1. ความหมายของประชานิยมและประวัติศาสตร์ของแนวคิดนี้ (ต่อ)
หลักประชานิยมแพร่ขยายต่อไปถึงละตินอเมริกาในเวลาต่อมาและมีบทบาทสูงในคริสต์ศตวรรษที่ 20 การใช้หลักประชานิยมที่นั่นเป็นไปในหลายรูปแบบ การเคลื่อนไหวที่ใช้หลักประชานิยมเกิดขึ้นเพราะหลังได้เอกราชในคริสต์ศตวรรษที่ 19 การปกครองของประเทศละตินอเมริกาส่วนใหญ่ตกอยู่ในมือของเจ้าของที่ดินที่มีฐานะร่ำรวย เมื่อโครงสร้างทางเศรษฐกิจเปลี่ยนไปหลังเกิดโรงงานอุตสาหกรรมทำให้มีชนชั้นแรงงานเพิ่มขึ้น ประชาชนกลุ่มนี้ต้องการมีสิทธิมีเสียงในการบริหารบ้านเมืองบ้าง ในสภาพเช่นนี้จึงเริ่มมีนักการเมืองหัวใสที่ต้องการใช้พวกเขาเป็นฐานของการก้าวเข้าสู่อำนาจเกิดขึ้น ต้นตำรับของความหัวใส ได้แก่ ชาวอาร์เจนตินาชื่อ ฮิโปลิโต อิริโกเยน เขาสามารถโค่นอำนาจของเศรษฐีที่ดินได้โดยการให้คำมั่นสัญญาว่าจะเอื้อประโยชน์ให้แก่ประชาชนที่ไม่มีอำนาจทางเศรษฐกิจและการเมือง หลังจากได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีเมื่อปี 1916 (พ.ศ. 2459) เขาก็เริ่มใช้มาตรการจำพวกให้ของเปล่าที่เขาสัญญาไว้ ยังผลให้เขาได้รับความนิยมสูงมาก
หลายประเทศเริ่มใช้หลักประชานิยมในเวลาต่อมา ไม่ว่าจะเป็นบราซิล เปรู เม็กซิโก โบลิเวีย เวเนซุเอลา เอกวาดอร์ ชิลี กัวเตมาลา นิการากัว โคลอมเบีย หรือเอลซัลวาดอร์ ประเทศเหล่านั้นใช้ประชานิยมในรูปต่างๆ กันและปรับเปลี่ยนไปตามสภาพของสังคมโดยปราศจากอุดมการณ์ทางการเมืองที่มีความแน่นอนแม้การปฏิบัติส่วนใหญ่จะเอียงไปทางสังคมนิยมก็ตาม นอกจากนั้น แม้จะมีการเลือกตั้งสลับกับเผด็จการทหารในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา แต่ประเทศละตินอเมริกามักมีลักษณะหนึ่งร่วมกัน นั่นคือ ผู้นำมักมีความฉ้อฉลยังผลให้การพัฒนาเชื่องช้าไม่ว่าจะใช้ประชานิยมแบบไหน
ในบรรดาประเทศละตินอเมริกาที่ใช้หลักประชานิยม อาร์เจนตินาและเวเนซุเอลามีความโดดเด่นเป็นพิเศษ เนื่องจากทั้งสองประเทศเป็นตัวอย่างในทางเลวร้ายได้อย่างแจ้งชัดที่สุด นั่นคือ อาร์เจนตินาเคยพัฒนาไปไกลจนมีรายได้ในระดับเดียวกับฝรั่งเศสและเยอรมนี แต่หลังจากการใช้ประชานิยม ก็มีการพัฒนาไปเป็นจำพวกให้ของเปล่าอย่างเข้มข้นแก่ประชาชนโดยหวังผลทางการเมืองจนเกินความเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคม ประชานิยมก็นำไปสู่ความล้มละลายและการพัฒนากลายเป็นแบบล้มลุกคลุกคลานยังผลให้อาร์เจนตินาล้าหลังฝรั่งเศสและเยอรมนีแบบแทบไม่เห็นฝุ่น ส่วนเวเนซุเอลา มีน้ำมันจำนวนมหาศาลถึงกับเคยส่งออกน้ำมันมากที่สุดในโลก แต่การหว่านรายได้จากการขายน้ำมันให้หมดไปกับนโยบายประชานิยมแบบแจกของเปล่าทั้งโดยทางตรงและทางอ้อมแก่ประชาชนโดยหวังผลทางการเมือง ทำให้เวเนซุเอลาพัฒนาแบบล้มลุกคลุกคลานและล้มละลายหลายครั้ง