกัน
คำถาม คือทัศนคติของกศน.เป็นอย่างไร
คำตอบ เช่น อะไรก็ได้ ยืดหยุ่น ไม่ต้องอยู่ในกรอบ
คำถาม คนกับลิงอุรังอุตังต่างกันเกิน 1% จริงหรือไม่
คำตอบ ปัจจุบันวิทยาศาสตร์พิจารณาว่า คนกับลิงต่างกันไม่ถึง 1 %
มนุษย์ต่างกันเพราะอะไร
มนุษย์ต่างกันด้วยการอบรม บ่มและสร้าง (พันธุกรรมไม่ต่าง แต่พันธุกรรมเกิดจากการบ่มเพาะและการสร้าง) หน้าที่ของ กศน.คือการพัฒนาคน
การแบ่งคนตาม 4 Q ทำให้คนมีพัฒนาต่างกัน
IQ EQ MQ SQ
ตัวอย่างเช่น ถ้าคนเชื่อมด้วย IQ MQ จะเป็นคนที่มีมีความถูกต้องชัดเจน และทำตามกฎหมาย
สิ่งสำคัญคือการให้เข้าใจตนเอง เข้าใจหัวหน้า ลูกน้อง และคนที่เราไปเจอ
ต้องหาตนเองให้เจอและยอมรับว่าตนเองเป็นแบบนั้น
C นักทฤษฎี (ลักษณะคนเหนือ)
–ชัดเจน ถูกต้อง ตามกฎ มีเหตุผล ระมัดระวัง เป็นทางการมีหลักการ ยึดติดกับรายละเอียด ไม่ชอบเสี่ยง
D นักผจญภัย (ลักษณะคนใต้)
–กล้าตัดสินใจ เข้มแข็ง มุ่งมั่น ชอบการแข่งขัน มีข้อเรียกร้องสูง เป็นอิสระ มั่นใจในตัวเอง ดุดัน ผ่า ซาก เอาตัวเองเป็นหลัก ใช้อำนาจ
S นักปฏิบัติ (ลักษณะคนกลาง)
–สงบนิ่ง ระมัดระวัง อดทน เป็นผู้ฟังที่ดีถ่อมตน เชื่อถือได้ ไม่รับแนวคิดใหม่ ไม่แสดงออก ดื้อเงียบ ไม่แสวงหาการเปลี่ยนแปลง
I นักกิจกรรม (ลักษณะคนตะวันออกเฉียงเหนือ)
–ชอบเข้าสังคม ช่างคุย เปิดเผย กระตือรือร้น มีพลัง ชักจูงใจผู้อื่น ร่าเริง โวยวายเสียงดัง ไม่ระมัดระวัง ตื่นเต้น รีบร้อน ไม่สนใจเรื่องเวลา
Mindsetของคนไทย
ถ้าจนแล้วต้องขยัน ถ้าจนแล้วต้องเจียม
ถ้าเปลี่ยน Mindset ใหม่ คือต้องขยันและประหยัด ขยันและมีความรู้ คือไม่ต้องเคี่ยวเข็ญให้เรียน
Mindset ของเราจะหน้าตาอย่างไรที่ทำให้องค์กรก้าวหน้า
Value
มนุษย์เองจะเปลี่ยนตัวเองเมื่อเห็นคุณค่าของสิ่งนั้น
คนจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเกิดจากอะไร
1. แรงจูงใจ
2. หนีความตาย
ถ้าเรายอมรับเราจะเปลี่ยนแปลงถ้าไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงจะไม่เกิดขึ้น
ความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วม
ถ้าประชาชนไม่เข้าไปหากศน. กศน.ต้องเข้าไปหาประชาชนเอง เพื่อรักษาองค์กรของเราให้รอดความตายให้ได้ การเปิดอาเซียน ถ้าคนไทยเป็นเช่นนี้ต่อไป ถ้าเปิด AEC อาการไปไม่รอดเป็นอย่างไร แรงงานราคาถูกสู้ไม่ได้ ไม่มีงานทำแน่
