ติดตามคอลัมนิสต์ คุณวิจักขณ์ พานิช มานาน จากข้อเขียนต่าง ๆของคุณวิจักขณ์สัมผัสได้ถึงความงดงามในจิตใจ ความเป็นชาวพุทธที่อิสระเสรี ก้าวข้ามอคติ รู้สึกชื่นชมและนับถือความกล้าหาญเชิงจริยธรรมของท่านผู้นี้เพิ่มขึ้นทุกวัน คุณวิจักขณ์พร้อมที่จะเตือนสติสังคมและเป็นปากเสียงให้กับความถูกต้อง
เช้าวันนี้ได้อ่านบทความดี ๆ อีกเรื่องหนึ่งของคุณวิจักขณ์ใน มติชนออนไลน์ 11 กุมภาพันธ์ 2557 ซึ่งอ้างจาก คอลัมน์ ธรรมนัว จากมติชนรายวัน จึงคัดลอกและเลือกข้อตวามบางตอนมาบันทึกไว้ในวันนี้
หลังจากปิดหีบเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ได้ไม่นาน .....เป็นอีกครั้งที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ถูกด่าทอกันอย่างสนุกปากด้วยคำว่า "อีโง่" ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วนายกรัฐมนตรีก็แค่หย่อนบัตรไปตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ยืนคุมหีบเลือกตั้ง....
ไม่รู้ว่าเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้สามารถถูกปลุกให้กลายเป็นประเด็นขึ้นมาได้อย่างไรนะครับ .....
สมมุติว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ หย่อนบัตรเลือกตั้งผิดกล่องจริงๆ ซึ่งก็เป็นไปได้ที่จะเกิดความผิดพลาดทำนองนี้ขึ้นกับผู้มาใช้สิทธิทุกคน ถามว่าแล้วความผิดพลาดนั้นเกิดขึ้นจาก "ความโง่" ของประชาชนหรือไม่? หากคนคนนั้นเป็นเรา แสดงว่าเราโง่และสมควรโดนประณามจากเพื่อนฝูงและคนรอบข้างหรือไม่?
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงอะไรบ้าง? ผมว่ามันก็เรื่องเดิมอีกแล้วล่ะครับ ไม่ว่าจะเป็นการเหยียดสูงต่ำทางสังคม การดูถูกความเป็นประชาชน การลดทอนคุณค่าและสำนึกประชาธิปไตย การเป็นคนดีที่ไม่เคารพสิทธิ ความเป็นอภิสิทธิ์ชนที่ไม่เคารพความเป็นมนุษย์ของคนอื่น
ดังนั้น ไอ้การจะมาด่าว่าโง่เพราะหย่อนบัตรเลือกตั้งผิดกล่อง หากจะสะท้อนอะไรอยู่บ้าง ผมว่ามันเป็นอะไรที่สะท้อนความตกต่ำทางจิตใจและสติปัญญาของคนด่ามากกว่า
เห็นแนวโน้มความรุนแรงของการหยิบจับประเด็นเล็กๆ ไม่มีสาระไปโจมตีตัวบุคคลกันอย่างเสียๆ หายๆ เพื่อให้ได้ความสะใจหมู่และปลุกปั่นความเกลียดชังกันแบบนี้ ก็อดสะท้อนใจไม่ได้ครับ .....
นับวันความบ้าคลั่งไร้สติจากการเชื่อมั่นในความดีสูงสุดในแบบของตน กำลังทำลายศีลธรรม ความดีงามพื้นฐาน ความกล้าหาญทางจริยธรรม และสำนึกที่มีต่อประโยชน์ส่วนรวมให้ตกต่ำลงไปเรื่อยๆ
"การเลือกข้างความถูกต้อง" ถูกนำมาใช้เป็นอารมณ์สำหรับการระดมมวลชนของกลุ่ม กปปส. ปลุกใจผู้ใฝ่ธรรมะจำนวนมากให้ออกมามีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนครับ ด้วยความเชื่อที่ว่ามวลมหาประชาชนกำลังทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อประเทศชาติ ธรรมะจะต้องเอาชนะอธรรม และกำจัดระบอบทักษิณให้หมดไปจากประเทศไทยในท้ายที่สุด
