ปรัชญาการศึกษาลัทธิพิพัฒนาการนิยม (Progressive)

ปรัชญาการศึกษาลัทธิพิพัฒนาการนิยม (Progressive) :

จุดมุ่งหมาย

 

 

ลัทธิพิพัฒนาการนิยม(Progressive) ได้กล่าวถึง จุดมุ่งหมายของการศึกษาว่า   การศึกษาต้องเป็นการศึกษาที่เกิดจากการลงมือกระทำด้วยตัวของผู้เรียนจนสามารถเข้าใจได้ด้วยเอง หากการศึกษาไม่สามารถนำไปสู่การลงมือกระทำด้วยตัวของผู้เรียนเองได้ก็ไม่เป็นการศึกษาที่ช่วยให้เป็นการศึกษาที่เกิดประโยชน์การศึกษาจะเกิดประโยชน์ต่อเมื่อการศึกษาสามารถสร้างความเจริญงอกงามทั้งทางร่างกาย สติปัญญา และคุณธรรม ประสบการณ์ที่เลือกสรรมาจึงจำเป็นต้องส่งเสริมให้เกิดประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ดี  ที่จะนำไปสู่ความเจริญงอกงามประสบการณ์จึงเป็นเครื่องมือ การศึกษาจึงมีอยู่ตลอดเวลาเท่าๆ การมีชีวิต

 

การศึกษาที่จะเกิดประโยชน์ และคุ้มค่าก็ต้องก่อให้เกิดการปรับตัวของผู้เรียน ต่อการนำเอาไปใช้ในการแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที สามารถสร้างผู้เรียนให้มีลักษณะพิเศษ กระตุ้นให้เกิดความสนใจ

 

 

การศึกษาตามลัทธิพิพัฒนาการนิยมต้องการให้ผู้เรียนได้นำเอาความรู้ไปใช้ให้ประโยชน์ได้จริง  มีความสอดคล้องกับความเป็นจริงของชีวิตที่เป็นอยู่รอบๆ ด้าน  สามารถตอบปัญหาสังคมในขณะนั้นได้ คือ การศึกษาไม่เพียงให้ผู้เรียนได้เกิดความตระหนักรู้ถึง ความต้องการของตนเองแล้ว จะต้องให้ผู้เรียนได้เกิดแรงบันดาลใจในการลงมือฝึกฝนตนเองในการร่วมแก้ไขปัญหาที่เป็นอยู่ทั้งแก่ชีวิตของตนและชุมชน สังคมที่เป็นอยู่

 

จอห์น ดิวอี้ ได้กล่าวว่า

 การศึกษาคือชีวิต มิใช่การเตรียมตัวเพื่อชีวิต

 

วิธีการที่ใช้ในการเรียนรู้คือลงมือทำ การลงมือกระทำด้วยตัวของแต่ละคน 

หน้าที่ของผู้สอนหรือนักการศึกษาจึงต้องจัดเตรียม ประสบการณ์ที่มีคุณค่าซึ่งสามารถช่วยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการทำประโยชน์แก่สังคมและแก่ตน  การที่จะกระทำการแก้ปัญหาได้อย่างเกิดผลบรรลุเป้าหมาย  ก็โดยการเรียนรู้และฝึกฝนอบรม การฝึกแก้ปัญหาต่างๆ การจะแก้ปัญหาได้อย่างบรรลุผลได้ดี ก็ต้องการอาศัยการลงมือฝึกฝน”

 

 

ดังนั้น จึงจะพบว่าจุดมุ่งหมายของการศึกษาของแนวคิดของลัทธิพิพัฒนาการนิยม จึงต้องเป็นจุดมุ่งหมายที่ว่าการศึกษาควรมุ่งเทคนิค หรือการมีส่วนร่วมของผู้เรียนโดยการให้ผู้เรียนได้ลงมือฝึกฝน เพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้ ความเข้าใจมากกว่า การศึกษาที่เป็นเพียงการเข้าใจอย่างวิชาการ(ทฤษฎี) หรือที่เคยเรียนกันมาก่อนหน้านั้น ตั้งแต่อดีต

 

 

และจุดมุ่งหมายของการศึกษานั้นมิได้มีความหมายเพียงแค่การใช้ประสาทสัมผัสเท่านั้น  แต่เป็นเรื่องของการอาศัยสติปัญญา การใคร่ครวญพิจารณาจากแง่มุมต่างๆ ร่วมกัน การแสดงออกร่วมกัน โดยอาศัยการร่วมแรงรวมพลังแห่งความรู้ เพื่อไปสู่การฝึกฝนให้เกิดความชำนาญ

 

ด้วยความเมตตา