สรุปการบรรยายโดย ทีมงาน Chira Academy
หัวข้อ ภาวะผู้นำ และการพัฒนาทัศนคติ (Mindset) สู่ความเป็นเลิศ
โดย รศ.ดร.เฉลิมพล เกิดมณี
วันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน 2557
ถามความคิดเห็นผู้เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้
ทำไมต้องมีผู้นำ
เพราะผู้นำต้องมีการพัฒนาไปข้างหน้า
ทำไมต้องมีการปรับทัศนคติ
ต้องมีการคิดเป็นระบบ (System Thinking)
Mindset กับทัศนคติเป็นอย่างไร ต่างกับ Vision อย่างไร
ทัศนคติใหญ่กว่าเพราะเป็นของตัวบุคคล
ทัศนคติเป็นตัวบนในการขับเคลื่อนสิ่งต่าง ๆ
กิจกรรมที่ 1 แจกกระดาษให้แต่ละคนหาคู่ของตนเอง
เกมส์นี้บอกอะไรเรา
- เราเห็นอะไรเรานึกถึงอย่างนั้น เช่นกรรไกร นึกถึงกรรไกร เครื่องบินหรือเครื่องบิน แต่เมื่อเวลาผ่านไปความคิดอาจเปลี่ยนไป
คำถามคือครั้งแรกอะไรเป็นตัวกำหนด
- คำตอบคือทัศนคติ
ทัศนคติต่างกันทำให้ผลลัพธ์ต่างกัน
ตัวอย่างเช่น ทัศนคติเปิดร้านอาหาร ต้องมีกำไรและรวยไว ๆ กับการเปิดร้านอาหารขอให้ฉันมีความสุขและมีเพื่อนมาทานอาหาร ทำให้ร้านทั้งสองร้านต่างกัน
ทัศนคติที่ต่างกันกับการทำงานขององค์กรต่างกัน ทำให้การทำงานข้างล่างต่างกัน
คำถาม คือทัศนคติของกศน.เป็นอย่างไร
คำตอบ เช่น อะไรก็ได้ ยืดหยุ่น ไม่ต้องอยู่ในกรอบ
คำถาม คนกับลิงอุรังอุตังต่างกันเกิน 1% จริงหรือไม่
คำตอบ ปัจจุบันวิทยาศาสตร์พิจารณาว่า คนกับลิงต่างกันไม่ถึง 1 %
มนุษย์ต่างกันเพราะอะไร
มนุษย์ต่างกันด้วยการอบรม บ่มและสร้าง (พันธุกรรมไม่ต่าง แต่พันธุกรรมเกิดจากการบ่มเพาะและการสร้าง) หน้าที่ของ กศน.คือการพัฒนาคน
การแบ่งคนตาม 4 Q ทำให้คนมีพัฒนาต่างกัน
IQ EQ MQ SQ
ตัวอย่างเช่น ถ้าคนเชื่อมด้วย IQ MQ จะเป็นคนที่มีมีความถูกต้องชัดเจน และทำตามกฎหมาย
สิ่งสำคัญคือการให้เข้าใจตนเอง เข้าใจหัวหน้า ลูกน้อง และคนที่เราไปเจอ
ต้องหาตนเองให้เจอและยอมรับว่าตนเองเป็นแบบนั้น
C นักทฤษฎี (ลักษณะคนเหนือ)
–ชัดเจน ถูกต้อง ตามกฎ มีเหตุผล ระมัดระวัง เป็นทางการมีหลักการ ยึดติดกับรายละเอียด ไม่ชอบเสี่ยง
D นักผจญภัย (ลักษณะคนใต้)
–กล้าตัดสินใจ เข้มแข็ง มุ่งมั่น ชอบการแข่งขัน มีข้อเรียกร้องสูง เป็นอิสระ มั่นใจในตัวเอง ดุดัน ผ่า ซาก เอาตัวเองเป็นหลัก ใช้อำนาจ
