ในวงการพระเครื่องของไทยนั้น ไม่มีความปรานีใดๆต่อผู้รู้น้อยกว่า

หลังจากสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ ของเพื่อนๆในเฟซบุค และในเวบ gotoknow ที่มาคุยเรื่อยๆ แต่ไม่ค่อยแสดงความคืบหน้าใน "การเรียน" ให้เห็น 

ส่วนใหญ่ก็แค่ "เตาะแตะ" หรือ "ย่ำอยู่ที่เดิม"

และมักจะ "เพ้อฝัน" คิดว่า แค่ดูๆ จำๆที่ผมบอกไว้ ก็นำไปใช้ได้เลย ไม่ต้องเรียนก็ได้ บอกเท่าไหร่ก็ยังหาคนเชื่อยาก

ระยะหลังๆ เห็นท่าไม่ค่อยดี ผมมักจะแนะนำให้เลิกไปเลย อย่ามาแถวนี้ อันตราย

ถ้ายังคิดจะมา ต้องเรียนเสียก่อน

เพราะในวงการพระเครื่องของไทยนั้น ไม่มีความปรานีใดๆต่อผู้รู้น้อยกว่า............

หลังจากพยายามสอนให้คนหาทางเอาตัวรอดให้ได้ มาระยะหนึ่ง

ผมค่อนข้างจะสงสัย และเชื่อว่า เพื่อนๆหลายท่าน คงจะยังไม่เข้าใจ "แก่น" ของ หลักสามเส้าที่ผมคิดออกมา ที่สามารถจะช่วยให้ ผู้ผ่านการเรียนแล้ว......

1. แยกเก๊แท้ ได้ทั้งการดูของจริง และ ดูรูป
2. หาหรือหยิบพระแท้ๆได้ในระดับความสามารถที่มีของตนเองได้

โดยหลัก "สามเส้า" นี้ มีหลักสำคัญคือ

ข้อที่ 1 ดูเป็น นั้น

ก. ต้องเข้าใจ "ศิลปะ" ตามหลัก 7 ข้อ ของการสร้างพระแต่ละแบบ
ข. ต้องทราบ หลักและวิธีการสร้าง มวลสาร ความแปรปรวน การพัฒนาการตามอายุ ที่ทำให้เกิดความหลากหลายของสิ่งที่ปรากฏในปัจจุบัน
ค. ต้องแยกแยะเนื้อแท้ ออกจากงานฝีมือของช่างหลากระดับ ตั้งแต่รายวัน จนถึงช่างรายองค์
ง. ต้องเน้นการดูความแท้ตามหลักการ มากกว่าแค่การผ่านใบรับรอง การประกวด หรือเพียงขายได้ หรือตรงกับในตำราเล่มใดๆ ไม่ว่าระดับไหนก็ตาม
จ. ต้องตระหนักว่า "พระแท้ดูง่ายนั้น" มักจะมีคนหยิบไปหมดแล้ว เหลืออย่างมากก็แบบ "แท้ไม่สวย" และ "แท้ดูยาก" เท่านั้น
ฉ. คำว่า"แท้ดูยาก"นั้น ครอบคลุมถึง แม้แต่คนขายพระ หรือคนซื้อพระทั่วไป (ที่ดูพระแบบไม่จับหลักการพื้นฐานข้างต้น) ก็ยังดูไม่ออกว่า "แท้"

ข้อที่ 2 เห็นทาง นั้น

ก. ต้องแยกแยะตลาดพระเก๊ และพระแท้ได้
ข. ต้องแยกแยะระดับความรู้ของเจ้าของพระได้ (บุคคล บ้าน แผง และร้านซื้อขายพระ)
ค. ต้องวิเคราะห์เส้นทางเดินของพระแท้ได้ ทั้งอดีตที่ผ่านมา และปัจจุบัน
ง. ต้องสามารถสร้างเครือข่ายเพื่อสนับสนุนระดับการ "เห็นทาง" ของตัวเองได้
จ. สามารถกำหนดเส้นทางการค้นหา และการดักจับ สิ่งตนเองสนใจได้
ฉ. สามารถกำหนดอำนาจและวิธีการต่อรอง ขอแบ่ง ได้

ข้อที่ 3 กำลังซื้อ นั้น

ก. ต้องประเมินกำลังซื้อของตนเอง และปรับระดับความรู้ ความสามารถของเราให้ตรงกับกำลังซื้อของตนเองได้
ข. ต้องใช้ความรู้ของระบบตลาด ในการต่อรอง

ทั้งหมด ต้องประกอบด้วย "ความเข้าใจ ตั้งใจ" ไม่มีอะไรยากเกินกว่าที่จะเรียนได้ หรือง่ายจนไม่ต้องเรียน

ผมจึงย้ำตลอดเวลาว่า "ต้องเรียน" จึงจะรอด

ที่สำคัญ อย่าเข้ามาในวงการนี้แบบโลภ หรือ หลง

ก็จะสามารถใช้หลัก "สามเส้า" ได้อย่างสมบูรณ์

ใครยังไม่เข้าใจ ลองย้อนไปอ่านใหม่อีกสักสิบรอบ 
ถ้ายังสงสัยให้โทรมาถามได้ จะตอบได้ชัดกว่านี้อีกครับ

อิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิ