รถแล่นไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงจุดมุ่งหมาย ผมนั่งร้องหมอลำโต้กันไปมากับท่านอาจารย์สมปองอย่างสนุกสนาน ทั้งลำกลอน ลำล่องยาว ลำเต้ย ลำผู้ไทฯลฯ หมอแคนผู้พร่างพรมเสียงดนตรีผสมก็สนุกสนานไปด้วยเช่นกัน บรรยากาศสองข้างทางยามเช้าช่างมีผลกระทบต่อจิตใจยิ่งนัก จนต้องเปลี่ยนกิจกรรมจากร้องหมอลำมาเป็นเล่าถึงภาพวิถีชีวิตในอดีต เรื่องราวเก่าๆที่บางครั้งเราอาจหลงลืมไปบ้าง ท่านอาจารย์สมปองสื่อออกมาได้อย่างเห็นภาพเด่นชัด 

 

      "สมัยแต่ก่อนนี้ หน้าหนาวแม่ใหญ่เฮา ตีสองตีสามตื่นแล้ว ลุกมาดังไฟฝิง ลางเทื่อกะปลุกหลานมานำนอนขดหล่องหง่อง กับตักแม่ใหญ่ฮอดแจ้ง ".....ครูครับซุมื้อนี้คือหนาวแปลกๆ...น้องตาม หมอแคนประจำวงถาม "ไผว่ามันแปลก นี่ล่ะบรรยากาศสมัยเก่าๆ หนาวจั่งซี้ล่ะ เริ่มมาเปลี่ยนแปลงห้าหกปีที่ผ่านมานี่เอง".....ผมนั่งฟังอาจารย์และน้องหมอแคนสนทนากันไปเรื่อยๆ บางครั้งก็ร่วมวงสนทนาไปด้วย คาดว่านั่งรถไปถึงที่หมายผมคงได้ทบทวนวิชา วรรณกรรมท้องถิ่น อีกครั้งหนึ่ง อย่างละเอียด

 

 

กองทัพต้องเดินด้วยท้อง 

รถแวะเข้าปั๊มเพื่อให้ทุกคนทำภารกิจส่วนตัวและหาอะไรทาน เหลือบมองด้านทิศตะวันออก แสงอาทิตย์เรื่อเหลือง ปะทะกับอากาศที่หนาวเย็นเริ่มคลายลงไป จากเช้าเริ่มสายเวลาช่างเร็วไวนัก หลากหลายชีวิตดำเนินไปตามจุดมุ่งหมายที่ถูกกำหนดด้วยภาระกิจส่วนตัวและส่วนรวม

สักครู่จึงเดินทางต่อ ณ เวลาและสถานที่นี้ คาดคะเนได้ว่าเราใกล้ถึงจุดมุ่งหมายแล้ว จากนั้นก็หาบทสนทนากันไปเรื่อยๆ ตามวิสัยทัศนาที่พบเจอ เก็บมาผูกเป็นเรื่องราวได้อย่างกลมกลืน

 

เวลา ๐๘.๐๐ น. เดินทางเข้าในตัวอำเภอเมืองสุรินทร์ ระหว่างทางเด็กๆหลายคนกำลังเดินทางมาเข้าค่าย โดยมีผู้ปกครองมาส่ง บางคนปั่นจักรยานมาเอง

ในที่สุดก็ถึงจุดมุ่งหมาย โรงเรียนเทศบาล ๑ (สุรินทร์วิทยาคาร) หน้าโรงเรียนมีป้ายขนาดใหญ่บอกชื่อโรงเรียนโดดเด่น พวกเราขนอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในการทำกิจกรรมลงจากรถ ความหนาวยังไม่ผ่อนคลาย เดินไปสวัสดีคุณครูและทักทายน้องๆนักเรียนที่มาเข้ารับการอบรม ระหว่างรอความพร้อมผมและเพื่อนๆออกไปหาของกินนอกโรงเรียน ถนนที่ลาดยาวผ่านหน้าโรงเรียน เต็มไปด้วยร้านค้า ตึกรามบ้านช่อง หนาแน่นพอควร เหลือบไปเห็นอาหารโปรด คือข้าวเหนียวหมูปิ้งซึ่งขณะนั้นแม่ค้ากำลังย่างด้วยความพิถีพิถัน ควันขโมงทั่วท้องถนน

 

..ไม้จั๊กบาทครับ..

"หมูไม้ละ 5 บาท ตับไก่ไม้ละ 10 บาท ค่ะ ข้าวเหนียว 5 บาท"

...น้าสาวคนทางใด๋น้อครับคือเว้าลาว....

"คนศรีสะเกษ มาหาอยู่หากินทางพี้ล่ะ พวกโตพากันมาหยัง มาแต่ทางใด๋ล่ะท้าว"

...ผมมาฮ่วมออกค่ายนำข้าเจ้าครับ อยู่โรงเรียนนี่ล่ะ  มาแต่เมืองบุรีรัมย์ครับ...

"ดีหลาย มาจักมื้อล่ะ"....มามื้อเดียวครับ...

 

ผมกับแม่ค้าคุยกันไปเรื่อยๆ ช่วยแม่ค้าย่างหมูไปบ้าง นี่ล่ะครับเสน่ห์คนอีสาน รู้จักหรือไม่รุ้จักกันมาก่อนคุยกันได้หมด อัธยาสัยดี อบอุ่นด้วยมิตรภาพและภาษาที่เป็นเอกลักษณ์แม้ว่าสำเนียงแต่ละท้องที่อาจจะไม่เหมือนกัน แต่สื่อสารออกมาด้วยความจริงใจ

 

จากร้านหมูปิ้ง ผมหันหลังเดินกลับตรงไปยังโรงเรียน เมื่อเด็กเริ่มมากันมากขึ้นแล้ว.....

เด็กน้อยชายหญิงแต่งตัวสุภาพเรียบร้อย ทาแป้งหน้าขาว หยอกล้อเล่นกันตามประสาเด็กมองเห็นภาพดังกล่าวนึกถึงสมัยตอนเรียนอยู่ประถม ขึ้นมา นึกขึ้นว่าชีวิตเราก้าวมาถึงวัยนี้ได้อย่างไรกัน ช้าหรือเร็วหนอ ต่อไปจะเป็นอย่างไรอีก....

 

เดินชมบริเวณโรงเรียนเล็กน้อยเพื่อรอพิธีเปิดโครงการต่อไป นั่งอาบแสงแดดคลายความหนาว ท่านอาจารย์ที่ปรึกษาทั้งสองพูดคุยเตรียมความพร้อมแบบเป็นกันเอง.. ส่วนเสื้อหนาของผม และผ้านวมของเพื่อนถูกทิ้งกองไว้ที่ท้ายรถ....