คนกลุ่มไหนจะเอาตัวรอดและรวยขึ้น
คนมีเทคโนโลยี คนรวย จะรวยขึ้น เพราะสามารถดึงเอาเทคโนโลยีมาใช้ได้
ถ้าคนในประเทศไทยพัฒนาไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงของอาเซียน ความน่ากลัวสูงมากคือโครงสร้างของประเทศไทยอาจมีปัญหา ถ้าคนที่อยู่ในวัยทำงานในยุคถัดไปไม่เก่งพอ ความจริง 1 คนต้องเลี้ยง 3 คน แต่เด็กรุ่นนี้ เลี้ยงตัวเองให้รอดก็เก่งแล้ว
ในสังคมเกษตรอีสาน 70% ในครัวเรือนจะเป็นผู้สูงอายุ ถ้ากระบวนการศึกษาไปไม่ถึงประเทศไทยจะไปไม่รอด
การศึกษาภาคปกติ เรียนแล้วมาใช้ได้หรือไม่
กศน.จึงเป็นองค์การแก้วสารพัดนึก
เมื่อรู้ว่ากศน.มีคุณค่าขนาดนี้ภูมิใจหรือไม่ แล้วจะไปต่ออย่างไร
Mindset เป็นตัวบอกว่าคนจะไปในทิศทางไหน เห็นคุณค่าของตนเองกับการทำงานของ กศน.หรือไม่
กศน.ให้โอกาสกับคนที่ขาดการศึกษา คุณค่าตัวเองมองว่า กศน.เป็นองค์กรแม้มีการศึกษานิดหน่อยแต่สามารถคืนคุณค่าสู่สังคมได้
กศน.ช่วยขับเคลื่อนสังคมให้น่าอยู่มากขึ้นสำหรับคนที่ขาดโอกาสและต้องการนำวุฒิการศึกษาไปใช้ประโยชน์เช่นทางเศรษฐกิจ ธุรกิจ ชุมชน และหลายคนก็สามารถไปต่อปริญญาตรีหรือปริญญาโทได้
กศน. สร้างความผูกพันอย่างดี จะรักองค์กรนี้ไปตลอด
การเห็นคุณค่ากับการหนีตาย
คนไทยเหมือนปลาทองที่อยู่ในโหลแก้ว เมื่อรู้ว่าโหลกำลังรั่วจะโดดขึ้นโหลใหญ่หรือไม่
การที่กศน.จะโดดขึ้นโหลใหญ่ ทำอย่างไรถึงเห็นคุณค่าของการโดดขึ้น คือต้องมีความก้าวหน้า และความมั่นคงล่อ
การที่คนไทยยอมโดดขึ้นโหลใหญ่ได้ต้องมีกิเลสตัณหาและความอยาก ทำอย่างไร กศน.ถึงอยากไปแบบนั้น
คำตอบ คือ มีเป้าหมายต้องชัด
อาการของประเทศไทยและกศน. ปลายทางสุดของความอยาก เป้าไม่ชัด ทำอย่างไรให้ชัด
งานคือการสร้างจินตนาการให้เกิด Imagination ว่ากศน.ในประเทศไทยจะเดินไปอย่างไร
เช่น คนในกศน.ขยัน ทำงานดีและประสบความสำเร็จในชีวิตจะอยากทำหรือไม่ คนสร้างคือคนใน กศน.เอง ดังนั้น ต้องลุกขึ้นยืนว่า กศน.ยุคใหม่ เราต้องจินตนาการให้เห็นภาพสุดท้ายว่าเราต้องการเป็นอย่างไร เช่น โครงการยางพารา เห็นคุณค่าของโครงการหรือไม่ เช่นจะเชื่อมสองภูมิภาคเลย บทบาทของกศน.จะเป็นตัวเชื่อมระหว่างประชาชนกับมหาวิทยาลัยกับการสร้างความรู้ ต้องเป็นสะพานที่จะเชื่อมไป สุดท้ายต้องสร้างคน