S นักปฏิบัติ (ลักษณะคนกลาง)
–สงบนิ่ง ระมัดระวัง อดทน เป็นผู้ฟังที่ดีถ่อมตน เชื่อถือได้ ไม่รับแนวคิดใหม่ ไม่แสดงออก ดื้อเงียบ ไม่แสวงหาการเปลี่ยนแปลง
I นักกิจกรรม (ลักษณะคนตะวันออกเฉียงเหนือ)
–ชอบเข้าสังคม ช่างคุย เปิดเผย กระตือรือร้น มีพลัง ชักจูงใจผู้อื่น ร่าเริง โวยวายเสียงดัง ไม่ระมัดระวัง ตื่นเต้น รีบร้อน ไม่สนใจเรื่องเวลา
Mindsetของคนไทย
ถ้าจนแล้วต้องขยัน ถ้าจนแล้วต้องเจียม
ถ้าเปลี่ยน Mindset ใหม่ คือต้องขยันและประหยัด ขยันและมีความรู้ คือไม่ต้องเคี่ยวเข็ญให้เรียน
Mindset ของเราจะหน้าตาอย่างไรที่ทำให้องค์กรก้าวหน้า
Value
มนุษย์เองจะเปลี่ยนตัวเองเมื่อเห็นคุณค่าของสิ่งนั้น
คนจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเกิดจากอะไร
1. แรงจูงใจ
2. หนีความตาย
ถ้าเรายอมรับเราจะเปลี่ยนแปลงถ้าไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงจะไม่เกิดขึ้น
ความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วม
ถ้าประชาชนไม่เข้าไปหากศน. กศน.ต้องเข้าไปหาประชาชนเอง เพื่อรักษาองค์กรของเราให้รอดความตายให้ได้ การเปิดอาเซียน ถ้าคนไทยเป็นเช่นนี้ต่อไป ถ้าเปิด AEC อาการไปไม่รอดเป็นอย่างไร แรงงานราคาถูกสู้ไม่ได้ ไม่มีงานทำแน่
คนกลุ่มไหนจะเอาตัวรอดและรวยขึ้น
คนมีเทคโนโลยี คนรวย จะรวยขึ้น เพราะสามารถดึงเอาเทคโนโลยีมาใช้ได้
ถ้าคนในประเทศไทยพัฒนาไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงของอาเซียน ความน่ากลัวสูงมากคือโครงสร้างของประเทศไทยอาจมีปัญหา ถ้าคนที่อยู่ในวัยทำงานในยุคถัดไปไม่เก่งพอ ความจริง 1 คนต้องเลี้ยง 3 คน แต่เด็กรุ่นนี้ เลี้ยงตัวเองให้รอดก็เก่งแล้ว
ในสังคมเกษตรอีสาน 70% ในครัวเรือนจะเป็นผู้สูงอายุ ถ้ากระบวนการศึกษาไปไม่ถึงประเทศไทยจะไปไม่รอด
การศึกษาภาคปกติ เรียนแล้วมาใช้ได้หรือไม่
กศน.จึงเป็นองค์การแก้วสารพัดนึก
เมื่อรู้ว่ากศน.มีคุณค่าขนาดนี้ภูมิใจหรือไม่ แล้วจะไปต่ออย่างไร
Mindset เป็นตัวบอกว่าคนจะไปในทิศทางไหน เห็นคุณค่าของตนเองกับการทำงานของ กศน.หรือไม่
กศน.ให้โอกาสกับคนที่ขาดการศึกษา คุณค่าตัวเองมองว่า กศน.เป็นองค์กรแม้มีการศึกษานิดหน่อยแต่สามารถคืนคุณค่าสู่สังคมได้
