ข้อคิดบางส่วนจากหนังสือดี ๑๐๐ ปีพุทธทาส ในหนังสือ ธรรมะกับการเมือง

            “ดู ๆ ไปแล้ว ชื่อระบบการเมือง นี้มันไม่ได้หมายถึงอุดมคติอะไรนัก แต่มัน หมายถึงวิธีการ เพราะว่าคนในโลกนี้มันอยู่กันในที่ต่าง ๆ กัน มันจึงทำอะไรเหมือนกันไม่ได้ จิตใจเหมือนกันไม่ได้ ระบบที่จะแก้ปัญหา มันก็เหมือนกันไม่ได้ แล้วในหมู่คนพวกหนึ่ง หรือในถิ่นหนึ่ง ในยุคหนึ่ง เหมาะสำหรับเผด็จการ มัน ก็ต้องเผด็จการ นั่นแหละคือถูกที่สุด แต่ว่ามันต้องประกอบไปด้วยธรรม, เราเป็น ราชาธิปไตย นั่นเหมาะที่สุด ถูกที่สุด แต่ต้องประกอบไปด้วยธรรม เป็นประชาธิปไตย ก็ได้ แต่ต้องประกอบไปด้วยธรรม , เป็นสังคมนิยม คือ ประชาธิปไตย ชนิดบังคับ ควบคุมมีระเบียบจัดก็ได้ และก็ยิ่งดี แต่มันต้องประกอบไปด้วยธรรม จึงพูดว่าการเมืองระบบไหนก็ได้ ถ้าประกอบไปด้วยธรรม แล้วจะแก้ปัญหาได้.

             ฉะนั้นก็เลือกเอา ให้เหมาะแก่สถานการณ์ของตน ๆ ถ้าไม่ประกอบไปด้วยธรรมแล้ว ไม่มีระบบไหนใช้ได้เลย แล้ว ระบบประชาธิปไตยนี้ จะเลวร้ายที่สุดกว่าระบบไหนหมด ถ้าไม่ประกอบไปด้วยธรรม คือต่างคนต่างใช้กิเลสยื้อแย่งกันเท่านั้นเอง ระบบอื่นเขายังมีควบคุม ยังมีบังคับ ยังมีให้อยู่ในร่องในรอย นี้ประชาธิปไตยเปิดหมด แต่ถ้าประกอบไปด้วยธรรมแล้ว ระบบไหนก็ใช้ได้ ข้อนี้ไปคิดดูเอง, ไปมองดูเองก็จะเห็นได้ทุกคน”

 

         @ ประชาธิปไตยคืออะไร...?       ฉันไม่รู้

                อิสรภาพที่เห็นอยู่                      มีเกร่อ

                   หยิบยกใช้เสมือนรู้                   แนวทาง

                     อ้างชอบธรรมจนเลอะ                ผิดเพี้ยนตัวตน

          @ มีเหตุผลชอบยกอ้าง                  ตะแบงแถ

                  ท่องคาถาไม่แยแส                    ทักท้วง

                     เลือกมาแล้วเป็นแม่นแท้             อำนาจ

                        สิทธิ์ผูกขาดทั้งปวง                   อยู่ที่...ข้าไง

           @ ประชาธิปไตยแก่นแท้                  เสมอภาค

                    เสียงข้างน้อยหรือข้างมาก          เทียมเท่า

                       แม้นคนหมู่ใหญ่ฉุดกระชาก         ทำผิด

                          คนหมู่น้อยที่คอยเฝ้า                  ฉุดรั้งไม่ให้...หลงทาง