ปรัชญาการบริหารงานบริษัทของ อินาโมริ

บุรชัย
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ใครที่เคยอ่านบล๊อกผมเรื่อยๆ คงจะรู้ว่า ผมชอบอ่านหนังสือ non-fiction ซึ่ง บางกรณี ผมมักทำโน้ตย่อไว้ด้วย แล้วก็เก็บโน้ตนั้นไว้อ่านเอง จะได้ไม่ต้องกลับไปอ่านเล่มเดิมอีก (ตอนนี้หนังสืออยู่กล่องไหนแล้วก็ไม่รู้ แพ็ครอย้ายบ้าน) หนังสือดีๆ ที่ผมลงทุนทำโน้ตย่อมีไม่มาก แต่ก็มีหลายเล่ม

สิ่งที่จะโพสต์ต่อไปนี้ มาจากโน้ตย่อของผมหลังจากอ่าน A passion for success ของ Kazuo Inamori ไป ๒ รอบ เมื่อ ๒ ปีก่อน โน้ตย่อนี้ก็วุ่นวายนิดหนึ่ง เพราะผมบันทึกย่อความคิดจากการอ่านเอาไว้โดยใช้ภาษาอังกฤษ แต่ทว่าวันนี้ผมจะแปลโน้ตย่อผมกลับมาเป็นไทยอีกที ก็หวังว่า ความหมายที่ผมเข้าใจคงไม่ผิดเพี้ยนมากนัก ผมเพิ่งมีโอกาสมาทบทวนสิ่งที่เคยจดไว้ ก็คิดว่า น่าจะเอามาแบ่งปันเพื่อนชาวไทยคนอื่นๆ ด้วย ให้สมกับเจตนารมณ์ของ GotoKnow

ลืมไปแล้วว่าผมเคยโพสต์เกริ่นไว้ที่นี่แล้ว เพิ่งค้นพบจากกูเกิ้ล :-)

http://www.gotoknow.org/posts/498307

ถ้าใครอ่านสรุปย่อข้างล่างนี้ ก็เท่ากับว่าได้อ่านสรุปจุดสำคัญๆ ของหนังสือสุดยอดปรัชญาการบริหารบริษัทเล่มหนึ่ง (ตามความเห็นของผมเอง) ประหยัดเวลาอ่านหนังสือไปได้เป็นวันๆ

ผมเชื่อว่าการเขียนสรุปเรื่องย่อ (excerpt) นี้ ไม่น่าจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ท่านผู้เขียนหรือผู้แปลเป็นภาษาไทยแต่อย่างใด แต่กลับจะทำให้หลายคนอยากอ่านเล่มฉบับเต็มหรือฉบับแปลเต็มอีกด้วยซ้ำ​ ซึ่งผมเห็นว่า แม้หนังสือเล่มนี้พิมพ์นานมาแล้ว ถ้าพิมพ์ออกมาก็ขายได้อีกแน่ บางทีโพสต์นี้อาจจะเป็นตัวช่วยกระตุ้นก็ได้

อินาโมริ เป็นใคร

อินาโมริก่อตั้งบริษัท Kyocera ขึ้นมาเมื่อเขาอายุเพียง ๒๗ ปี เคยผู้บริหารบริษัทนี้ กว่า ๕ ทศวรรษ และเมื่อเขาอายุ ๗๘ ปี เคยได้รับเชิญจากรัฐบาลญี่ปุ่นเข้าไปแก้ไขปัญหาให้บริษัท JAL ที่ขาดทุนมหาศาล จนกลับมีกำไรขึ้นมาอีก ภายในเวลาเพียง ๓ ปีเท่านั้น

ลองไปอ่านนี่ดู

http://www.bangkokbiznews.com/home/details/business/ceo-blogs/worapat/20130308/493917/JAL….-ภาคสอง.html

หรือไปค้นวิกิพีเดียดู

http://en.wikipedia.org/wiki/Kazuo_Inamori

หวังว่าผู้อ่านที่คิดอยากเริ่มเป็นผู้ประกอบการใหม่ (entrepreneurs) คงได้ประโยชน์จากสรุปย่อนี้ครับ แต่ผมก็สังหรณ์ในว่า พวกนักศึกษา MBA ก็คงได้ประโยชน์เหมือนกัน :-)

 

สรุปย่อจากหนังสือ

Kazuo Inamori 's A passion for success

คาซึโอะ อินาโมริ เขียนเรื่อง แรงปราถนาสู่ความสำเร็จ

 