กศน.ช่วยขับเคลื่อนสังคมให้น่าอยู่มากขึ้นสำหรับคนที่ขาดโอกาสและต้องการนำวุฒิการศึกษาไปใช้ประโยชน์เช่นทางเศรษฐกิจ ธุรกิจ ชุมชน และหลายคนก็สามารถไปต่อปริญญาตรีหรือปริญญาโทได้
กศน. สร้างความผูกพันอย่างดี จะรักองค์กรนี้ไปตลอด
การเห็นคุณค่ากับการหนีตาย
คนไทยเหมือนปลาทองที่อยู่ในโหลแก้ว เมื่อรู้ว่าโหลกำลังรั่วจะโดดขึ้นโหลใหญ่หรือไม่
การที่กศน.จะโดดขึ้นโหลใหญ่ ทำอย่างไรถึงเห็นคุณค่าของการโดดขึ้น คือต้องมีความก้าวหน้า และความมั่นคงล่อ
การที่คนไทยยอมโดดขึ้นโหลใหญ่ได้ต้องมีกิเลสตัณหาและความอยาก ทำอย่างไร กศน.ถึงอยากไปแบบนั้น
คำตอบ คือ มีเป้าหมายต้องชัด
อาการของประเทศไทยและกศน. ปลายทางสุดของความอยาก เป้าไม่ชัด ทำอย่างไรให้ชัด
งานคือการสร้างจินตนาการให้เกิด Imagination ว่ากศน.ในประเทศไทยจะเดินไปอย่างไร
เช่น คนในกศน.ขยัน ทำงานดีและประสบความสำเร็จในชีวิตจะอยากทำหรือไม่ คนสร้างคือคนใน กศน.เอง ดังนั้น ต้องลุกขึ้นยืนว่า กศน.ยุคใหม่ เราต้องจินตนาการให้เห็นภาพสุดท้ายว่าเราต้องการเป็นอย่างไร เช่น โครงการยางพารา เห็นคุณค่าของโครงการหรือไม่ เช่นจะเชื่อมสองภูมิภาคเลย บทบาทของกศน.จะเป็นตัวเชื่อมระหว่างประชาชนกับมหาวิทยาลัยกับการสร้างความรู้ ต้องเป็นสะพานที่จะเชื่อมไป สุดท้ายต้องสร้างคน
Agro Tourism บทบางของกศน.ต้องทำอะไร กศน.ต้องเป็นผู้ประสานระหว่างเจ้าของสวนกับเจ้าของตัว
เวลาตั้งโครงการบางครั้งหลุดจาก KPI ขององค์กร แล้วจะเอาเงินจากรัฐบาลไม่ได้
บทบาทคือการสร้างกระบวนการเรียนรู้ อย่าหลุดจาก KPI ขององค์กร การวัดได้คือ Impact ที่กลับมาดี กศน.เป็นเสมือนตัวขับเคลื่อนให้ได้ อย่าหลุดออกจากฐานที่เป็นบทบาทฐานของเรา
ให้พยายาม Revise ให้นำเครื่องมือเหล่านี้ทำงานแล้วจะทำงานเร็ว
ให้ตั้งโปรเจคที่เป็นขององค์กร และให้วัด Impact
การมีจินตนาการที่ชัด มีบทบาทที่ชัด
ให้วางตอนจบคือ โปรเจคพระเอกกับนางเอกเป็นอย่างไร
ต้องหา The end of point ให้ได้ว่าจบอย่างไรให้สวย
เราจะไปข้างหน้าได้ ต้องใส่ความสามารถ ใส่ความอดทน ตัวทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มคือ นวัตกรรม และความคิดใหม่ หาความใหม่ให้เจอในสิ่งที่เราทำแล้วของพวกนี้จะขายได้
เวลาทำงานในโปรเจค
1. หาคุณค่าแท้จริงให้เจอ ไม่เช่นนั้นจะหลงทางกับความจริงข้างเคียงที่หลอกเรา