Agro Tourism บทบางของกศน.ต้องทำอะไร กศน.ต้องเป็นผู้ประสานระหว่างเจ้าของสวนกับเจ้าของตัว
เวลาตั้งโครงการบางครั้งหลุดจาก KPI ขององค์กร แล้วจะเอาเงินจากรัฐบาลไม่ได้
บทบาทคือการสร้างกระบวนการเรียนรู้ อย่าหลุดจาก KPI ขององค์กร การวัดได้คือ Impact ที่กลับมาดี กศน.เป็นเสมือนตัวขับเคลื่อนให้ได้ อย่าหลุดออกจากฐานที่เป็นบทบาทฐานของเรา
ให้พยายาม Revise ให้นำเครื่องมือเหล่านี้ทำงานแล้วจะทำงานเร็ว
ให้ตั้งโปรเจคที่เป็นขององค์กร และให้วัด Impact
การมีจินตนาการที่ชัด มีบทบาทที่ชัด
ให้วางตอนจบคือ โปรเจคพระเอกกับนางเอกเป็นอย่างไร
ต้องหา The end of point ให้ได้ว่าจบอย่างไรให้สวย
เราจะไปข้างหน้าได้ ต้องใส่ความสามารถ ใส่ความอดทน ตัวทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มคือ นวัตกรรม และความคิดใหม่ หาความใหม่ให้เจอในสิ่งที่เราทำแล้วของพวกนี้จะขายได้
เวลาทำงานในโปรเจค
1. หาคุณค่าแท้จริงให้เจอ ไม่เช่นนั้นจะหลงทางกับความจริงข้างเคียงที่หลอกเรา
- คนดีคือคนไม่โกง กับคนที่มีโอกาสโกงแล้วไม่โกง อันไหนคือคนดี
- ทำงานแล้วได้ตำแหน่งใหญ่ เป็นความแน่นอนหรือไม่ ถ้าไปยึดติดทุกข์หรือไม่
- ความจริงที่จริงแท้คือความสุข (ความสุขจริง ๆ อยู่ข้างนอกหรือข้างในตัวเรา)
- เรารู้หรือไม่ว่าของทุกอย่างมีสองด้านเสมอ ตำแหน่งใหญ่ดูดีแต่ตำแหน่งใหญ่มีสิ่งซ่อนไหวเสมอ เช่นมีภาระที่ต้องรับผิดชอบ
- การอยู่กับความจริงแท้ในที่สุดจะประสบความสำเร็จ
2. รักแบบใดถึงยั่งยืน
- มีอาชีพที่เป็นพ่อพระแม่พระกี่อาชีพ
ถ้าโครงการที่ตั้งแล้ว ทำไมไม่ได้เริ่ม
เพราะไม่ได้ตั้งใจ
เมื่อโครงการหลุดจากเวทีอยากให้เกิดก็คือการเริ่มต้น และจะมีครั้งที่สองหรือสาม
การเริ่มโครงการ
คิดให้ใหญ่ และเริ่มให้เล็ก มีปัจจัยส่งต่อได้ แล้วโครงการจะเกิด คิดใหญ่มีงบประมาณ งานที่ทำจะเยอะ
ทำโครงการอย่างไรให้ยิ้มแย้มแจ่มใสได้ไม่ทุกข์เลย
อยู่กับปัจจุบัน ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด อย่าเอาอดีตกับอนาคตแบกไว้ ทำเสี้ยววินาทีนี้ให้ดีที่สุด ผลจะต้องดี
ใช้เหตุผลในการทำงาน