เราจำเป็นต้องมีหลักปรัชญาประจำใจ 

อินาโมริ พูดว่า "บริษัทของเราตั้งอยู่ก็เพื่อให้โอกาสแก่พนักงานลูกจ้างของเรา พัฒนาเติบโตขึ้นทั้งในเรื่องเชิงวัตถุและสติปัญญา และด้วยความเพียรพยายามร่วมกันของพวกเรา เอื้อสู่ความก้าวหน้าของทั้งสังคมและมนุษยชาติ"

หลักการบริหารของเขาคือ PASSION

P = Profit ผลกำไร วิธีที่จะขายให้ได้มากที่สุด ตัดค่าใช้จ่ายในการผลิต

A = Ambition, aim high targets ความทะเยอทะยาน มุ่งเป้าหมายสูง

S = Sincerity, consider win-win situations, esp. with partners ความจริงใจ พยายามให้มีสถานการณ์ชนะทั้งสองด้าน โดยเฉพาะกับบริษัทอื่นที่เป็นเพื่อนในทางธุรกิจ

S = Strength, have brevity, don't be afraid ความแข็งแกร่ง มีความกล้าหาญไม่กลัว

I = Innovation, and continuous improvements นวัตกรรม และการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

O = Optimism, have positive and joyful emotion มองโลกในแง่ดี มีอาเวคในเชิงบวกและมีความรื่นเริง

N = Never give up, work harder than others ไม่ยอมแพ้ ทำงานหนักมากกว่าคนอื่นๆ ทำงานอย่างหนักในแต่ละวัน ก้าวไปทีละหนึ่งขั้น

สมการที่สำคัญคือ

 

result = ability (gift) x attempts (efforts) x attitude

ผลลัพท์ของงาน มาจาก ความสามารถ x ความพยายาม x ทัศนคติ

จำเป็นต้องมีการตัดสินใจอย่างกล้าหาญและ มีความแม่นยำในการลงมือทำ

แรงบันดาลใจ เลือกเป้าหมายที่เป็นไปไม่ได้ในวันนี้ แต่เป็นไปได้ในอนาคต กำหนดวันเสร็จ กำหนดวิธีการพัฒนาเพื่อนำไปสู่เป้าหมายนั้น

การควบคุมกิเลส การเพิ่มสติปัญญา การเพิ่มความสามารถ ทักษะ

สร้างคุณลักษณะ บุคคลิก มีชีวิตชีวา กระตือรือร้น มีพลัง คล่องแคล่ว มีตาแหลมคม มองเห็นโอกาสช่องทางธุรกิจ มีความอ่อนตัว flexible ปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป

เพิ่มความสามารถทางจิต

พัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ ทุกคนสามารถทำได้ เพราะคนส่วนมากไม่ได้มีความเป็นผู้นำมาตั้งแต่เกิด

ต้องกัดไม่ปล่อยจึงจะสำเร็จ

จำไว้ว่า โครงการใหม่ๆ เริ่มจากไม่มีอะไรมาก่อน ต้องมีแผนชัดเจน ว่าจะประสบความสำเร็จได้อย่างไร

ต้องรักงานที่เราทำ ต้องมีความสุขที่ได้ทำงาน และมีความสุขมากยิ่งขึ้นๆ

จงมุ่งโฟกัสกับประเด็นหลักตรงหน้าเพียงประเด็นเดียวก่อน

เพิ่มสุขภาพจิตที่ดี มองเชิงบวก ใจสบาย

ต้องมีสุขภาพกายแข็งแรง ตระหนักในความรับผิดชอบของเราต่อมนุษยชาติ

อ่านหนังสือหาความรู้อยู่เสมอ เมื่อมีเวลา อาจจะอ่านบนเตียงก่อนนอนก็ได้ และอ่านทุกสุดสัปดาห์

แชร์ความกระตือรือร้นของคุณให้เพื่อนร่วมงานและลูกน้องรับรู้ และไปมีผลต่อจิตใจพวกเขาให้กระตือรือร้นตาม

ไม่ต้องมีแผนระยะไกล เน้นแผนปีนี้ก็พอ และจงทำให้ดีที่สุดในวันนี้ พรุ่งนี้จะดีขึ้นเอง