- คนดีคือคนไม่โกง กับคนที่มีโอกาสโกงแล้วไม่โกง อันไหนคือคนดี
- ทำงานแล้วได้ตำแหน่งใหญ่ เป็นความแน่นอนหรือไม่ ถ้าไปยึดติดทุกข์หรือไม่
- ความจริงที่จริงแท้คือความสุข (ความสุขจริง ๆ อยู่ข้างนอกหรือข้างในตัวเรา)
- เรารู้หรือไม่ว่าของทุกอย่างมีสองด้านเสมอ ตำแหน่งใหญ่ดูดีแต่ตำแหน่งใหญ่มีสิ่งซ่อนไหวเสมอ เช่นมีภาระที่ต้องรับผิดชอบ
- การอยู่กับความจริงแท้ในที่สุดจะประสบความสำเร็จ
2. รักแบบใดถึงยั่งยืน
- มีอาชีพที่เป็นพ่อพระแม่พระกี่อาชีพ
ถ้าโครงการที่ตั้งแล้ว ทำไมไม่ได้เริ่ม
เพราะไม่ได้ตั้งใจ
เมื่อโครงการหลุดจากเวทีอยากให้เกิดก็คือการเริ่มต้น และจะมีครั้งที่สองหรือสาม
การเริ่มโครงการ
คิดให้ใหญ่ และเริ่มให้เล็ก มีปัจจัยส่งต่อได้ แล้วโครงการจะเกิด คิดใหญ่มีงบประมาณ งานที่ทำจะเยอะ
ทำโครงการอย่างไรให้ยิ้มแย้มแจ่มใสได้ไม่ทุกข์เลย
อยู่กับปัจจุบัน ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด อย่าเอาอดีตกับอนาคตแบกไว้ ทำเสี้ยววินาทีนี้ให้ดีที่สุด ผลจะต้องดี
ใช้เหตุผลในการทำงาน
ณ เวลานั้นตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลในเวลานั้น เมื่อเวลาเปลี่ยนสามารถเปลี่ยนการตัดสินใจได้ อย่าไปซื้อเวลา มีเท่าไหร่ทำเท่าที่ทำได้ แต่อย่ากลัวเริ่มต้น ให้ใจคิดขับเคลื่อนไปข้างหน้าแล้วผลดีจะกลับมาหาเอง ให้นึกถึงความแตกต่างและความใหม่ให้ได้ ตัวอย่างเศรษฐีในโลกอาศัยความว่าง เช่น Steve Job ใช้ Cloud โยนข้อมูลไปในอากาศ Bill Gates ค้นพบสัจธรรมคือความว่าง แล้วก็คืนเงินกลับไปที่ความว่าง ให้หาว่าโครงการของเรามีอะไรที่คนอื่นไม่ทำแล้วเราไปทำ
ความว่างจะนำไปพบความใหม่ได้ หาให้เจอ ถ้าอยู่กับตัวเองแค่ช่วงเสี้ยววินาทีจะไม่ทุกข์เพราะอยู่กับตัวเราเอง คนอื่นไม่เกี่ยว จะรู้จักการเป็นผู้ให้ ยิ่งให้ความโชคดีจะเข้ามาในชีวิต หลายสิ่งหลายอย่างจะไหลเข้าหาคนทำความดี เหมือนน้ำตกจากที่สูงมาหาที่ต่ำ แต่ถ้ากอบโกยไว้เต็มแก้วจะไม่มีคนให้เรา ยิ่งสอนยิ่งเก่ง แล้วสิ่งต่าง ๆ จะหลั่งไหลมา ที่สำคัญคือให้อภัย พูดจาดี ๆ กับคนรอบข้าง พูดจาขอบคุณกับคนที่ให้เรา ตัวอย่างสังคมญี่ปุ่น สอนเรื่องการประหยัดใช้น้ำ และทำอย่างไรในการดูแลน้ำ คิดว่าน้ำมีชีวิต เมื่อมีชีวิตให้ดูแลเขาให้ดี
