การแก้ปัญหาแบบคนตะวันตกต่อโลกที่เขาไม่คุ้นเคย
David ใช้เวลา 3 เดือนในอเมซอน แต่เขาก็เดินทางไปรอบๆ ไปเยี่ยมแม่ของเขาประมาณ 4 ครั้ง Yarima ไม่เข้าใจว่าทำไมลูกถึงได้ไปและก็มา David พยายามจะไม่อธิบายให้แม่ฟังว่า เขากำลังอยู่ในกระบวนการสร้างองค์การแบบไม่มีผลกำไร และกำลังทำงานวิจัยในพื้นที่
เขารู้ว่าเมื่อเขาออกจากไปในครั้งสุดท้ายแล้ว ก็จะเป็นสิ่งที่ยาก “เมื่อคุณผูกกระจุกซึ่งแขวนเปลของคุณไว้ -ในสายตาของพวกเขาจะเห็นว่าการที่คุณจากไปเป็นท่าทางเชิงสัญลักษณ์อันยิ่งใหญ่จริงๆ และเมื่อฉันผูกกระจุกไว้ ย่อมมีแต่น้ำตาเต็มไปหมด สิ่งนี้จะบีบคั้นฉันอย่างยิ่ง”
Yarima รู้สึกตกตะลึง เพราะเธอคิดว่าฉันจะอยู่ที่นี่ตลอดไป David กล่าวว่า “ฉันบอกกับหล่อนว่า ฉันจะกลับมา แต่โชคร้าย ก็เป็นเกือบสองปี นานกว่าที่เคยคิดไว้”
เขาจะต้องการให้องค์กรที่มีชื่อว่า โครงการที่ดี (The Good Project) ในการช่วยเหลือคนพื้นเมืองในการหาทางเข้าไปสู่ระบบเศรษฐกิจแบบตลาด เป็นกระบวนการที่เขาเห็นว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เขากล่าวอีกว่าดูผู้คนที่ไปอาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่ถูกทำให้เป็นตะวันตก ใกล้กับพวกสอนศาสนานั้นสิ มีการต่อต้านหรือต่อสู้กับอัตลักษณ์ของตนเอง เช่นเดียวกับเขาที่เข้าไปในป่า
ทุกวันนี้ มีพวก Yanomami บางคนที่มีลักษณะคล้ายชาวเวเนซูเอลานเข้าไปทุกที แต่นั่นเป็นเพราะว่าพวกเขาเรียนรู้ภาษาสเปน และสวมเสื้อผ้าแบบสเปน และพวกเขาไม่เหมือนพวก Yanomami แต่อย่างใด”
แล้วฉันเป็นใคร ฉันเป็นคน Yanomami ใช่หรือไม่ หรือฉันเป็นคนเพียงคนขาว พวก Yanomami เห็นฉันเป็นเพียงคนขาว และพวกคนขาวมองฉันเป็นพวก Yanomami แต่ว่าฉันเป็นเหมือนเขาทั้งสอง”
“บุคคลที่ฉันพบทุกวันนี้เป็นคนที่แตกต่างจากบุคคลที่ฉันเคยพบมาก่อนเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ตอนนี้ฉันมีความภาคภูมิใจที่เป็น Yanomami และอเมริกัน ฉันมีความสุขที่ได้อยู่กับรากเหง้า ฉันรักแม่ของฉัน และฉันตั้งหน้าตั้งตาคอยที่จะอยู่ร่วมกับหล่อนอีกครั้ง และศึกษาวิถีแบบ Yanomami
“ฉันต้องการที่จะสร้างสรรค์สะพานข้ามมิตรภาพระหว่างพวก Yanomami และโลกของสหรัฐอเมริกา และฉันต้องการที่จะนำมุมองของคนที่สมาชิกในครอบครัว
“ฉันไม่ได้เป็นนักมานุษยวิทยา ไม่เป็นทั้งตำรวจหรือหมอสอนศาสนา แต่ฉันเป็นพี่ชาย และลูกชายเท่านั้น”
หนังสืออ้างอิง
William Kremer. Return to the rainforest: A son's search for his Amazonian mother.
http://www.bbc.co.uk/news/magazine-23758087