คุณเชี่ยวชาญเพียงเรื่องเดียวก็พอ และก็อาจเข้าถึงความเชี่ยวชาญจากอื่นๆ ได้ด้วย

เตือนตัวเองว่า "ผมจะไม่เริ่มทำโครงการอะไรก็ตามที่ไม่มีคุณค่า ดังนั้น เมื่อผมเริ่มทำโครงการแล้ว ก็จะไม่เลิกล้มความตั้งใจความพยายามง่ายๆ แม้จะเผชิญอุปสรรคนานา"

 

ทัศนคติ ของ อินาโมริ

อย่ายอมสิ้นหวัง จงพยายามหาทางกระตุ้น ให้กำลังใจตัวเองทุกวัน

ถามตัวเองว่า อะไรคือสิ่งที่ถูกต้องที่ฉันควรทำ อะไรคือสิ่งที่ทำได้เลอเลิศโดยสมบูณ์แบบในอุดมคติ

จงอย่าหาทางออกง่ายๆ เกินไป เพื่อเพียงให้พ้นๆ ไป (แบบขี้เกียจ)

เราต้องทำให้คนอื่นๆ เชื่อถือไว้วางใจได้เสมอเสียก่อน แล้วคนอื่นๆ จึงจะเป็นคนที่เราไว้วางใจได้ด้วย

พยายามมองที่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ

ต้องมีสมาธิ ใส่ใจในเรื่องที่ทำ ต้องเข้าสมาธิประจำ

ต้องมีเหตุผล มีหลักการ มีปัญญา มีคุณธรรม

อย่าทำตามวิธีปฏิบัติตามความเคยชินเดิมๆ

 

 

เรื่องของกำไร

พยายามเน้นขายให้ได้มาก ทุกวัน ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

มี passion / PASSION กับมัน ๒๔ ชั่วโมงต่อวัน นี่คือกุญแจสำคัญ จะไปมีผลต่อจิตใต้สำนึกของเรา

องค์กรแบบ อมีบา Amoeba-organization คือมี profit centers เล็กๆ และต้องประเมินค่า ประสิทธิภาพต่อคนต่อชั่วโมง สำหรับแต่ละศูนย์ แต่ละศูนย์ต้องตั้งเป้าผลกำไรไว้สูง (aim high)

ทัศนคติ Attitude

ฉันจะทำสิ่งนี้ไม่ใช่เพราะฉันตกงาน แต่เพราะฉันหวังไว้สูง

มีความจริงใจ

ทำรายการของปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่คาดว่าจะมี เอาไว้ล่วงหน้า

จงคิดเพื่อเรื่องนวัตกรรมอยู่เสมอๆ Always think of innovations.

ทำตามแผนที่ฉันวางไว้โดยละเอียดเป็นอย่างดี ทั้ง แผนรายวัน แผนรายเดือน

จงรู้สึกดีกับธุรกิจของคุณ

อย่าถอดใจ อย่าเลิกทำจนกว่าคุณจะชนะ

 

 

พันธกิจ mission คือคิดถึง ลูกน้อง ลูกจ้างของเรา เป็นอันดับแรก ไม่ใช่ เทคโนโลยี จากนั้นก็ค่อยไปพัฒนา เทคโนโลยีเพื่อสังคม และ เทคโนโลยีเพื่อมนุษยชาติ

ผลกำไรที่ยุติธรรมเป็นเรื่องสำคัญแต่"ไม่ใช่"สำคัญสูงสุด

คุณธรรม เป็นเรื่องสำคัญ

บริษัทเป็นบริษัทที่ไม่เน้นวัตถุนิยม เช่นเดียวกับ ชลัมเบอร์แจร์

เน้นที่แกนหลักของธุรกิจเรา ไม่หวังทำเงินรวดเร็วทางอื่นนอกเป้า (เช่น ไปเก็งกำไรในอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ อาจสูญเสียจนหมดได้)

ทำผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด ทำให้ลูกค้ามีความสุข

ราคายุติธรรม ซึ่งลูกค้าเต็มใจจะจ่าย

price = cost + expenses + profit

ถ้าลดต้นทุน และค่าใช้จ่าย ก็เพิ่มกำไรได้ (โดยตั้งราคาคงที่ ที่ลูกค้าพอใจ)

ต้องติดตามยอดขายรายวัน และ ดู cash flow รายวันให้ดี

มีทัศนะเชิงบวกกับภาษี(ของรัฐและท้องถิ่น) อย่าเลี่ยงภาษี เวลาคิดตัวเลขให้คิดเป้ากำไรหลังหักภาษีแล้ว (after-tax profit)