ณ เวลานั้นตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลในเวลานั้น เมื่อเวลาเปลี่ยนสามารถเปลี่ยนการตัดสินใจได้ อย่าไปซื้อเวลา มีเท่าไหร่ทำเท่าที่ทำได้ แต่อย่ากลัวเริ่มต้น ให้ใจคิดขับเคลื่อนไปข้างหน้าแล้วผลดีจะกลับมาหาเอง ให้นึกถึงความแตกต่างและความใหม่ให้ได้ ตัวอย่างเศรษฐีในโลกอาศัยความว่าง เช่น Steve Job ใช้ Cloud โยนข้อมูลไปในอากาศ Bill Gates ค้นพบสัจธรรมคือความว่าง แล้วก็คืนเงินกลับไปที่ความว่าง ให้หาว่าโครงการของเรามีอะไรที่คนอื่นไม่ทำแล้วเราไปทำ
ความว่างจะนำไปพบความใหม่ได้ หาให้เจอ ถ้าอยู่กับตัวเองแค่ช่วงเสี้ยววินาทีจะไม่ทุกข์เพราะอยู่กับตัวเราเอง คนอื่นไม่เกี่ยว จะรู้จักการเป็นผู้ให้ ยิ่งให้ความโชคดีจะเข้ามาในชีวิต หลายสิ่งหลายอย่างจะไหลเข้าหาคนทำความดี เหมือนน้ำตกจากที่สูงมาหาที่ต่ำ แต่ถ้ากอบโกยไว้เต็มแก้วจะไม่มีคนให้เรา ยิ่งสอนยิ่งเก่ง แล้วสิ่งต่าง ๆ จะหลั่งไหลมา ที่สำคัญคือให้อภัย พูดจาดี ๆ กับคนรอบข้าง พูดจาขอบคุณกับคนที่ให้เรา ตัวอย่างสังคมญี่ปุ่น สอนเรื่องการประหยัดใช้น้ำ และทำอย่างไรในการดูแลน้ำ คิดว่าน้ำมีชีวิต เมื่อมีชีวิตให้ดูแลเขาให้ดี
การสอน สอนจากแก่นในความเข้าใจสิ่งนั้น เห็นคุณค่าสิ่งรอบข้าง ดูแลสิ่งรอบข้างแล้วจะไปได้ดี
ในศาสนาพุทธสอนบัวสี่เหล่า เราควรเอาบัวกลุ่มไหนมาสอนดี
วิธีที่ได้เกษตรกรที่ดีแกนนำต้องไปเลือกบัวพ้นน้ำหรือบัวเหนือน้ำมาแล้วจะทำให้กระบวนการไปไวมาก ให้บัวเหนือน้ำเกษตรคุยกันเองแล้วจะไปได้ดี เอาเกษตรกรที่ชำระหนี้ได้มาอบรม
ให้เลือกคนที่มีคุณภาพมาสอนเป็นสมาชิก 1 ใน 100
คนที่มีบารมี มีอำนาจจะช่วยให้เราขับเคลื่อนได้
เมื่อรู้ว่าโชคดีแล้วเราจะรู้สึกขอบคุณคนรอบข้าง
การตัดสินใจเลือกว่าเราทำอะไร
จะได้ง่าย ไว ใหม่ ยั่งยืน เป็นความสุข
ให้เอาทาบกับโครงการเรา แล้วจะพบว่าโครงการน่าทำหรือไม่เพราะธรรมชาติของคนชอบง่าย ๆ ไว ๆ ใหม่ ๆ
หลักการคิดความใหม่ไม่ยาก เติบโตได้หลายรูปแบบ
เราอาจจะสร้างความใหม่ได้โดยการใช้สมองอันชาญฉลาดในการเอาตัวรอดให้ได้ ใช้ศิลปะในการเอาตัวรอด โปรเจคจะไปแบบไหน เราควรสอนแบบไหน
ตัวอย่าง รถบรรทุกขี่เรือ โถส้วมอัจฉริยะของญี่ปุ่น
เวลาทำแผน
1. ทำไมถึงต้องพัฒนาภาวะผู้นำและทัศนคติของกศน.และเกษตรกร
2. ภาวะผู้นำและทัศนคติใหม่ของ Mindset ของกศน.และเกษตรกรคืออะไร เช่น
3. ทำอย่างไรถึงพัฒนาภาวะผู้นำและทัศนคติใหม่ของกศน.และเกษตรกรได้
ทุกกลุ่ม ต้องตั้งคำถามในเชิงสร้างสรรค์และแสดงความอัจฉริยะ
ด้านกศน.
