วันนี้ผมมีโอกาสได้เข้าร่วมการประชุมการดำเนินการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในการประชุมได้ปรึกษาหารือและอธิบายถึงสาเหตุของการเกิดโรคอีสุกอีใน โรคหัด และโรคติดต่อต่างๆ และรวมถึงการเฝ้าระวัง การแจ้งเตือนข้อมูลต่างๆแก่นิสิต บุคลากร ตลอดจนประชาชนทั่วไปได้รับรู้รับทราบ รวมถึงข้อควรปฏิบัติเกี่ยวกับโรคดังกล่าว
โรคอีสุกอีใส ลักษณะโรค เป็นโรคติดเชื้อไวรัสอย่างเฉียบพลันที่แสดงอาการโดยการมีไข้เล็กน้อย รู้สึกไม่สบลายและมีผื่นแดง ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาจะเป็นตุ่มน้ำอยู่เดี่ยวๆและมีรอยบุ๋มตรงกลาง ไปตามใบหน้าและลำตัว แผ่นหลัง บางคนเกิดขึ้นในช่องปากและลิ้นเปื่อย เกิดอาการเจ็บคอ อยู่ประมาณ 3-4 วัน หลังจากนั้นจะตกสะเก็ด อาการแทรกซ้อนบางครั้งอาจเกิดอาการปอดบวม สมองอักเสบหรือพิการและเสียชีวิตได้
วิธีการเผยแพร่ ติดต่อทางการหายใจ ไอ จามรดกัน การสัมผัสโดยตรงกับต้ำจากตุ่มน้ำแผลผู้ป่วย หรือภาชนะ หรือของที่มีการปนเปื้อนเชื้อ ข้อแนะนำ โรคนี้เมื่อเป็นแล้วอาจมีโอกาสเป็นงูสวัดได้ในภายหลัง ควรแยกผู้ป่วยออกต่างหากเพื่อป้องกันการติดต่อ โดยระยะแพร่เชื่อจะเริ่มตั้งแต่ 24 ชม.ก่อนที่ผื่นหรือตุ่มแห้งหมด ซึ่งใช้เวลาประมาณ 6-7 วัน เมื่อเป็นอีสุกอีใสแล้วมีโอกาสกลับมาเป็นอีกได้ และในวันนี้ได้มีการติดตามการคัดกรองผู้ป่วยในหน่วยงานต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ซึ่งผมในฐานะที่เป็นตัวแทนนิสิตคณะวิทยาการสารสนเทศ ได้นำเรียนผู้บริหารและที่ประชุมให้ทราบเกี่ยวกับสถานการณ์โรคติดต่อภายในคณะวิทยาการสารสนเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างการคัดกรองนิสิตและบุคลากรภายในสังกัดเพื่อแจ้งไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อส่งรับการรักษาและป้องกันให้มากยิ่งขึ้น
เนื้อหาสาระสำคัญของการประชุมในวันนี้คือการรายงานสถานการณ์และการสร้างทีมงานในการเฝ้าระวังป้องกันโรคติดต่อภายในมาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งผมได้มีแนวคิดที่กลับมาสร้างทีมภายในหน่วยงาน แบ่งออกเป็นกลุ่มต่างๆ ดังนี้ 1. กลุ่มประสานงานและสนับสนุน 2.กลุ่มเฝ้าระวัง 3.กลุ่มบำบัดรักษา 4. กลุ่มประชาสัมพันธ์ 5. กลุ่มควบคุม ซึ่งทั้ง 5 กลุ่มนี้จะได้ช่วยกันในการเฝ้าระวัง ควบคุมรักษาโรคติดต่อภายในคณะวิทยาการสารสนเทศ และผมได้มอบนโยบายให้กับนายกสโมสรนิสิตคนใหม่ในการบรรจุกิจกรรมในการสนับสนุนภารกิจต่างๆ และให้ถือให้เป็นภารกิจหลักในการดำเนินงานนอกจากกิจกรรมประเพณีหรือกิจกรรมที่รังสรรค์กันขึ้นมา