จงปล้ำกลางสังเวียน หมายถึงอย่าเลี่ยงการทำงานที่ท้าทาย ทำงานตรงจุดกลางที่ท้าทาย และต้องมีเงินสำรองไว้ลงทุนมากพอ

เมื่อทำ IPO (เอาบริษัทเข้าตลาดหุ้นครั้งแรก) ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ที่จะเข้าบริษัทเป็นหลัก (และรวมถึงประโยชน์ของพนักงานในระยะยาว) ไม่ใช่ผลประโยชน์ระยะสั้นแก่ผู้ก่อตั้ง

 

 

นโยบายราคาสินค้า ผู้บริหารบนสุดของบริษัทเป็นผู้กำหนดเท่านั้น เพื่อว่าจะได้ไม่ผิดพลาด

มุ่ง ประสิทธิภาพต่อพนักงานต่อชั่วโมง H/E (hourly efficiency)

$ / employee / hour

 

ถ้าจะมีคน ๓ แบบ คือ

i) aim-high & can reach the target

ii) aim-high, never reach the target

iii) never aim anything

ก็จะได้ผลงานแตกต่างกัน

 

 

จงเป็นนักฝัน ฝันไปไกล ซึ่งไม่มีขอบเขต

การพัฒนาบริษัทต้องทำในความคิดฝันก่อน เป็นแบบจำลอง เมื่อทำทุกวัน มันก็กลายเป็น ความหวนหา passion

ความฝัน เมื่อทำบ่อยๆ ภาพก็จะเริ่มชัดเจนขึ้น เมื่อปรับปรุงไปเรื่อยๆ จะกลายมาเป็น วิสัยทัศน์

                     clarity ^

dreams -> -> -> -> -> >>>>> vision observing, improving

 

ธุรกิจต้องมีเงินสำรองเพียงพอ ถ้ายังไม่มี ก็ต้องมีความมั่นใจว่าคุณจะหาได้

ถามเสมอว่า กระบวนการทำธุรกิจของเรานี้ถูกจริยธรรมหรือไม่

จงใช้พรสวรรค์ของเรา ให้หมั่นยกระดับวัตถุประสงค์ของเรา เช่น พยายามให้เป็นอันดับ ๑ ในอุตสาหกรรมของเรา

บางอย่างอาจจะมองเห็นได้ง่าย แต่บางอย่างมองเห็นไม่ได้ง่าย

ที่มองเห็นไม่ง่าย เช่น วัฒนธรรมองค์กร หลักปรัชญา มโนคติของคนในระดับบริหาร นโนคติของคนในระดับพนักงาน

จงพยายามให้แน่ใจว่าเพื่อนร่วมงานคุณมีความสุขดีอยู่ และได้ผลประโยชน์ด้วย

อักษรคันจิญี่ปุ่น คำว่า กำไร หรือ โมเขะ มาจากสองคำ คือ ชินจิรุ แปลว่า ความไว้ใจ และ โมโนะ คือ บุคคล

ต้องทำให้ลูกค้านับถือเรา แต่ก่อนเขาจะนับถือเรา ก็ต้องไว้ใจเราก่อน

ปรับทิศทางพนักงาน ให้เห็นพ้องในคุณค่าทั่วไป และ หลักปรัชญาพื้นฐานขององค์กร

ผู้บริหารต้องมีตัวชี้วัดที่แน่นอน (benchmarking) ไม่ใช้ความรู้สึกคร่าวๆ ที่อาจหลอกได้

ผู้นำต้องมีความถ่อมตน และมีบุคคลิกภาพที่สมดุลย์ (balanced personality) ต้องประเมิน มอบหมาย และ ติดตามผล เอื้ออาทรต่อพนักงาน ลดช่องว่างระหว่างวัย (ผู้บริหารระดับสูง)กับพนักงาน ต้องจริงใจกับลูกค้า ทำให้ลูกค้าไว้ใจ และกลายเป็นนับถือ เข้ามาขอคำปรึกษา จริงใจ > วางใจ > นับถือ

กล้าหาญที่จะทำสิ่งที่ถูกต้อง ผู้บริหารต้องเสียสละเวลาส่วนตัว และ เสียสละผลประโยชน์ส่วนตัว