กลุ่มที่ 1
1. กศน.ต้องเป็นแบบอย่างองค์กรสมัยใหม่ที่นำพาประเทศชาติและชุมชนให้ก้าวขึ้นไป เป็นองค์กรที่กระจายความรู้สู่ชุมชน เป็นองค์กรที่สร้างความเชื่อมัน และคลุกคลีโดยตลอด สังคมให้ความมั่นใจ
2. ต้องเป็นนักมนุษยสัมพันธ์เข้ากับผู้คนได้ กระตุ้นคนในชุมชน มีความยืดหยุ่นปรับเข้ากับสังคมได้ทุกมิติ เป็นนักจัดการในชุมชน สร้างให้เกิดความเปลี่ยนแปลง
3. พัฒนาทักษะของผู้นำในการเป็นทักษะผู้นำ หาแหล่งวิชาการเป็นตัวเชื่อม บุคลากรต้องรู้ลึกในการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย ใช้นวัตกรรมเรียนรู้ที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะเทคโนโลยี มีอินเตอร์เน็ตชุมชน เรียนรู้ร่วมกับชุมชน
สรุป เปลี่ยนองค์กรเป็นการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยี
กลุ่มที่ 2
1. ต้องเปลี่ยนแปลงแนวคิดทั้งเดิมและใหม่ สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป กศน.ต้องปรับเปลี่ยนด้วย บทบาทหน้าที่ กศน.มีหน้าที่ให้ความรู้ทั้งเก่าและใหม่
2.การยอมรับการเปลี่ยนแปลง ความรู้ความมั่นใจในการนำผู้อื่นได้ มีบุคลิกภาพที่ดี การรับฟังความคิดเห็นผู้อื่น มั่นใจในตนเองกล้าตัดสินใจ ปรับเปลี่ยนทัศนคติใหม่ให้สอดคล้องกับภาวะที่เปลี่ยนแปลงไป
3. ยอมรับการเปลี่ยนแปลง มีจิตใจกว้างยอมรับการเปลี่ยนแปลง พัฒนาบุคลิกภาพ เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา
อ.เฉลิมพลสรุปว่า เป็นองค์กรที่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงไปสู่ข้างหน้าที่ดีกว่า
กลุ่มที่ 3
1. เพื่อให้ครูรู้จริง รู้ในงานที่ทำเพื่อสร้างศรัทธาต่อชาวบ้าน เน้นให้รู้ทั้งลึกและกว้าง ให้รู้จริง เป็นแบบอย่างเชิงความคิดให้ชาวบ้านให้ผู้รับบริการ ส่งเสริมการเรียนรู้ สร้างเครือข่ายทำงาน คิดเชิงระบบ มีเหตุผล คิดเชิงอนาคต
2. ต้องเป็นคน Smart มีองค์ความรู้ สร้างทัศนคติ เพิ่มภาวะผู้นำ ยอมรับการเปลี่ยนแปลงของโลก เป็นนักจัดการองค์ความรู้ การเรียนรู้ของประชาชนผู้รับบริการ มีความยืดหยุ่น ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพัฒนาไปเรื่อย ๆ
3. การพัฒนาคน กศน.โดยใช้ทฤษฎีใหม่ ๆ อาจใช้ 2I และ 2R ในการสร้างแนวคิดและ Update
อ.เฉลิมพลสรุปว่า พยายามลงรายละเอียดที่รู้จริง
กลุ่มที่ 4
1. กศน.มีความหลากหลาย ความสมบูรณ์ในการเป็นผู้นำไม่เท่าเทียมกัน ภาวการณ์เปลี่ยนแปลงของสังคมและสิ่งแวดล้อม คุณธรรม จริยธรรมให้เหมาะสมกับโอกาส
2. ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลง แยกแยะบุคลิกภาพของคนให้ได้ เห็นคุณค่าแท้จริงของตนเองและองค์กร คิดใหญ่ แต่เริ่มจากจุดเล็ก ๆ ในการพัฒนางานของเรา ทำงานให้มีความสุข เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในองค์กรเสมอ ก้าวทันเทคโนโลยี มีเป้าหมายชัดเจนในการทำงาน หาคุณค่าแท้จริงเป้าหมายให้เจอ
3. ต้องฝึกอบรมจำลองสถานการณ์ผู้นำ ใช้รูปแบบลูกเสือ อบรมแกนนำ
ด้านเกษตรกร
กลุ่มที่ 5 ถาม
