ฝ่ามหาอุทกภัยมาและถึงเวลาต้องกลับไปรับใช้แผ่นดินที่เคยอยู่เดิม

จากมหาอุทกภัยในปี 2554 ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาผมได้นำพาทีมงานฟื้นฟูสำนักงานให้เข้าทำงานได้ ภายในไม่กี่วันก็มีอันต้องย้ายจากอยุธยาไปนนทบุรี ด้วยเหตุผลที่ให้ ผอ.กศน.กทม.ซึ่งป่วยทางด้านสมองและอัมพฤกษ์ มาอยู่อยุธยา ทั้งที่ผมเพิ่งย้ายมาอยู่อยุธยาเพียง 2 ปี ยังมีเรื่องที่ต้องทำต่อเนื่องซึ่งผมได้เสนอผลงานเชิงประจักษ์เพื่อประเมินวิทยฐานะเป็น ผอ.กศน.จังหวัดเชี่ยวชาญ ผมกำลังพัฒนางานเชิงก้าวหน้านำพาองค์กรไปอย่างดี โดยมีเข็มมุ่งว่า "กศน.พระนครศรีอยุธยาพัฒนาสู่องค์การแห่งการเรียนรู้" นำทีมงานและองค์กรสู่ความสำเร็จได้รับรางวัลดีเด่นในระดับต้นๆของประเทศ ในช่วงเวลาดังกล่าวผมอยู่ในช่วงการพัฒนาผลงานเชิงประจักษ์เพื่อรอคณะกรรมการที่ ก.ค.ศ. แต่งตั้งให้มาประเมิน แต่ก็ต้องไปตามวิถีราชการ ผมจึงต้องย้ายไปนนทบุรี ในวันที่ 30 พ.ย. 2554 ซึ่งช่วงนั้นมหาอุทกภัยสายน้ำยังท่วมหนักที่นนทบุรียังไม่สามารถเข้าที่ทำงาน กศน.จังหวัดนนทบุรีที่ตั้งอยู่ในอำเภอบางใหญ่ได้ จึงต้องไปอาศัยอยู่ที่ กศน.อำเภอปากเกร็ดเป็นที่ทำการชั่วคราว รักษาสภาพงานของหน่วยงานพร้อมกับการฟื้นฟูสำนักงานหลังน้ำลดอีก ประมาณ 2 เดือน จึงเข้าที่ทำงาน กศน.จังหวัดได้ ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูสำนักงานที่เสียหายยับเยินจนพลิกฟื้นมาดีกว่าเดิมที่เคยเป็นอยู่โดยไม่ได้รับงบประมาณช่วยเหลือน้ำท่วมจากรัฐบาลแต่ต้องไปช่วยฟื้นฟูหน่วยงานอื่นและช่วยเหลือประชาชน ในเวลา 10 เดือนแห่งการทำงานอย่างมุ่งมั่น ทำให้หน่วยงานเจริญก้าวหน้าโดยมีเข็มมุ่งว่า " กศน.นนทบุรี สู่วิถีองค์การแห่งการเรียนรู้" การตั้งหน้าตั้งตาทำงานให้ดีที่สุดไม่เคยหยุดลมหายใจแห่งงาน ในความรับผิดชอบของผู้บริหารชีวิตของการทำงานที่นนทบุรีนี้มีอันสิ้นสุดลงด้วยต้องย้าย. ไปดำรงตำแหน่งที่ กศน.สมุทรสาครและที่กศน.จังหวัดสมุทรสาคร จากการที่ผมสร้างสรรค์งานอย่างก้าวหน้า หนึ่งปีกว่าที่ทำงานงานด้วยการเพียรทำความดีทุกที่ๆไปอยู่ต้องดีกว่าวันวาน การมุ่งมั่นสานต่อประสบการณ์พัฒนางานอย่างต่อเนื่อง ผมจึงได้รับเลื่อนวิทยฐานะเป็น ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดเชี่ยวชาญ จากการประเมินผลงานเชิงประจักษ์มีผลย้อนหลังตั้งแต่เดือนกันยายน 2554 ภายในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2557 นี้ เป็นวันที่ผมจะต้องย้ายไปดำรงตำแหน่ง ผอ.สนง.กศน.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ถิ่นที่เคยย้ายออกมาเมื่อคราฝ่ามหาอุทกภัย กลับไปรับใช้แผ่นดินกรุงเก่าที่เคยอยู่มาอีกครั้ง แต่ยังคงระลึกถึงพี่น้องชาว กศน.สมุทรสาครที่ให้ความร่วมมือร่วมใจสานพลังจิ๋วแต่แจ๋วให้เห็นว่าสมุทรสาครนี้เมืองเล็กแต่คนใหญ่ ผมภูมิใจที่ได้มารับใช้แผ่นดินสมุทรสาครนี้ในช่วงเวลาหนึ่งซึ่งได้มีมิตรภาพและความผูกพัน ที่ผมนั้นต้องขอบคุณอย่างไม่รู้จบ วิถีราชการที่ต้องดำเนินต่อไป ผมจะตั้งใจทำราชการอย่างเต็มศักยภาพต่อไปด้วยแรงบันดาลใจที่ไม่มีวันหมดสิ้น บนผืนแผ่นดินนี้ผมพร้อมที่จะตอบแทนผู้มีพระคุณผู้ที่ให้การเกื้อหนุนด้วยไมตรี คุณค่านี้จะจารึกไว้ในใจและความทรงจำตลอดไป