จงเป็นตัวอย่างทางด้านศีลธรรม จงทำตามคำที่เราสอนคนอื่นไว้ พูดออกมาก็ให้ตรงกับสิ่งที่เราทำ

ความท้าทาย (ความยาก อุปสรรค) ถ้าไม่เตรียมตั้งรับไว้ ก็เท่ากับโง่

เตรียมใจ > คิดล่วงหน้า > ท้าทายตัวเอง > สร้างนวัตกรรม > การจัดการ

  

ภาษิตชาวเรือ "สำหรับชาวเรือนั้น มีเพียงแผ่นกระดานแผ่นเดียวเท่านั้นคั่นอยู่ระหว่างความเป็นกับความตาย"

เราต้องการจิตวิญญาณของความคิดยามวิกฤต ต้องไม่ต้องการปล่อยตัวสบายเกินไป

คนบางคนถึงกับต้องเสียสละชีวิตทั้งชีวิตเพื่อให้ได้ความสำเร็จ

นวัตกรรม คือ ความปราถนา เพื่อมองหาอะไรใหม่ๆ

นวัตกรรมเป็นเป็นกระบวนการ นวัตกรรมต้องอาศัยตระหนักรู้ 

นวัตกรรมต้องมีอยู่ในผู้นำองค์กร การพัฒนาทางเทคโนโลยี เป็นการพัฒนาทุกวันอย่างต่อเนื่อง เป็นความเพียรกระทำสม่ำเสมอ 

ทุกคนในองค์กรต้องเกี่ยวข้อง

จงฝังใจให้มี ความคิดริเริ่ม เข้าไปในตัวเรา จนตลอดชีวิต

อย่าหยุดมีความคิดริเริ่ม เมื่อใดมีปัญหายุ่งยาก ต้องค่อยๆ มองไปที่สาเหตุดั้งเดิม (โยนิโสมนสิการ) และค่อยๆ ทำให้ปัญหาเห็นชัดขึ้น และง่าย

จงท้าทายตัวคุณเองด้วยงานใหม่ๆ 

ให้มองสถานการณ์จากมิติใหม่ๆ แบบวิปัสสนา (แยกตัวออกมาเหนือปัญหา) จะได้มองชัด

นักนวัตกรรม ต้องพร้อมยินดีเผชิญปัญหา ด้วยความเคารพ และ ศรัทธา 

นักปีนเขาสูงต้องมีแคมป์ฐานด้านล่างเพื่อพัก เมื่อใดที่อากาศเปลี่ยน ปีนขึ้นต่อไปไม่ได้ การทำงานก็ต้องมีกฎเกณฑ์ และ สัจจธรรมเป็นที่พักด้านล่าง

คนหัวรั้น จะไม่ยอมพึ่งคนอื่นในการกระทำ เขามีจิตวิญญาณความเป็นอิสระ ต่อต้านจารีตนิยมเดิมๆ

แรงงานญี่ปุ่น มีรากฐานจากประเพณียึดมั่นในคุณธรรมแห่งความพากเพียร

นวัตกรรมเป็นสิ่งจำเป็น แม้ว่าจะเป็นบริษัทใหม่ ขนาดเล็ก เงินน้อย

จงทำงานวันนี้ให้ดีกว่าเมื่อวาน และทำพรุ่งนี้ให้ดีกว่าวันนี้ ตลอด ๓๖๕ วันทั้งปี นี่คือ ไคเซ็น

ผู้นำที่มีการเพ่งความคิดอย่างสูง ต้องมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน

ต้องมีการระดมสมองบ่อยๆ เบิกบาน ร่าเริง คิดบวก กระตือรือร้น แน่วแน่ พยายาม กำลังใจที่จะเสี่ยงบ่อยๆ นับไม่ถ้วน ไม่ปล่อยให้มองอะไรในแบบลบ เตือนตนทุกวันว่า การบริหารรายวันอย่างมีความสุข จะนำไปสู่ความสำเร็จ

อย่าเริ่มโครงการใดๆ จนกว่าจะมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน

จงมีความใส่ใจกับงาน ทั้งกลางวันและกลางคืน คิดในความเป็นไปได้ต่างๆ และปัญหาที่อาจเกิด จนเห็นวิสัยทัศน์ชัดเจน