การสอน สอนจากแก่นในความเข้าใจสิ่งนั้น เห็นคุณค่าสิ่งรอบข้าง ดูแลสิ่งรอบข้างแล้วจะไปได้ดี
ในศาสนาพุทธสอนบัวสี่เหล่า เราควรเอาบัวกลุ่มไหนมาสอนดี
วิธีที่ได้เกษตรกรที่ดีแกนนำต้องไปเลือกบัวพ้นน้ำหรือบัวเหนือน้ำมาแล้วจะทำให้กระบวนการไปไวมาก ให้บัวเหนือน้ำเกษตรคุยกันเองแล้วจะไปได้ดี เอาเกษตรกรที่ชำระหนี้ได้มาอบรม
ให้เลือกคนที่มีคุณภาพมาสอนเป็นสมาชิก 1 ใน 100
คนที่มีบารมี มีอำนาจจะช่วยให้เราขับเคลื่อนได้
เมื่อรู้ว่าโชคดีแล้วเราจะรู้สึกขอบคุณคนรอบข้าง
การตัดสินใจเลือกว่าเราทำอะไร
จะได้ง่าย ไว ใหม่ ยั่งยืน เป็นความสุข
ให้เอาทาบกับโครงการเรา แล้วจะพบว่าโครงการน่าทำหรือไม่เพราะธรรมชาติของคนชอบง่าย ๆ ไว ๆ ใหม่ ๆ
หลักการคิดความใหม่ไม่ยาก เติบโตได้หลายรูปแบบ
เราอาจจะสร้างความใหม่ได้โดยการใช้สมองอันชาญฉลาดในการเอาตัวรอดให้ได้ ใช้ศิลปะในการเอาตัวรอด โปรเจคจะไปแบบไหน เราควรสอนแบบไหน
ตัวอย่าง รถบรรทุกขี่เรือ โถส้วมอัจฉริยะของญี่ปุ่น
เวลาทำแผน
- 1.ต้องมองตลาดให้ได้ว่าอยู่ตรงไหน
- 2.ตลาดของกศน.คือประชาชนที่จะรับความรู้ของเราไป
- 3.ตลาดของประชาชนอยู่ที่ไหน อยู่ที่หมู่บ้าน ไม่ใช่ต่างประเทศ เมื่อหมู่บ้านได้แล้วค่อยออกไปอาเซียน
- สรุปคือต้องเข้มแข็งจากข้างในแล้วค่อยออกไป อาศัยช่องว่างในการทำสิ่งใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้น ถ้าอะไรไม่ใช่ความสามารถของเรา ไม่ใช่ KPI ขององค์กรเรา ควรจะทำหรือไม่
- การที่กศน.ไปข้างหน้าให้นึกถึง Mindset ให้ดี และระหว่างเวลากับเข็มทิศ เข็มทิศสำคัญกว่า เพราะเวลาจะทำให้เราเป็นทุกข์แต่เข็มทิศจะทำให้เรามุ่งไปข้างหน้า
- Workshop
- กลุ่ม 1-4 ทำในฐานะของ กศน. และทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านของกลุ่ม 5-8
- กลุ่ม 5-8 ทำในฐานะของเกษตรกร และทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านของกลุ่ม 1-4
1. ทำไมถึงต้องพัฒนาภาวะผู้นำและทัศนคติของกศน.และเกษตรกร
2. ภาวะผู้นำและทัศนคติใหม่ของ Mindset ของกศน.และเกษตรกรคืออะไร เช่น
3. ทำอย่างไรถึงพัฒนาภาวะผู้นำและทัศนคติใหม่ของกศน.และเกษตรกรได้
ทุกกลุ่ม ต้องตั้งคำถามในเชิงสร้างสรรค์และแสดงความอัจฉริยะ
ด้านกศน.
