ความสุขของคนทั้งชาติ (ตอนที่1)

จ๊ะจ๋า
ความสุขก็ไม่จำเป็นที่จะเพิ่มขึ้นตามระดับรายได้

           ดีใจที่ได้รู้ว่าในสังคมไทยยังมีคนห่วงใยเด็กและเยาวชน ในเรื่องของการเท่าทันสื่อ  ที่ทราบก็เพราะว่า จ๊ะจ๋ามีโอกาสได้เข้าร่วมงานระดับชาติ นั่นคือ งานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ 2549 ครั้งที่ 6 ใน Theme เศรษฐกิจพอเพียง  สู่สังคมอยู่เย็นเป็นสุข  ซึ่งมีการจัดงาน 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 27-29 ตุลาคม 21549 ณ ฮอลล์ 9  อิมแพ็ค เมืองทองธานี

            

            ในงานนี้ สคส. ได้รับเกียรติให้เข้าร่วมงาน 3 คน ต่อวัน   เราก็ได้มีการหมุนเวียนข่าวสารนี้กัน และก็สมัครใจกันว่าวันที่ 29 ตุลาคม  มีทีม สคส. ไป 3 คน นั่นคือ มีพี่อ้อม  พี่อุ และก็จ๊ะจ๋า

             เป็นความประทับใจสุดๆ ตั้งแต่งานเริ่มในตอนเช้า เมื่อไปถึงงานในเวลา เกือบ 9.00 น. ได้ฟังปาฐกถาพิเศษเรื่อง ความสุขมวลรวมประชาชาติ  (Gross National Happiness-GNH): ประสบการณ์จากประเทศภูฏาน   โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแห่งราชอาณาจักรประเทศภูฏาน (H.E. Lyonpo Dr. Jigmi Singay)  เมื่อได้ฟังแล้วรู้สึกว่า เป็นสิ่งที่น่าสนใจยิ่ง และทำให้หวนคิดไปว่า เราลืมเลือนสิ่งที่สำคัญในชีวิตไปหรือเปล่า  ขอยกข้อความบางตอนที่จ๊ะจ๋า   ฟังแล้วรู้สึกอินเข้าไปในใจ เช่น

               “     การดำเนินนโยบายภายใต้กรอบความคิด GNH ด้วยการสร้างความสมดุลระหว่างขนบธรรมเนียมประเพณีและความทันสมัย  วัตถุนิยมกับจิตวิญญาณ  ระหว่างความมั่นคงทางทรัพย์สินกับคุณภาพชีวิต  ที่สำคัญคือ การให้ความสำคัญของ ความสุขมวลรวมประชาชาติ  (Gross National Happiness-GNH) มากกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (Gross Nation Product) ”

 

             “      ความเจริญทางเศรษฐกิจมิได้มีความหมายเช่นเดียวกับความเจริญก้าวหน้าเสมอไป เมื่อพ้นจากสภาพความยากจน คนมีระดับรายได้มากขึ้น ความสุขสำราญเพิ่มขึ้นไปด้วย เนื่องจากสามารถตอบสนองความต้องการทางวัตถุและความมั่นคงซึ่งไม่เคยได้รับมาก่อน และเมื่อถึงระดับหนึ่ง ความสุขก็ไม่จำเป็นที่จะเพิ่มขึ้นตามระดับรายได้อีกต่อไป    สังคมถูกชี้นำด้วยการตลาด ได้เพาะบ่มวัฒนธรรมละโมบอย่างมากมาย ผ่านสื่อมวลชน  เพื่อมุ่งกำไรสูสุด ด้วยการบริโภค ผลที่ตามมาคือ คนใช้ชีวิตที่อิจฉาริษยาซึ่งกันและกัน  ต่อสู้ เอารัดเอาเปรียบอย่างไม่มีที่สิ้นสุด  เพิ่มขึ้นของผู้ที่มีอาการซึมเศร้า จิตวิญญาณที่ย่อหย่อนลง และความเสื่อมสภาพของสังคม

             คำตอบก็คือ การส่งเสริมปรัชญาการพัฒนาที่อยู่บนพื้นฐานของจริยธรรม ซึ่งสร้างสมดุลที่งดงาม ระหว่างประโยชน์ของโลกาภิวัฒน์ และบทบาทของรัฐในการดูแลการจัดการบริการสังคมพื้นฐาน  

                     ในแวดวงทางการแพทย์มีการเปรียบเทียบรัฐบาลเสมือนร่างกาย  ที่จะต้องรักษาให้มีสุขภาพดี  ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ  การไม่มีบริการสังคมที่มีประสิทธิภาพ  อีกทั้งความทุกข์ที่มีอยู่ขณะนี้ เป็นอาการแห่งสุขภาพที่ไม่ดีของรัฐ  ซึ่งมุ่งเน้นความสู่ความมั่งคั่งอย่างหน้ามืดตามัว