ท่านคิดว่าอัตลักษณ์ของคนกศน.คืออะไร
กลุ่ม 4 ตอบ
ง่าย ไว ใหม่ ยั่งยืน มีความสุข
กลุ่มที่ 6 ถาม
ในฐานะที่เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ กศน.จะสร้างการนำให้การเมืองไทยน่ารักขึ้นได้อย่างไร
กลุ่ม 4 ตอบ
รู้จักให้อภัย รู้รักสามัคคี
กลุ่มที่ 7 ถาม
เราจะเดินไปถึงความฝันได้อย่างไร มีแรงจูงใจสร้างบุคลากรให้เป็นบุคลากรทางการเรียนรู้ได้
กลุ่ม 1 ตอบ
ใช้หลักธรรม ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค
อ.เฉลิมพลสรุปคือ องค์กรที่ยอมรับในการพัฒนา มีเป้าชัด รู้เทคโนโลยีใหม่ จัดการใหม่ พัฒนา มีเหตุผล ให้อภัย ถ่ายทอดจากสถานการณ์จริงเข้ามา เข้าใจธรรมชาติของโจทย์ เหตุการณ์ และสิ่งที่จะเรียนรู้
ด้านกศน.
กลุ่มที่ 6
ข้อ 1
- เกษตรกรในปัจจุบันขาดความเป็นผู้นำและมีทัศนคติที่ดีในการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิต ส่วนใหญ่การเป็นผู้นำเอนเอียงตามกระแสขาดการไตร่ตรอง ในการประกอบอาชีพใช้สารเคมีมากอยู่ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามีผลกระทบ
- วิถีการเปลี่ยนแปลงของโลก
- เพื่อความอยู่รอดในอนาคตอันใกล้ของเกษตรกร
- เป็นต้นแบบของผู้นำที่อาจจะ 5-10 คนหรือ 1 : 100
- ให้รู้เท่าทันกระแสโลก
ข้อ 2
- Positive Thinking ส่งเสริมให้เกษตรกรคิดเชิงบวก ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ออกจากสภาพเดิม ๆ
- การเข้าสู่วงจรใหม่ให้มีชีวิตดีขึ้น
- ทำแบบครบวงจรให้ครอบคลุมทุกกระบวนการเพื่อนำสู่รายได้มั่นคง
- เพื่อเปลี่ยนความคิดเชิงบวก เปิดใจกว้างรับสิ่งใหม่
- วางเป้าหมายให้ชัดในสิ่งที่เกษตรกรก้าวไป
ข้อ 3
- สร้างความตระหนักให้เกิดขึ้นกับเกษตรกร เช่นแลกเปลี่ยน เรียนรู้ Workshop เพื่อนช่วยเพื่อน ใช้ชุมชนเป็นหลัก อยู่ด้วยหลักเหตุผล ไปพัฒนากลุ่มผู้นำเพื่อให้เกิดกลุ่มตัวอย่าง
กศน. ถาม
เราจะพัฒนาทัศนคติของเกษตรกรแล้วเขาไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงจะทำอย่างไร
คำตอบ
ให้เกษตรกรมองเห็นภาพความสำเร็จก่อน เพื่อเป็นตัวเลือกที่ดีจะทำให้เห็นความสุขที่แท้จริง
ดร.เฉลิมพล สรุป
ขอให้กศน. นำอัตลักษณ์ไปพัฒนา เมื่อไรยอมรับมีโอกาสพัฒนา ถ้าไม่ยอมรับไม่มีการพัฒนา อภัย ยืนบนสิ่งที่เป็นเหตุและผล เรียนรู้ที่จะเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนความคิดและการจัดการจะนำไปสู่การจัดการการเปลี่ยนแปลงเกษตรกร ถ้าไม่เปลี่ยนเปลี่ยนไม่ได้ ไม่งั้นจะไม่มีความหวัง มีองค์กรที่สอนพวกเราปลายทางสุดไปไม่ถึง การทำงานไปบางครั้งอาจไปไม่ถึง ถ้าล้มเหลวบ่อยจะทำให้ไม่กล้า กลัว ดังนั้นต้องคิดให้ครบวงจร ที่สำคัญต้องเรียนรู้ที่จะเริ่ม
Work shop วิชาที่2 group 8
วิเคราะห์ SWOT
1.โอกาสของการพัฒนาการเกษตรในพื้นที่เพื่อก้าวสู่อาเซียนด้วยแนวคิด 3v บวกกับ
2.ความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่
โอกาสของการพัฒนาการเกษตรในพื้นที่ คือประเทศไทย
- มีแหล่งวัตถุดิบที่เพียงพอต่อการผลิตเพื่อการบริโภคภายในประเทศ และส่งออก
