กำไรชีวิต...

      ทุกวันศุกร์ - เสาร์ หลังเลิกงาน ฉันกลับบ้านตามปกติที่ฉันได้รับราชการมาเกือบ 

๓๐ ปี เรียกว่า...เป็นกิจวัตรประจำสัปดาห์ของฉัน ปฏิบัติตัวเสมอต้นเสมอปลาย...ยกเว้น

ไปราชการที่กลับมาดึก ก็จะไม่ได้กลับไปหาครอบครัว (ตาทวด,พ่อบ้าน,น้องเพรียง,

น้องอ้อม,และนางฟ้าฯ น้อยของย่า "เจ้าฟ้าคราม"...

       สัปดาห์นี้ก็เช่นกัน เย็นวันศุกร์ กลับไปถึงบ้าน อากาศเย็นมาก ๆ ทันถึงเห็นพ่อบ้าน

นำข้าวให้ตาทวด (พ่อของฉัน) ทานพอดี...อากาศเย็นจัดกว่าทุก ๆ วัน เสร็จแล้วฉันก็นำ

ยาให้ตาทวดได้ทานแล้วพาเข้าห้องนอน เพราะหน้านี้ยุงด้านนอกเยอะมาก ๆ และก็กัดเจ็บ

ด้วย บรรยากาศบ้านที่อยู่ใกล้สวนสักทอง หน้านี้ยุงชุมจัด...เสร็จแล้วฉันก็มานั่งคุยกับ

พ่อบ้าน, น้องเพรียง, น้องอ้อม พร้อมด้วยเจ้าฟ้าคราม...

       เจ้าฟ้าครามก็ไม่วายคลุกคลีอยู่กับฉันซึ่งเป็นย่า...ทุก ๆ ครั้งที่ฉันสังเกตเห็น

พ่อเพรียง - แม่อ้อม จะสอนให้เจ้าฟ้าครามเมื่อเห็นฉันครั้งแรก บอกลูกเสมอว่า...

"หวัดดีย่หรือยัง"...พร้อม ๆ กับเจ้าฟ้าครามก็ยกมือสวัสดีตาม...เมื่อลงจากรถ

เจ้าฟ้าครามก็จะโผเข้ากอดฉันทุกคราว...เป็นความผูกพันกันระหว่างย่า - หลาน

       ฟ้าครามโดนปู่เรแซวเสมอว่า..."โต๋เต๋...โต๋เต"...เจ้าฟ้าครามก็พูดตาม พร้อมทำ

สีหน้ายิ้มหวานใส่ทุก ๆ คน...ไม่ว่าเจ้าฟ้าครามจะแสดงกิริยาดีใจที่ได้พบฉันเองต่อสัปดาห์

พอฉันจอดรถยนต์...เจ้ากาแฟ + เจ้าฟาร์ม สุนัขที่นำมาเลี้ยงก็เช่นกัน...เมื่อได้เห็นฉัน

เหมือนกับมันคอยจ้องอยู่แล้วว่าหากฉันลงจากรถมันจะกระดิกหาง พร้อมทำท่าทางเคล้า

คลอที่ขาของฉัน เสมือนให้ฉันรู้ว่า...พวกมันก็คิดถึงฉันเช่นกัน ดีใจที่เห็นฉันกลับมาบ้านที่

พรหมพิราม...นี่คือ...กิจวัตรประจำทุก ๆ สัปดาห์ที่ฉันได้กลับบ้านไปหาครอบครัว

       สัปดาห์นี้ พ่อบ้าน เล่าให้ฉันฟังว่า...ได้ปลูกกล้วยหักมุกอีกประมาณ ๑๐ กว่าต้น

เพิ่มเติมจากที่ว่าง ๆ ภายในสวน (ซึ่งอยู่หน้าสวนสักทอง)...พ่อบ้านบอกว่า ปลูกไว้อย่าง

นั้นแหล่ะ!!!...เอาไว้แบ่งกันกิน...พ่อบ้านบอกกันฉันเสมอกับคำพูดที่ว่า...เอาไว้แบ่งกันกิน

ซึ่งปัจจุบันน้ำใจแบบนี้ในแถบแถวหมู่บ้านของฉัน ไม่มีแล้ว "น้ำใจที่แบ่งปันกัน"...มีแต่ก็

จะต้องซื้อกันมากกว่า...

       พ่อบ้านบอกว่า...ใครไม่ให้ก็ไม่เห็นเป็นไร เรามีให้เขา แบ่งให้เขาก็แล้วกัน...นี่คือ

น้ำใจที่ไม่เคยหายไปจากใจของพ่อบ้านเลย...ซึ่งลูก ๆ ก็ว่าเสมอว่า...ให้พวกเขากิน แต่

พวกเขาก็แอบนินทาพ่อเรนะ...(ซึ่งลูก ๆ เคยได้ยิน ได้ฟังชาวบ้านที่ชอบนินทาพ่อบ้าน

เพราะลูก ๆ ก็ไม่อยากให้ใครมาว่าพ่อของตัวเอง...เหตุที่ลูกไม่อยากแบ่งปันให้ก็เพราะ

เหตุผลที่ว่า...ให้แล้วก็ยังมานินทาอีกนี่แหล่ะ จึงไม่อยากแบ่งปันให้)...ก็เป็นเหตุผลหนึ่ง

ที่ตัวฉันและลูก ๆ ไม่อยากไปยุ่งกับผู้อื่น...(ซึ่งอาจไม่ดีก็ได้...แต่ความที่ไม่ค่อยชอบเรื่อง

นินทาว่าร้ายคนอื่น ฉันและลูก ๆ จึงไม่ค่อยไปสุงสิงด้วย)

       พ่อบ้านเล่าให้ฟังว่า...ตั้งแต่ปลูกกล้วย ชอบชวนเจ้าฟ้าครามไปรดน้ำต้นไม้ ผัก

ผลไม้ที่ปลูกไว้ ซึ่งเจ้าฟ้าคราม ก็ไปด้วย...เพราะปู่เรชอบทำตัวอย่างให้หลานเห็นว่า...

ช่วงหนึ่งที่ปู่เรมีชีวิตอยู่ ได้ทำอะไรให้กับลูก ๆ หลาน ๆ บ้าง เหมือนกับภาพนี้มันติดตัวของ

ปู่เรมาเมื่อตอนที่ปู่เรยังเป็นเด็ก ๆ เช่นกัน ที่ปู่เรเห็นปู่ทวดทำให้ดูเป็นตัวอย่าง...นี่ก็เป็น...

การสอนทักษะชีวิตจากผู้ใหญ่ที่ต้องการถ่ายทอดให้ลูก ๆ หลาน ๆ ได้ดู ได้เห็นเป็น

ตัวอย่างได้กระทำตามยามที่ปู่เรไม่มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้แล้ว...

       ช่วงหลังเกษียณมาแล้ว "ปู่เร" ถือว่า ที่เหลืออยู่นี้ คือ "กำไรชีวิต" ที่ตนเองได้มี

ชีวิตเหลืออยู่และทำประโยชน์ให้กับลูก - หลาน ได้ดู ได้เห็นเพื่อเป็นตัวอย่างในการใช้

ชีวิตต่อไป...

 

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ...

บุษยมาศ  แสงเงิน

๒๖ มกราคม ๒๕๕๗

 

"ภาพต้นตาลที่ปู่เร ปลูกไว้ตามคันนาเพื่อให้ลูก - หลาน ได้เห็นเป็นตัวอย่างในการดำเนิน

ชีวิต"