              ซึ่ง GNH สามารถแก้ไขได้ และการที่ภูฏานสามารถพัฒนาประเทศได้อย่างรวดเร็ว เนื่องมาจากปัจจัยหลัก 2-3 ประการคือ 1. ภาวะผู้นำที่เข้มแข็งและเป็นพลวัต ของกษัตริย์ภูฏาน และได้รับความช่วยเหลือจากแหล่งทุนต่างๆ อย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ปลอดจากการคอรัปชั่น 2. จริยธรรมและคุณความดีภายในวัฒนธรรม เป็นสิ่งกำหนดกลยุทธ์การพัฒนา การประยุกต์ใช้คุณค่าทางวัฒนธรรมประเพณีต่อสิ่งที่เป็นความห่วงใยปัจจุบัน  3.  การเรียนรู้ความผิดพลาดและความยากลำบากของประเทศอื่น และใช้แนวคิดเชิงพุทธในการดับทุกข์ การเริ่มต้นหาเหตุรากเหง้าเป็นจุดที่ได้ผลที่สุดมีการขจัดปัญหา  การมองล่วงหน้าว่าจะเกิดปัญหาอะไร และ หาทางป้องกันที่สาเหตุ  ดังนั้นจึงมุ่งเน้นป้องกันการเสื่อมสลายของ วัฒนธรรม  ป้องกันการกระจายสินค้า และบริการที่ไม่เท่าเทียมกัน และป้องกันการทำลายสิ่งแวดล้อม

             “ หัวใจสำคัญของตัวชี้วัดตามแนวคิด GNH คือ 1. จิตใจ  2.  การศึกษา 3. สุขภาพ

        

             สิ่งที่ประเทศนี้ให้ความสำคัญนั้น เป็นประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่ง  นั่นคือ ความสุข ต้องเป็นอันดับแรก และมีการเน้นย้ำว่า ความสุขไม่ใช่เพียงผลจากสภาพร่างกายที่มีผลต่อจิตใจ  แต่เป็นตัวการสำคัญที่สุดในการกำหนดสุขภาวะโดยรวม   รวมทั้ง การวางแผนเป็นองค์รวม และการบริหารนโยบายร่วมกับระหว่างภาส่วนต่างๆ (multi-sectoral)  ทุกภาคส่วนมีการพึ่งพิงกัน เพื่อประโยชน์สูงสุดสำหรับสังคม เป็นการทำงานเพื่อส่วนร่วมและในชาติอย่างแท้จริง มุ่งผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ มากกว่าคนส่วนน้อย เพื่อคนทั้งชาติ  และมีการพัฒนาบนพื้นฐานของหลักการสำคัญห้าประการคือ 1. ความเติบโตทางเศรษฐกิจ 2. การพิทักษ์สิ่งแวดล้อม 3. การพัฒนาอย่างสมดุลในระดับพื้นที่ 4. การกระจายอำนาจและการเสริมพลังชุมชน  การอนุรักษ์และส่งเสริมวัฒนธรรม ซึ่งเป็นบทบาทสำคัญในการจัดบริการสุขภาพ 

           และ คงไม่ต้องเอ่ยสิ่งใดนอกจากความรู้สึกที่ว่า ถึงแม้ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่ก้าวหน้ามากแค่ไหน แต่สิ่งที่เราลืมไปในขณะนี้คือความสุข ที่มาจากจิตใจ ย่อมเกิดคำถามในใจว่า แล้วในขณะนี้ ช่วงเวลานี้คนไทยมีความสุขแล้วหรือยัง

          โปรดติดตามตอนต่อไป

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KM creative

คำสำคัญ (Tags)#การมีส่วนร่วม#สุขภาวะ#สังคมไทย#เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้

หมายเลขบันทึก: 56521, เขียน: 31 Oct 2006 @ 08:58 (), แก้ไข: 21 May 2012 @ 12:49 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 5, อ่าน: คลิก


ความเห็น (5)

  • เยี่ยมเลยครับ
  • เคยคิดว่าชีวิตถ้าอยู่บนความพอเพียงก็พอแล้วครับ
  • ขอบคุณมากครับผม

สวัสดีค่ะคุณจ๊ะจ๋า

ขอบคุณค่ะสำหรับจดหมายข่าวและเสื้อสามารถ  แต่จดหมายผิดซองค่ะ  กลายเป็นเสื้อของ ศน.ธเนศค่ะ  ตัวใหญ่มากค่ะ  ทำอย่างไรดีคะ

ขอบคุณท่านผูอ่านทุกท่านที่เข้ามาแวะเวียน พูดคุย แลกเปลี่ยนในเรื่องนี้ และอยากบอกว่า มีอีกตอนที่ น่าสนใจคะ

 

  • ขอบคุณสำหรับบันทึกดี ๆ พี่เล็กเขียนเรื่องจีดีพีกับ...สุขที่สุดในโลก... คลิก ซึ่งกำลังจะมองหาตัวชี้วัดความสุขอยู่เมื่อได้อ่านบันทึกนี้ก็ทำให้เรายิ่งมีความคิดหลากหลายมากขึ้น จะตามอ่านต่อไปค่ะ