ทว่ามันก็น่าสงสัยจริงๆ ครับว่า ทำไมยิ่งชุมนุมไปนานวันเข้า "ธรรมะ" หรือ "ข้างความถูกต้อง" จึงได้เถื่อนถ่อยขึ้นเรื่อยๆ ทำไมประเด็นปราศรัยบนเวทีนับวันจึงยิ่งเหยียดเพศ เหยียดความเป็นมนุษย์ เต็มไปด้วยโทสวาท ผรุสวาท มุสาวาท อีกทั้งยังยกระดับยุทธวิธีการต่อสู้ไปในทางทุศีล สร้างเงื่อนไขไปสู่ความรุนแรง และละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่เห็นต่างทางการเมืองจากตนมากขึ้นไปทุกทีๆ
ในส่วนของแกนนำนี่พอเข้าใจได้นะครับหากอารมณ์การอยากเอาชนะทางการเมืองมันพาไป แต่ผมไม่เข้าใจจริงๆ ว่าแนวร่วมของการชุมนุมที่เป็นคนดี นักศีลธรรม ครูบาอาจารย์ ปัญญาชน ชาวพุทธผู้ปฏิบัติธรรมทั้งหลายทนเห็น ทนฟัง ความคิด คำพูด และการกระทำเช่นนี้มาได้อย่างไร ในตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
ทำไมจึงไม่มีใครในนั้นออกมาช่วยกันเตือนสติ ทักท้วง ห้ามปราม และพัฒนาขบวนการ กปปส.ไปในทิศทางที่สร้างสรรค์ขึ้น
ทำไมจึงยอมปล่อยให้ กปปส.พัฒนาไปสู่ขบวนการละเมิดสิทธิ สร้างความเกลียดชัง และสร้างเงื่อนไขไปสู่ความรุนแรงอย่างที่เป็นอยู่……
ทำไมยิ่งนับวัน "สติ" และ "ความรู้ตัว" ของขบวนการจึงยิ่งลดน้อยถอยลง แปรผกผันกับการเชื่อตามๆ กันของมวลมหาประชาชนอย่างไม่ตั้งคำถาม
ความดีเป็นก้อนๆ ที่ยึดถือกันเป็นสรณะ ไม่ว่าจะเป็นความดีของตัวบุคคล ความดีของมวลมหาประชาชน ความดีของธงชาติ หรือความดีในระบอบประชาธิปไตยสมบูรณ์ที่วาดฝันไว้ .....ทำให้คนดีมองไม่เห็น "เหตุปัจจัย" ทางการเมืองอีกด้วยครับ ความดีชั่วที่ถูกทำให้แข็งทื่อตายตัวนั้นถือเป็นอันตรายอย่างยิ่งครับ
ความรักเป็นก้อนๆ ก็เช่นเดียวกัน หากความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ คือส่วนหนึ่งของความเป็นพุทธ ก็ต้องบอกว่าชาวพุทธกำลังถูกทำให้มืดบอดด้วยก้อนแห่งความรักนั้นโดยไม่รู้ตัว
ความรักจนล้นเกินคือจุดเริ่มต้นของการถูกครอบงำโดยอคติ
เป็นชาวพุทธที่ไม่เป็นอิสระ
เป็นชาวพุทธที่ไม่ได้รับการปลดปล่อย
เป็นชาวพุทธที่ไม่อาจแยกแยะและใช้สติปัญญาวิเคราะห์และมีวิจารณญาณตามสถานการณ์และเหตุปัจจัยทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาได้
และที่สำคัญเป็นชาวพุทธที่พร้อมจะเพิกเฉยไม่รู้ไม่เห็น ยามที่มีความไม่ถูกต้องและความรุนแรงเกิดขึ้นในขบวนการต่อสู้ทางการเมืองที่ตนเข้าร่วม
ข้ามพ้นการยึดถือก้อนความดีหรือก้อนความรัก วันหนึ่งผมฝันอยากเห็นชาวพุทธที่มีสำนึกประชาธิปไตยและมีความกล้าหาญทางจริยธรรม ผู้ปฏิบัติธรรมที่เคารพสิทธิและความเป็นมนุษย์ของคนอื่น คนดีที่มีใจกว้าง เปิดรับความเห็นต่างทางการเมืองได้ แม้ความเห็นนั้นจะเกี่ยวข้องกับชาติ ศาสนา หรือพระมหากษัตริย์ที่เขายึดถือเป็นไตรสรณะก็ตาม
ประชาชนขั้วที่สาม เสรีชนที่ข้ามพ้นอคติทางการเมืองแบบฝักฝ่าย คนธรรมดาที่แม้จะเลือกข้างทางการเมือง แต่พร้อมจะเป็นปากเป็นเสียงให้แก่สถานการณ์ตามแต่เหตุปัจจัยเช่น
วันหนึ่งพวกเขา... พวกเขาอาจเชียร์แนวทางปฏิรูปและการตั้งสภาประชาชนของกลุ่ม กปปส. แต่ก็พร้อมจะออกมาปกป้องคุณยิ่งลักษณ์จากคำเหยียดเพศ เหยียดมนุษย์ทั้งหลาย และ...
ตอนนี้มองเห็น Id: Meeting Basic Needs มองเห็น Ego: Dealing with Reality แต่ยังไม่เห็น Superego: Adding Morals นะคะ...