- ความต้องการทางการตลาดมีปริมาณที่สูงขึ้น ในขณะที่การผลิตน้อยลง ซึ่งเป็นแรงขับให้เกิดการกระตุ้นการผลิตเพื่อความต้องการที่เพียงพอ
จากการวิเคราะห์ นำมาสู่โครงการดังนี้
1.ชื่อโครงการ : โครงการแปรรูปผลไม้ (มะพร้าว)เพื่อการพาณิชย์สู่อาเซียน
2.เหตุผลที่เลือกทำโครงการนี้ : เนื่องจากเป็นโครงการที่ กศน.ปฏิบัติง่ายและมีวัสดุในท้องถิ่น และมะพร้าวมะพร้าวมีการบริโภคกันทั่วโลกมีหลากหลาย เนื้อมะพร้าวเป็นแหล่งโภชนาการที่สำคัญของผู้บริโภคในประเทศเขตร้อน ซึ่งประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตนี้ ผลิตภัณฑ์จากเนื้อมะพร้าวมีหลากหลาย ตั้งแต่เนื้อมะพร้าวแห้ง(desiccated coconut) นำไปผลิตเป็นแป้ง ครีม กะทิ ฯ น้ำมะพร้าวก็มีสารให้ความชุ่มชื้น มีคุณค่าทางโภชนาการ เปลือกใช้ทำเส้นใย กะลาใช้ในงานหัตถกรรม ผลิตถ่านกัมมันต์ เป็นต้น แต่ผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวที่ทั่วโลกรู้จักและคุ้นเคยกันดี คือ น้ำมันมะพร้าว และเนื้อมะพร้าวแห้งการที่ประเทศไทยจะแปรรูปมะพร้าวนั้น ส่วนหนึ่งต้องคำนึงถึง วัฒนธรรมของผู้บริโภค ปริมาณความต้องการของตลาด และการรักษาความปลอดภัยของสินค้ารวมไปถึงความสดใหม่ของสินค้า การนำมะพร้าวซี่งเป็นไม้ผลของประเทศซึ่งวัตถุดิบมีอยู่ทุกภาคของประเทศ มาแปรรูปจึงมีความเหมาะสมและเป็นการท้าทายการแข่งขันทางตลาดของกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกันเพื่อส่วนแบ่งทางการตลาดและเป็นการเปิดตลาด
3. จะทำให้เกิดความสำเร็จเป็นรูปธรรมได้อย่างไร โดยใช้หลักการ 8K’s
1.คัดเลือกเกษตรกรแกนนำมาอบรม
2.ให้ความรู้โดยการจัดกระบวนการเรียนรู้
3.ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม
4.เป้าหมายที่ได้รับ คือการประสบความสำเร็จ
5.สังคมให้การยอมรับ
6.เกิดอาชีพที่ยั่งยืน
7.สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีในกระบวนผลิตและจำหน่าย
8.สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้า
Work shop วิชาที่3 group 8
1.ทำไมจึงต้องพัฒนาภาวะผู้นำและทัศนคติใหม่ของเกษตรกร
- เพราะเกษตรกรต้องเพิ่มองค์ความรู้เชิงสร้างสรรค์ในการพัฒนาอาชีพ
- ต้องการผู้นำที่เป็นแบบอย่างที่ดี
- สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการต่อรอง
2.ภาวะผู้นำและทัศนคติใหม่ของเกษตรกรคือ
- เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้
- เป็นบุคคลที่สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง
- เป็นผู้มีความคิดสร้างสรรค์
- สามารถใช้เทคโนโลยีเชิงสร้างสรรค์
- เป็นแบบอย่างที่ดีแก่เกษตรกร
3. ทำอย่างไรจึงจะพัฒนาผู้นำและทัศนคติใหม่ของเกษตรกร
-คัดเลือกตัวแทนเข้ารับการอบรมเข้าสู่การจัดกระบวนการเรียนรู้
- เรียนรู้จากภูมิปัญญา
- เรียนรู้จากเทคโนโลยีใหม่ๆ
-ก่อให้เกิดการชี้นำตนเองเพื่อเข้าสู่สังคมแห่งการรียนรู้
Work shop วิชาที่3 group 3
1. ทำไมจึงต้องพัฒนาภาวะผู้นำและทัศนคติใหม่ของ กศน.