จงมีความสุขกับความฝันของเรา

อย่าหลงทางไปกับเป้าหมายที่เพ้อฝัน

อย่าขาดความรอบคอบ

อย่าลงโทษพนักงาน เมื่อเขาทำงานซึ่งท้าทาย(ยาก) ด้วยความกระตือรือร้นแล้วล้มเหลว

การผลิตผลิตภัณฑ์ของบริษัทต้องเป็นเสมือนการทำงานศิลป์ คนงานต้องผลิตด้วยความนิ่มนวล เหมือนกับ นักกอล์ฟที่ตีลูกด้วยวงสวิงที่เรียบแต่สมบูรณ์แบบ

กำจัดความเชื่อน่าเบื่อ ธรรมดาๆ ไม่น่าสนใจ ออกไป

คิดเชิงบวก (think positive) โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามหน้าสิ่วหน้าขวาน

ความสำเร็จไม่มีวันหมด ความล้มเหลวก็ไม่เคยเป็นครั้งสุดท้ายเสียที  Robert H Schuler

จงใช้ 'คอมปะ' (Compa, companion fun time) หรือการพบปะพูดคุยระหว่างอาหารและเครื่องดื่มกับพนักงาน เป็นประจำ

แผนการต่างๆ ต้องเริ่มจากผู้รับผิดชอบเสนอไปให้ บอร์ดอนุมัติ แล้ว ผู้รับผิดชอบก็ดำเนินไปได้เต็มที่

จงคุยโว แต่ต้องทำให้ได้ตามนั้นให้ได้

จงอย่ายอมแพ้ ต้องทำงานให้หนักกว่าคนอื่นๆ

จงทำงานโดยไม่หยุด ด้วยพลัง (กระตือรือร้น)

จงอย่าหยุดการก้าวเดินรายวันของฉันไปสู่เป้าหมายที่พึงประสงค์

จงจำไว้ว่า ความสำเร็จเป็นการสะสมของงานเล็กๆ น้อยๆ

การทุ่มเททำงานหนัก เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมและครอบครัว

คุณจะไม่แพ้เด็ดขาด หากคุณไม่เลิกความพยายาม

จงเพิ่มพูน passion ขึ้นเสมอๆ

จงคิดติดตาม(ไว้ในใจ)ถึงความเป็นไปได้ในทุกๆ แบบ

จงเป็นเจ้านายที่เคร่งครัด และคาดหวังสูงจากลูกน้อง

ไม่มีแผนการถ่ายทอดอำนาจบริหารไปให้ทายาท(ของเจ้าของกิจการ) พนักงานที่มีความสามารถย่อมสบายใจที่จะไต่ให้ถึงจุดสูงสุดได้

ถ้าไม่มีการบริหารจัดการ หรือหากจัดการผิดๆ จะนำไปสู่ความล้มเหลว

พยายามทำให้ชิ้นงานของเราสมบูรณ์ 100% เพราะสะพานที่มีโอกาสพังเพียงแค่ 1% ก็อาจทำให้คนตายได้หากว่ามีภัยพิบัติ

อย่าเดินทางกลางทะเลโดยไม่มีแสง(นำ) ไม่รู้ทิศทาง ไม่มีกระโจมไฟ ถ้าไม่มีก็ต้องสร้างสิ่งเหล่านั้นขึ้นมาเอง

จงเทียบประสิทธิภาพของตัวเอง จง benchmark กับตัวเอง

จงเป็นผู้นำที่ไม่เห็นแก่ตัว

หมั่นถามคำถามเหล่านี้กับองค์กร องค์กรไม่ได้สักแต่ว่ามีอยู่เพื่อมีอยู่ แต่ว่าเพื่อทำธุรกิจ 

อะไรคือสิ่งสำคัญที่สุด 

อะไรคือสิ่งที่มีเหตุผล 

อะไรคือสิ่งมีคุณค่า 

อะไรคือสิ่งจำเป็น 

แต่ละคนต้องทำเพื่อส่วนรวม ต้องไม่เห็นแก่ตัว

จะต้องมีความพยายามที่ไม่มีใครทำให้ท้อถอยได้ เพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จ

องค์กร ต้องอยู่เหนือลัทธิวัตถุนิยม ให้ความสัมพันธ์ทางจิตใจ

จบสรุปย่อ ---

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Buddhism and Philosophy



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณมากๆ ค่ะ .......ชอบปรัชญาชาวเรื่อค่ะ ..........ไม้กระดานแผ่นเดียวที่คั่นระหว่างความเป็นและความตาย...ปล่อยตัวสบายๆ