ปุจฉาวิสัชณาข้อ 3 เท่าที่จำได้

จากที่ติดค้างไว้คราวก่อนครับ

คำถามข้อสาม

คนเราตายแล้วไปไหน/ ผีมีจริงหรือไม่

คำถามข้อนี้ตอบยาวมากครับข้อติดไว้ก่อนนะครับ


คำตอบข้อนี้ยังพิมพ์ไม่เสร็จก็สูญไปกับ Thumbdrive แล้วครับ ผมขอบันทึกเท่าที่จำได้แล้วกันนะ

อันแรก พระมหาวุฒิชัย ท่านกล่าวว่าคนเราถ้ายังไม่นิพพานจะเวียนว่ายตายเกิดอยู่นั่นแหละ แต่จะเกิดภพใดก็แล้วแต่กรรม ซึ่งท่านแบ่งง่ายๆ เป็น 2 แบบ คือ

ภพที่ดี ได้แก่ มนุษย์, เทวดา, พรหมณ์

ภพที่ไม่ดี ได้แก่ เดรัจฉาน, ผีเปรต, อสูรกาย

ซึ่งเราจะเห็นตาเปล่าแค่ 2 พวก คือ เดรัจฉานและมนุษย์เท่านั้น ส่วนภพอื่นเรามองไม่เห็น

มันก็เกิดปัญหาต่อมาว่า

  • เมื่อมองไม่เห็นแล้วทำไมรู้ว่ามี
  • เมื่อมองไม่เห็นแล้วเราก็เกิดความกลัวๆ ว่าอีกฝ่ายจะมาทำอะไรราเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เราควรทำยังไงดี

ท่านก็ตอบว่า ถ้าให้ท่านพิสูจน์ตามหลักวิทยาศาสตร์ท่านทำไม่ได้ เพราะวิทยาศาสตร์ยังล้าหลังอยู่ (ประมาณนี้ครับ แต่ท่านไม่ได้พูดแนวดูถูกนะครับ) ท่านเปรียบกับเชื้อโรคแบคทีเรียว่า ก่อนที่กล้องจุลทรรศน์จะสร้างสำเร็จได้ จะมีคนเชื่อไหมว่ามีเชื้อโรคอยู่รอบตัวเราเต็มไปหมด เรื่องผีก็เช่นกันหากยังหาอะไรมาตรวจวัดตัวผีไม่ได้ ก็คงไม่มีนักวิทยาศาสตร์คนไหนเชื่อเช่นกันว่ามีผีอยู่

แต่ทางพุทธเรามีวิธีวัดแบบพุทธแทน...จำไม่ได้แล้วครับขออภัยด้วย

ส่วนข้อหลัง ท่าตอบอย่างใจเย็น+ติดตลกว่า เมื่อก่อนท่านก็กลัวเหมือนกันผีนะ แต่ตอนนี้ท่านไม่กลัวแล้ว ตอนนี้ท่านรู้ว่าคนอยู่ในภพนั้นทรมาณมาก ไม่มีความสุขเลย ทำให้พวกเขาต้องมาขอส่วนบุญพวกเราอยู่นี่ไง ผมจำได้คร่าวๆ ว่า ท่านพูดถึงว่าทำไมผีจึงยึดติดอยู่ในภพนั้นๆ ทำไมผีจึงยังมีหลงวนเวยนอยู่ในโลกมนุษย์ แต่รายละเอียดผมจำไม่ได้แล้วครับ

<hr>

จากที่พิมพ์ยาวเป็นหน้าผมจำได้เท่านี้ละครับ

ข้อที่เหลืออีก 2 ข้อ คือ

4.    คนเราเกิดมาทำไม/ เป้าหมายของชีวิตของมนุษย์คืออะไร

5.    การนั่งทำสมาธิทำไมทำแล้วจึงทรมาณ (อันนี้คุณสัญญาสงสัยเอง) ทำแล้วมีประโยชน์อย่างไร 

ขอไปนั่งทบทวนอีกตลบครับ

</span></span><p></p>