กลุ่มที่ 1
1. กศน.ต้องเป็นแบบอย่างองค์กรสมัยใหม่ที่นำพาประเทศชาติและชุมชนให้ก้าวขึ้นไป เป็นองค์กรที่กระจายความรู้สู่ชุมชน เป็นองค์กรที่สร้างความเชื่อมัน และคลุกคลีโดยตลอด สังคมให้ความมั่นใจ
2. ต้องเป็นนักมนุษยสัมพันธ์เข้ากับผู้คนได้ กระตุ้นคนในชุมชน มีความยืดหยุ่นปรับเข้ากับสังคมได้ทุกมิติ เป็นนักจัดการในชุมชน สร้างให้เกิดความเปลี่ยนแปลง
3. พัฒนาทักษะของผู้นำในการเป็นทักษะผู้นำ หาแหล่งวิชาการเป็นตัวเชื่อม บุคลากรต้องรู้ลึกในการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย ใช้นวัตกรรมเรียนรู้ที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะเทคโนโลยี มีอินเตอร์เน็ตชุมชน เรียนรู้ร่วมกับชุมชน
สรุป เปลี่ยนองค์กรเป็นการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยี
กลุ่มที่ 2
1. ต้องเปลี่ยนแปลงแนวคิดทั้งเดิมและใหม่ สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป กศน.ต้องปรับเปลี่ยนด้วย บทบาทหน้าที่ กศน.มีหน้าที่ให้ความรู้ทั้งเก่าและใหม่
2.การยอมรับการเปลี่ยนแปลง ความรู้ความมั่นใจในการนำผู้อื่นได้ มีบุคลิกภาพที่ดี การรับฟังความคิดเห็นผู้อื่น มั่นใจในตนเองกล้าตัดสินใจ ปรับเปลี่ยนทัศนคติใหม่ให้สอดคล้องกับภาวะที่เปลี่ยนแปลงไป
3. ยอมรับการเปลี่ยนแปลง มีจิตใจกว้างยอมรับการเปลี่ยนแปลง พัฒนาบุคลิกภาพ เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา
อ.เฉลิมพลสรุปว่า เป็นองค์กรที่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงไปสู่ข้างหน้าที่ดีกว่า
กลุ่มที่ 3
1. เพื่อให้ครูรู้จริง รู้ในงานที่ทำเพื่อสร้างศรัทธาต่อชาวบ้าน เน้นให้รู้ทั้งลึกและกว้าง ให้รู้จริง เป็นแบบอย่างเชิงความคิดให้ชาวบ้านให้ผู้รับบริการ ส่งเสริมการเรียนรู้ สร้างเครือข่ายทำงาน คิดเชิงระบบ มีเหตุผล คิดเชิงอนาคต
2. ต้องเป็นคน Smart มีองค์ความรู้ สร้างทัศนคติ เพิ่มภาวะผู้นำ ยอมรับการเปลี่ยนแปลงของโลก เป็นนักจัดการองค์ความรู้ การเรียนรู้ของประชาชนผู้รับบริการ มีความยืดหยุ่น ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพัฒนาไปเรื่อย ๆ
3. การพัฒนาคน กศน.โดยใช้ทฤษฎีใหม่ ๆ อาจใช้ 2I และ 2R ในการสร้างแนวคิดและ Update
อ.เฉลิมพลสรุปว่า พยายามลงรายละเอียดที่รู้จริง
กลุ่มที่ 4
1. กศน.มีความหลากหลาย ความสมบูรณ์ในการเป็นผู้นำไม่เท่าเทียมกัน ภาวการณ์เปลี่ยนแปลงของสังคมและสิ่งแวดล้อม คุณธรรม จริยธรรมให้เหมาะสมกับโอกาส
2. ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลง แยกแยะบุคลิกภาพของคนให้ได้ เห็นคุณค่าแท้จริงของตนเองและองค์กร คิดใหญ่ แต่เริ่มจากจุดเล็ก ๆ ในการพัฒนางานของเรา ทำงานให้มีความสุข เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในองค์กรเสมอ ก้าวทันเทคโนโลยี มีเป้าหมายชัดเจนในการทำงาน หาคุณค่าแท้จริงเป้าหมายให้เจอ
3. ต้องฝึกอบรมจำลองสถานการณ์ผู้นำ ใช้รูปแบบลูกเสือ อบรมแกนนำ
ด้านเกษตรกร
กลุ่มที่ 5 ถาม
ท่านคิดว่าอัตลักษณ์ของคนกศน.คืออะไร
กลุ่ม 4 ตอบ
ง่าย ไว ใหม่ ยั่งยืน มีความสุข
กลุ่มที่ 6 ถาม
ในฐานะที่เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ กศน.จะสร้างการนำให้การเมืองไทยน่ารักขึ้นได้อย่างไร
กลุ่ม 4 ตอบ
รู้จักให้อภัย รู้รักสามัคคี
กลุ่มที่ 7 ถาม
เราจะเดินไปถึงความฝันได้อย่างไร มีแรงจูงใจสร้างบุคลากรให้เป็นบุคลากรทางการเรียนรู้ได้
กลุ่ม 1 ตอบ
ใช้หลักธรรม ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค
อ.เฉลิมพลสรุปคือ องค์กรที่ยอมรับในการพัฒนา มีเป้าชัด รู้เทคโนโลยีใหม่ จัดการใหม่ พัฒนา มีเหตุผล ให้อภัย ถ่ายทอดจากสถานการณ์จริงเข้ามา เข้าใจธรรมชาติของโจทย์ เหตุการณ์ และสิ่งที่จะเรียนรู้
ด้านกศน.
