การกินอิ่มนอนหลับเต็มตื่น เป็นความสุขของเด็ก ทำให้เด็กแจ่มใสดูแลง่าย ลดการใช้ความรุนแรงในบ้าน
คุณแม่พาโปเต้(นามสมมติ)มารับวัคซีน ๒ ขวบครึ่ง
แต่วันนี้โปเต้งอแงมากไม่เหมือนทุกวันที่พบกัน
ขณะรอที่ม้านั่งรอ โปเต้งอแงกับแม่ตลอดเวลาแบบไม่มีเหตุผล
แม่ดุไปหลายครั้งแล้วในที่สุดก็ได้ยินเสียงดังเปี๊ยะ
โปเต้ร้องมากกว่าเดิมจนแม่ต้องพาไปนอกห้อง
“ง่วงนอนนะค่ะ เมื่อบ่ายนอนไม่เต็มตา หนูรีบปลุกมาธุระก่อนแวะมาหาหมอ”
แม่เล่าให้หมอฟัง หลังเสียลูกโป่งให้โปเต้แก้เซ็งไป
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวคุณหมอรีบฉีดแล้วโปเต้ไปนอนต่อนะครับ” โปเต้พยักหน้า
วี่แววเด็กร่าเริงก็กลับมาให้เห็นเดิมอีก
การนอนเต็มที่ ทำให้เด็ก ไม่งอแง ร่าเริงและพร้อมเรียนรู้
ทำให้คุณพ่อคุณแม่เบาแรง เบาใจในการดูแล
อีกทั้งไม่ต้องอารมณ์เสีย จนต้อง บ่นว่า หรือลงไม้ลงมือกัน
ขอบคุณภาพประกอบจาก
123royalfree.net, parentspartner.com,chicagonewmomsgroup.com

หลังอายุ๖เดือน
เด็กก่อนวัยเรียน(๑-๓ปี)
ต้องการการนอนหลับ ๑๒-๑๔ ชั่วโมงต่อวัน โดยกลางวันหลับอีก๒ครั้งครั้งละ ๑-๒ชั่วโมง
เด็กวัยนี้ควรให้นอนแต่หัวค่ำตื่นเช้าจนชิน แม้ยังไม่ต้องไปโรงเรียน
เพราะเป็นการสร้างนิสัยการนอนตอนโตครับ
หากแม่ติดละครและยอมให้ลูกนอนดึกด้วย จะมีปัญหางอแงกลางวัน
และติดนิสัยนอนดึกไปจนเขาโรงเรียน
เด็กวัยอนุบาล(๔-๖ปี)
สรุป
การนอนอย่างเหมาะสมเพียงพอของเด็กมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโต
อารมณ์แจ่มใส ทำให้เลี้ยงง่าย เรียนรู้ง่าย
ผู้ดูแลก็มีภาระน้อยกว่า ไม่ต้องอารมณ์เสีย ดุ ตี
ฝั่งความก้าวร้าวไว้ในใจกับเด็กต่อไป
ผู้ใหญ่ก็เหมือนกันค่ะ...เด็กๆงอแงยังน่ารักนะคะ ชอบภาพเด็กผูกแกละมากท่าทางเอาเรื่องดี...