เบื้องหลังพฤติกรรม

แม่เคยเล่าให้ผมฟังว่า เมื่อก่อน แม่ต้องเตรียมอาหารแล้วหาบคอนใส่บ่า เดินทางไปกับพ่อด้วยเท้าเปล่า จากในบางผรา (เขตติดกับตำบลท่ายาง) ไปหาดทรายรี สมัยนั้นยังไม่มีถนนแบบปัจจุบัน ทำให้ผมคิดว่า คนสมัยก่อนนั้นอดทนเหลือเกิน ถึงว่า แต่ละคนร่างกายแข็งแรงกันดีเหลือเกิน / สมัยผมเรียนหนังสือระดับประถม ผมไม่เคยเรียนหนังสือในชั้นเรียนก่อนประถม หากจะเรียนก็จะเป็นการเรียนรู้จากนอกชั้นเรียนและการเรียนรู้ผ่านตัวคน สิ่งที่ได้รับจะอยู่กับธรรมชาติ เช่น จะรู้ว่าดวงอาทิตย์อยู่ตรงไหนของศีรษะ จะตรงกับเวลาเท่าไร เป็นต้น เมื่อเข้าเรียนประถม ผมใส่รองเท้าแตะเดินสองเท้าไปกับเพื่อนๆในละแวกบ้านเดียวกัน จากบางผราเดินไปตามถนน ข้ามสะพานปากคลอง ผ่านตลาดนัดปากคลอง (ตอนนี้ไม่มีแล้ว) ผ่านสามแยกปากคลอง ที่รถเกิดอุบัติเหตุกันบ่อย ผ่านวัดท่ายางใต้ (น่าจะเป็นวัดคงคานาม) ถึงโรงเรียนวัดพิชัยยาราม เราเดินด้วยเท้า

ทุกวันนี้แต่ละคนต้องเร่งรีบไปทำงานโดยมีเวลาเป็นเงื่อนไขอย่างหนึ่ง เรายอมที่จะเอาเงินในอนาคต (มนุษย์เงินเดือนที่หาเงินไม่พอยาไส้) มาแลกกับเครื่องอำนวยความสะดวก ส่วนผู้ที่มีสินทรัพย์ตกทอดจากบรรพบุรุษและผู้ที่มีความสามารถสูงในการเข้าถึงสินทรัพย์และเครื่องมือในการเข้าถึงสินทรัพย์ เช่น ความรู้ อุปกรณ์อาชีพ เป็นต้น เขาจะไม่ลำบากกับเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ความประหยัด จะต้องผนวกคู่กับทุกคน เพราะถ้าไม่ประหยัด ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัดจะไม่เพียงพอกับจำนวนคนที่เพิ่มมากขึ้น ถ้าไม่ประหยัดสินทรัพย์ที่หาเองได้และเป็นมรดกตกทอดจะไม่เหลือถึงคนรุ่นถัดไป

เครื่องอำนวยความสะดวกอย่างหนึ่งคือ "พาหนะการเดินทาง" ส่วนตัว โดยที่เราไม่ต้องปวดหัวกับการต้องใช้บริการรถโดยสาร เช่น รถตู้บางคัน แต่พาหนะส่วนตัว ก็มาพร้อมกับค่าใช้จ่ายที่ตามมา เช่น ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา หลายคนบอกว่า เป็นความจำเป็นที่ต้องมี แม้จะต้องแลกกับสิ่งที่ต้องเสียไปก็ตาม อย่างน้อย การเดินทางไปทำงานก็สะดวกกว่า

ปัญหาของชุมชนเมืองและปริมณฑลคือ "รถมาก" "ถนนไม่เพียงพอ" "วินัยในการขับขี่" ฯลฯ การเดินทางออกจากซอยต้องใช้เวลามากกว่าปกติ เพราะแต่ละคนแต่ละคันต้องค่อยๆขับขี่ เมื่อถึงที่ทำงานก็พาลจะให้เหนื่อยกับรถติด มนุษย์ออฟฟิซ ไม่มีเวลาจะออกกำลังกาย หลังเลิกงานจึงต้องไปใช้บริการฟิตเนส แตกต่างจากคนบ้านนอกที่มีที่ดินผืนใหญ่ผืนน้อย เขาสามารถจะเดินออกไปไร่ไปนา ใช้กำลังที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ต่อสิ่งอื่นและตัวเองในเวลาเดียวกันได้

การกระทำ

การออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยาน เป็นวิธีหนึ่งอันเป็นที่นิยมของผู้ต้องการให้ร่างกายแข็งแรง นอกเหนือจากนั้นมีสิ่งที่ได้รับอื่นๆด้วย เช่น การปั่นไปดู/ศึกษาวิถีชุมชน ชมป่าชมเขา ฯลฯ วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ผมหันมาปั่นจักรยานไปทำงาน เหตุผลคือ ทำไมเราจะปั่นไปทำงานไม่ได้ ก็ในเมื่อคนสมัยก่อนเขาเดินเท้า / สมัยเด็กเราก็เดินไปโรงเรียน / ปั่นจักรยานเป็นการออกกำลังกาย / ปั่นจักรยานช่วยลดค่าใช้จ่ายลง เช่น ค่าโดยสาร ค่าน้ำมัน เป็นต้น / ปั่นจักรยานเป็นการลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ / ปั่นจักรยานช่วยย่นเวลาการเดินทางไปทำงาน (เฉพาะบางคน) เพราะสามารถซอกแซกไปได้เรื่อยโดยไม่ต้องรอคิวเหมือนกับรถใหญ่ (ซอกแซกในความหมายว่า ปั่นนอกเส้นขอบเขตรถใหญ่/ปีกของถนนราดยาง)