- ให้รู้จริงงานที่ทำ
- ให้มีแบบอย่างทางแนวคิด
- เพื่อให้เกิดการเรียนรู้เป็นทีม
- เพื่อให้มีระบบความคิด มีเหตุผล
- คิดใหม่เพื่ออนาคต
2. ภาวะผู้นำและทัศนคติใหม่ (Mind Set) ของ กศน.
- สร้างความเชื่อมั่นเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลก
- นักจัดการองค์ความรู้ ยืดหยุ่น
3. ทำอย่างไรจะพัฒนาภาวะผู้นำและทัศนคติใหม่ของ กศน.
- อบรม/พัฒนาคน
- ใช้ทฤษฎี 2I’s และ 2R’s
- สร้างสมมุติฐานวางรูปแบบของแนวคิดให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
สามารถเข้าไปอ่านความคิดเห็นของผู้เข้าอบรมอีกชองทางหนึ่งได้ที่
Fanpage https://www.facebook.com/nfeleadercamp
เป็นโครงการกิจกรรมที่ใช้ห้ความรู้มากมาย ชอบคะ ขอบคุณท่านคณะวิทยากรผู้รับผิดชอบโครงการทุกท่าน
เป็นโครงการที่ดีมากๆครับ ซิน คัม เอิน ครับ
สุดยอดกศนต้นแบบสู่อาเชียน
ได้เรียนรู้เรื่องราวของประเทศเวียดนามภาพรวมโดยสรุปและคำทักทาย การนับตัวเลข
ดีใจที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้ กศน.พัฒนาทุนมนุษย์ด้าน
การเกษตรสู่ASEAN
ทฤษฎี 3 V
V1 สร้างมูลค่าเพิ่ม
V2 สร้างคุณค่าใหม่
V3 สร้างคุณค่าจากความหลากหลาย
รู้การตลาดที่เราจะส่งสินค้าการเกษตรไปที่ลาว
อบรมวันที่่สองได้รับความรู้เพื่อก้าวสู่อาเซียนโดยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการเกษตรกับประเทศสมาชิกทำให้รู้เขารู้เรามากขึ้น เยี่ยมจริงๆ คะ
สิ่งที่สำคัญ..และอยากรู้คือ. เกษตรกรไทยจะขายอะไรให้เพื่อนบ้าน. ....เราชอบกินอาหารเวียตนาม. ...แล้วคนเวียดนามล่ะชอบกินอาหารไทยชนิดใด
เพราะ...วันนี้เกษตรกรไทยไม่ใช่นางงามโลกที่ต้องเล่นบทรักเด็กแสนดี...ทั้งๆที่ ปากท้องยังหิวโหย
เป็นมิติหนึ่งของการอบรมสัมมนาที่เข้มข้นหลากหหลายมีส่วนร่วม คิด เขียน พูด ผสมผสาน รู้เพื่อนอาเซียนขึันบ้าง ขอบคุณท่านอาจารย์จีระ หงส์ลดารมณ์ ที่จัดเรื่องดีอย่างนี้ให้คน กศน.