เสริมสร้างจิตใจฝักใฝ่ไม่ใช้ความรุนแรงกันเถอะ

  ติดต่อ

  สังคมไทยของเราเป็นสังคมที่น่าเป็นห่วงเหลือเกิน เราไม่มีการปลูกฝังจิตสำนึกเด็กและเยาวชน รวมถึงผู้ใหญ่ที่ผ่านการศึกษาระดับอุดมศึกษากันมามากต่อมาก เราจึงไม่แปลกใจที่ตามหน้าหนังสือพิมพ์ของบ้านเราจึงเต็มไปด้วยความรุนแรง ตีกัน ฆ่ากัน ทำร้ายกันอย่างไร้เหตุผล เห็นชีวิตคนเป็นผักปลา ยิ่งสถานการณ์ภาตใต้ด้วยแล้วยิ่งสลดใจใหญ่ ล่าสุดแม้แต่เด็กอายุ 3 ขวบก็ยังไม่ละเว้น จิตใจคนเราทุกวันนี้ต่ำทรามลงแยะมากทีเดียว เรนาจะหาความสงบสุข ร่มเย็น สมานฉันท์ในสังคมไทยได้ที่ไหน ในเมื่อจิตใจคนมันรุ่มร้อนไม่สงบร่มเย็น ดูเหมือนจิตใจคนเราเต้นตมกระแสโลกาภิวัฒน์อย่างสุดโต่ง  
รูปธรรมของการเลี้ยงดูเด็กและเยาวชนของเรา ที่ด้านหนึ่งใช้ความรุนแรง คือเมื่อกระทำผิดก็ตี เป็นวิธีที่ง่ายเพราะทำให้เด็กหวาดกลัวและหยุดกระทำได้ทันทีทันใด แต่ผลที่ตามมาก็คือเด็กหยุดกระทำเพราะเพราะกลัวไม่ใช่เพราะเข้าใจ น้อยเหลือเกินที่จะเข้าใจว่าพ่อ แม่ ตีเพราะความรัก ความรุนแรงที่สั่งสมอยู่ในใจทำให้ต่อไปเขามีแนวโน้มที่จะแก้ไขปัญหาด้วยความรุนแรง ในด้านเลี้ยงดูที่ไม่ตี ต้องใช้ความอดทน ต้องให้คำอธิบาย ต้องสร้างเงื่อนไขการต่อรอง และที่สำคัญต้องใช้เหตุใช้ผลกับเขาเพื่อให้เขาพิจารณาว่าสิ่งที่เขาทำผิดหรือถูก วิธีนี้น่าสนใจ แต่ยากและต้องใช้เวลา และพ่อแม่ชาวไทยส่วนใหญ่ไม่ประสากับการมีเวลาให้เด็กแบบนี้ การลงโทษโดยไม่ใช้ความรุนแรงเป็นการสร้างสติยับยั้งชั่งใจให้เด็กและเยาวชน ผู้ที่ตัดสินใจเรื่องแบบวิธีนี้ต้องอาศัยความเชื่อมั่น ศรัทธา ในพลังสันติวิธีที่เดียว สมัยผมเรียนปี 1 ระดับอุดมศึกษา โชดดีที่ได้สมัครเข้าค่ายฝึกอบรมสันติวิธี เป็นเวลา 1 เดือน มันสวนกระแสและสร้างความแตกต่างในอุดมทัศน์ของผมจริงๆ ผมถูกเลี้ยงดูมาด้วยการตี และการลงโทษอย่างรุนแรงเมื่อกระทำผิด มาเข้าค่ายต้องสร้างความอดทน ต้องมีความเชื่อ และมีสติมากๆ พวกเรามักจะนำความรู้เหล่านี้มาใช้ในการชุมนุม เพราะเวทีการชุมนุม ประท้วง คือสนามอบรมบ่มเพาะเรา ยุทธวิธีต่างๆไม่ว่าจะเป็นการนิ่งเฉย ฟังแต่ไม่เชื่อ ดื้ออย่างไม่ไร้เหตุผล และพยายามอธิบายให้ฝ่ายตรงข้ามเข้าใจ การหาหนทางร่วมเจรจา ให้ความรู้และให้คนในที่ชุมนุมเข้าใจและศรัทธาในพลังสันติวิธีไม่ใช่เรื่องง่าย การพยายามสร้างเรีกร้องโต๊ะกลมเพื่อแก้ปัญหา หรือแม้แต่งัดเอากระบวนการ วิธีการสันติวิธีที่หลากหลายเข้ามาใช้ สันติวิธีจะชนะใจผู้คนก็ต่อเมื่อผู้คนเห็นเข้าใจเนื้อหาการเรียกร้อง กินกับปัญญาของเขาและที่สำคัญผลของมันเพื่อสิทธิ ผลประโยขน์ของสังคม ของผู้คนส่วนรวม เราต้องเชื่อว่าปัญหาความขัดแย้งไม่มีแค่ขาวกับดำ และต้องเชื่ออีกว่าการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งวิธีการ ประสบการณ์เก่าที่เคยใช้ได้ผลมันอาจไม่สามารถนำมาใช้ได้อีก ขอเรามาปลูกฝังสำนึกรักเหตุผล ตัดสินปัญหาด้วยเหตุผล แบบยับยั้งชั่งใจอย่าตัดสินใจแก้ปัญหาอะไรอย่างง่ายๆโดยไม่ไตร่ตรองอย่างรอบด้าน มีอุทาหรณ์มากมายที่เกิดขึ้นจาการแก้ไขปัญหาด้วยความรุนแรง โดยเฉพาะกรณีผู้บริสุทธ์ที่ยังถูกจับกุม คุมขังกรณีตากใบ 56 คน กรุณาปลดปล่อยเขาออกมาให้ได้รับอิสระภาพ อย่ากุมขังผู้บริสุทธ์ให้ไร้เสรีภาพ เสรีภาพเป็นของสูง คุณกักขังร่างกายของเขาได้แต่หัวใจที่โหยหาอิสระภาพเสรีภาพไม่มีทางกักขังได้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สมานฉันท์เพื่อสันติสุข

หมายเลขบันทึก: 56142, เขียน: , แก้ไข, 2012-02-11 16:11:25+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #สันติประชาธรรม

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (0)