การเข้าสู่อาเซียนของสาธารณสุขไทย

โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์

อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก

www.drsuthichai.com

                31 ธันวาคม 2557 ประเทศไทยและอีก 9 ประเทศต้องเข้าสู่อาเซียน กระทรวงสาธารณสุขเป็นกระทรวงหนึ่งที่ต้องทำงานหนัก ซึ่งรวมไปถึงบุคลากรของกระทรวงที่จะต้องทำงานหนักและมีความหลากหลายเพิ่มมากขึ้น โรงพยาบาลต่างๆของรัฐและเอกชน ทุกขนาดจะต้องทำงานมากขึ้น เหตุผลก็คือ เมื่อมีการเปิดอาเซียนจะทำให้อีกหลายประเทศเข้ามาทำงานได้ง่ายขึ้น อีกทั้งจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น สิ่งที่ตามมาในด้านบวก บุคลากรสาธารณสุขจะมีรายได้เพิ่มมากขึ้น ส่วนในด้านลบบุคลากรสาธารณสุขต้องระวังการฟ้องร้องโดยเฉพาะแพทย์ พยาบาล

                ปัจจุบันไทยเรามีโรงพยาบาล 900 กว่าแห่ง ซึ่งรับรองคนไทย 65 ล้านคน ซึ่งนับว่าไม่พอเพียง แต่หากเปิดอาเซียน ไทยเราคงต้องมีโรงพยาบาลเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะโรงพยาบาลสำหรับคนต่างชาติ

                ด้านการสื่อสารโดยเฉพาะช่วงแรกๆ ประเทศไทยเรามีปัญหาทางด้านการสื่อสารโดยเฉพาะการใช้ภาษาอังกฤษ ไม่เว้นหน่วยงานด้านสาธารณสุขเอง คงต้องเผชิญกับปัญหาด้านการสื่อสาร ไม่ว่า การสื่อสารทางด้านการพูด การเขียน ระหว่าง หมอ พยาบาล กับผู้ป่วยชาวต่างชาติ , บุคลากรสาธารณสุขกับผู้ใช้บริการชาวต่างชาติ

                แต่ทั้งนี้ หากพูดถึงในเรื่องของการบริการแล้ว ประเทศไทยเรามีความโดดเด่นมาก ไม่เว้นแม้บุคลากรด้านสาธารณสุข เนื่องมาจาก คนไทยและบุคลากรด้านนี้ มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี มีกริยา มารยาท อ่อนโยน อ่อนโน้มถ่อมตน ไม่แข็งกระด้าง เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ

                สำหรับแพทย์ พยาบาล ทัตนแพทย์ จะมีการเคลื่อนย้ายกันมากขึ้น เราจะเห็นบุคลากรเหล่านี้จากประเทศฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งบุคลากรเหล่านี้มีจุดเด่นทางด้านภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ เขาสามารถเข้ามาเปิดสถานบริการและโรงพยาบาลเพื่อรองรับชาวต่างประเทศซึ่งสามารถทำรายได้ได้มากกว่า การรักษาคนไทยโดยรวม

                และแน่นอนแพทย์ที่มีความชำนาญของไทยก็คงต้องเคลื่อนย้ายไปหารายได้ที่สูงกว่ายังประเทศที่มีรายได้ที่ดีกว่า ส่วนคนไทยส่วนหนึ่ง อาจเป็นผู้ป่วยของแพทย์ชาวพม่า ซึ่งบางส่วนก็ได้มีการเตรียมตัวเข้ามาแล้ว เนื่องจากแพทย์ของประเทศพม่ามีจำนวนมากกว่าสัดส่วนของประชาชนชาวพม่า

                ด้านงานบริหารสาธารณสุขการเปิดอาเซียน ทำให้เราสามารถมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ดูงาน และจ้างงานบุคลากรด้านสาธารณสุขที่ขาดแคลนได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขอข้อมูล การประสานงานต่างๆ การเรียนรู้เทคนิคใหม่ๆทางด้านสาธารณสุข

                อีกทั้งสาธารณสุขไทยควรใช้ เทคโนโลยีให้มากขึ้น เพื่อเข้าช่วยในการทำงาน เช่น การใช้ไลน์ การใช้เครื่องมือติดต่อสื่อสาร แพทย์ที่ชำนาญอาจอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ อาจใช้กล้องซูมดูอาการคนไข้หรือคนป่วย เพื่อให้แพทย์ที่ชำนาญสิงคโปร์ได้วินิจฉัยโรค อีกทั้งเทคโนโลยีสามารถนำมาช่วยในการประชุมข้ามประเทศได้ในระหว่างการทำงานสาธารณสุขในประเทศอาเซียน ซึ่งจะประหยัดทั้งเวลา ค่าใช้จ่ายต่างๆ

                โรงพยาบาลนานาชาติจะมากขึ้น เหมือนกับโรงเรียนนานาชาติที่มากขึ้นทุกวัน

                ประเทศไทยได้มีการวางวิสัยทัศน์ไว้ว่าเราจะเป็น ศูนย์กลางสุขภาพครบวงจรหรือ Medical Hub อีกทั้งรัฐบาลได้มีการลงทุนทางด้านต่างๆเพื่อสนับสนุน หากเปิดเขาไปในเว็ปไซค์กระทรวงสาธารณสุข เราก็จะสามารถสืบค้นข้อมูลของโรงพยาบาลต่างๆได้ ซึ่งภายในบอกข้อมูลต่างๆไว้อย่างมากมาย เช่นมีจำนวนคนกี่คน มีเครื่องมืออะไรบ้าง มีความชำนาญในการรักษาโรคอะไรบ้าง

                ปัจจุบันสิ่งที่กระผมเป็นห่วงก็คือ ในยุคปัจจุบันประเทศไทยเราประสบกับปัญหาเรื่องของความแตกแยกทางการเมือง มีการเป็นเป็นขั้วต่างๆ จึงทำให้ สื่อต่างๆ ลงข่าวแต่เรื่องของการการเมือง

ส่วนพื้นที่ข่าวของอาเซียนก็หาไปจากสื่อต่างๆ จำนวนไม่น้อย หากว่า การเมืองมีความเข้มแข็งก็จะส่งผลให้ประเทศไทยเกิดความสนใจ เรื่องเกี่ยวกับอาเซียนมายิ่งขึ้น สื่อต่างๆก็จะลงเรื่องของอาเซียนมาขึ้น