ผมพักอยู่ในเขตอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ห่างจากที่ทำงาน ๖ กิโลเมตร เส้นทางที่ออกมานั้น ในช่วงเช้า ๐๖.๐๐ - ๐๘.๓๐ น. จะมีรถโรงงาน รถโรงเรียน รถส่วนตัว ออกไปทำงานพร้อมๆ กัน บางวันรถติดยาวเป็นกิโลเมตรและมากกว่านั้น ผมเชื่อว่า หากใครเร่งรีบต้องเครียดไปตามๆกัน

ระหว่างการปั่นไปที่ทำงาน ผ่านตลาดให้จับจ่ายซื้อของ ผมมีเวลาแวะเข้าไปซื้ออาหารเพื่อเก็บไว้กินตอนเที่ยง การซื้ออาหารริมถนน ราคาถูกกว่าซื้อในสถาบันการศึกษา หลายคนอาจจะมองว่าเป็นความเสี่ยง คำตอบที่ผมคิดคือ "ไม่ว่าอะไรก็เสี่ยงทั้งนั้น" ชีวิตนี้อยู่กับความเสี่ยงกันทุกคน แม้แต่ผลผลิตของวิทยาศาสตร์ก็เป็นความเสี่ยงด้วยเหมือนกัน เมื่อมาถึงหน้าสถาบันการศึกษา ผมต้องหิ้วจักรยานขึ้นสะพานลอยข้ามถนนพหลโยธิน เช้าๆ รถบางตา แต่ช่วงบ่ายสี่โมงรถแน่นขนัด

ก่อนขึ้นสะพานลอยนั้น ยังไม่หายขาสั่น แต่ดีหน่อยที่จักรยานนี้เป็นจักรยานคันเล็ก เฟรมทำด้วยอลูมิเนียม จึงเบากว่าเหล็ก ผนวกกับผมเองไม่ใช่คนที่มีชีวิตด้วยการใช้กำลังกาย และเป็นคนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเหมือนกับคนที่รักการออกกำลังกาย หากเป็นจักรยานคันประวัติศาสตร์ ๕๐ กิโลเมตรต่อน้ำหนึ่งขวด คงเหนื่อยในการที่จะยกขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งผมเคยทำมาแล้วกับการปั่นจาก สถาบันการศึกษาไปม.มหาจุฬาฯ วังน้อย ค่อนข้างอันตรายกับการยกขึ้น-ยกลง ผมต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ผนวกกับต้องใช้แรงในการยกมากกว่าจักรยานคันเล็ก จักรยานแม่บ้านคันใหญ่นี้ ยังคงใช้ปั่นภายในสถาบันการศึกษาอยู่

จักรยานล้อเล็ก ปั่นยากกว่าจักรยานล้อใหญ่ เพราะจักรยานล้อเล็ก ความถี่ของความเร็วนั้นเยอะกว่า (ฟรี) ปั่นเหนื่อยแต่ไม่เมื่อยแรง (กรณีที่ใช้เกียร์ระยะเดียวกัน) จักรยานล้อใหญ่ ปั่นไม่เหนื่อย แต่ถ้าเป็นเกียร์สูง ผมต้องใช้แรงเยอะ สำหรับทางไกลนั้น จักรยานล้อใหญ่ดีกว่ากันเยอะ แต่ที่ผมต้องใช้จักรยานล้อเล็กเพราะความสะดวกในการขึ้นสะพานลอย

ผมรู้ว่าผมเป็นคนสุรุ่ยสุร่าย อยากได้อะไรก็แสวงหามาตามอยาก เช่น เมื่อเช้านี้ตั้งใจว่า เช้านี้จะกินกล้วย ที่เพื่อนนำมาให้ เป็นกล้วยปลูกเอง แต่เห็นเบอร์เกอร์หน้าสถาบันการศึกษา เคยชิมวันก่อนแล้วถูกลิ้นดี จึงไม่วายที่จะตามใจอยาก สุดท้ายก็เสียเงินซื้ออยู่ดี ทั้งที่ตั้งใจจะลดความอ้วนแล้ว การปั่นจักรยานเป็นการบังคับตัวเอง โดยเอาเหตุผลที่กล่าวมานั้นมาคอยเตือนตัวเอง

ระหว่างที่ผมปั่นจักรยานมานั้น ผมพบว่า เด็กๆ ตัวเล็กตัวน้อย ใส่ชุดนักเรียน จะแอบมองจักรยานที่ผมปั่นกันแบบเหลียวหลังเลยทีเดียว สิ่งที่ผมคิดคือ เด็กๆ ต้องการจักรยานมากกว่าจักรยานยนต์ แต่หากเป็นวัยรุ่นก็คงจะเปลี่ยนไป สิ่งที่ดีอีกอย่างหนึ่งคือ การปั่นจักรยานเป็นแบบอย่างที่น่าจะดี เมื่อวานก่อนปั่นจักรยานกลับบ้าน ผมเห็นคณบดีคณะวิทยาการจัดการ ปั่นจักรยานเหมือนกัน

ขอให้มีความสุขจากการเลือกใช้ชีวิตที่เหมาะสมกันทุกคนนะครับ ขอมอบดอกกุหลาบหลังบ้านให้ทุกคน เดิมทีนึกว่ามันจะตายไปแล้ว แต่ก็พยายามรดน้ำให้ สุดท้ายมันออกดอกให้เห็น เหมือนกับชีวิตของบางคนนั้น เราประมาทไม่ได้ วันนี้เขาอาจเหมือนจะตาย วันหน้าเขาอาจเป็นดอกไม้ของสังคมให้เราชื่นชมก็เป็นได้