กลุ่มที่ 6
ข้อ 1
- เกษตรกรในปัจจุบันขาดความเป็นผู้นำและมีทัศนคติที่ดีในการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิต ส่วนใหญ่การเป็นผู้นำเอนเอียงตามกระแสขาดการไตร่ตรอง ในการประกอบอาชีพใช้สารเคมีมากอยู่ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามีผลกระทบ
- วิถีการเปลี่ยนแปลงของโลก
- เพื่อความอยู่รอดในอนาคตอันใกล้ของเกษตรกร
- เป็นต้นแบบของผู้นำที่อาจจะ 5-10 คนหรือ 1 : 100
- ให้รู้เท่าทันกระแสโลก
ข้อ 2
- Positive Thinking ส่งเสริมให้เกษตรกรคิดเชิงบวก ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ออกจากสภาพเดิม ๆ
- การเข้าสู่วงจรใหม่ให้มีชีวิตดีขึ้น
- ทำแบบครบวงจรให้ครอบคลุมทุกกระบวนการเพื่อนำสู่รายได้มั่นคง
- เพื่อเปลี่ยนความคิดเชิงบวก เปิดใจกว้างรับสิ่งใหม่
- วางเป้าหมายให้ชัดในสิ่งที่เกษตรกรก้าวไป
ข้อ 3
- สร้างความตระหนักให้เกิดขึ้นกับเกษตรกร เช่นแลกเปลี่ยน เรียนรู้ Workshop เพื่อนช่วยเพื่อน ใช้ชุมชนเป็นหลัก อยู่ด้วยหลักเหตุผล ไปพัฒนากลุ่มผู้นำเพื่อให้เกิดกลุ่มตัวอย่าง
กศน. ถาม
เราจะพัฒนาทัศนคติของเกษตรกรแล้วเขาไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงจะทำอย่างไร
คำตอบ
ให้เกษตรกรมองเห็นภาพความสำเร็จก่อน เพื่อเป็นตัวเลือกที่ดีจะทำให้เห็นความสุขที่แท้จริง
ดร.เฉลิมพล สรุป
ขอให้กศน. นำอัตลักษณ์ไปพัฒนา เมื่อไรยอมรับมีโอกาสพัฒนา ถ้าไม่ยอมรับไม่มีการพัฒนา อภัย ยืนบนสิ่งที่เป็นเหตุและผล เรียนรู้ที่จะเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนความคิดและการจัดการจะนำไปสู่การจัดการการเปลี่ยนแปลงเกษตรกร ถ้าไม่เปลี่ยนเปลี่ยนไม่ได้ ไม่งั้นจะไม่มีความหวัง มีองค์กรที่สอนพวกเราปลายทางสุดไปไม่ถึง การทำงานไปบางครั้งอาจไปไม่ถึง ถ้าล้มเหลวบ่อยจะทำให้ไม่กล้า กลัว ดังนั้นต้องคิดให้ครบวงจร ที่สำคัญต้องเรียนรู้ที่จะเริ่ม