2. วันบุญใหญ่ วันเที่ 2 ของอาทิตย์ที่3

วันนี้ครูให้โอกาสได้ฝึกแบบเข้มข้น ได้ทำบุญใหญ่กับตนเอง

รุ่งเช้าตื่นมาทำวัตรเช้า เขียนบันทึก หกโมงเช้าปลุก แม่ขาวน้อยไปทำครัว ครูเมตตาออกมาช่วยกระตุ้น พอออกมาถึงครัว

แม่ขาวน้อยสนุกสนานกับการทำอาหารที่ได้รับมอบหมาย เป็นครั้งแรกที่มดแดงเจียวไข่คนเดียว

บิวกับตาลทำแซนวิชแบบพยายามหาสูตรใหม่

หนูทำข้าวต้ม ผักกาดขาดผัดซอสผัดกระเพราหมูยอ พยายามหาทางให้อาหารอร่อย

ต้มข้าวนึกถึงเปิ้ลที่เคยบอกว่า การทำน้ำซุปใช้หอมใหญ่ทั้งหัวลงต้ม จึงทดลอง แล้วเติมมะเขือเทศลงเล็กน้อย ต้มแบบทั้งลูกแต่ไม่ให้เละแล้วตักออกรสชาติข้าวต้มเครื่องออกมากลมกล่อม น้ำเดือดเติมหมูยอ ข้าวสวย ปิดท้ายด้วยไข่ ขาดหอม ได้ที่แม่ออกเอามาจังหัน ก็ลงตัว แม้จะขาดหอมเจียว แต่ก็พอได้

กับเมนูนี้ ถัดมาผักกาดขาวผัดซอส อันนี้สังเกตตอนพี่นิดผัดแล้วเอามาลอง แต่ผักกาดขาวอุ้มน้ำไว้มาก รสชาติไม่เข้มข้น เมนูนี้ไม่ผ่าน ผัดกระเพราะหมูยอ เมนูนี้ก็ไม่ผ่าน ใบกระเพราใส่น้อยไป พริกกระเทียมไม่หอม ลองทำแบบเอาน้ำซุปก่อน แต่ใจไม่ถึง ทำให้ผิดพลาด ออกมาก็ไม่ค่อยชวน สามเมนู รอดได้แค่หนึ่ง แต่การตั้งใจพัฒนารสชาติอาหารทำให้การทำอาหาร ดึงดูดความตั้งใจออกมาได้มากกว่าปกติ ซึ่งเด็กๆก็ทำด้วย มดแดงแรก ๆ ไข่ไม่สุก เพราะปรับเตาแก๊สไม่เป็น แสดงให้เห็นว่า ที่ผ่านมาเพื่อนช่วย ครั้งนี้พอรู้วิธี ปรับได้คล่อง สักพักไฟแรงไป ไข่ไหม้ แรกๆลืมใส่ซอสบ้าง แต่สุดท้ายก็เข้าที่ลงตัว รู้สึกว่า เด็กๆก็สนุกที่ได้ พัฒนาเมนูที่ตนเองรับผิดชอบ

แล้วทุกคนก็มาลุ้นตอนที่แม่ครูรับข้าว โดยเฉพาะมดแดง หันมายิ้มหวานให้ตอนที่แม่ครูตักไข่เจียวถาดที่เขาทำ หนูเองก็ไม่ต่างกัน

เราทราบกันดีว่า แม่ครูให้กำลังใจเสมอ. แม้บางทีฝีมือการทำอาหารของหนูจะไม่ไหวแล้ว แต่ครูก็เมตตา

การจัดบาตร ปกติหนูมักจะละเลยเรื่ืองน้ำดื่มของครู ครานี้ตั้งใจจัดให้ครบเหมาะสม ใจข้างในก็เป็นสบายขึ้น

 

ล้างบาตรเสร็จ ส่งเด็กๆไปทำงานกลุ่ม เป็นบททดสอบชุดใหญ่ที่ครูให้โอกาส

ขับรถพาครูไปทำธุระที่อุบล ออกจากวัดประมาณ 10.36 น. หนูก็ยังคงใช้เวลาประมาณเดิมคือ ชั่วโมงสิบห้านาทีขับถึงอุบล ใจตอนที่ขับในหมู่บ้านยังสั่นไหวไม่นิ่งใช่เวลาไปเกือบๆจะยีสิบกว่านาที พอออกถนนใหญ่ตั้งใจรักษาระดับของใจ ด้วยสติ. ความเร็วที่ทำได้พอเหมาะกับใจคือ 120 รถไม่ส่าย. ใจไม่สั่น มีจังหวะเบรคหลบหลีกได้ ครูมีเรื่องคุยให้ได้เบิกบานใจตลอดเส้นทาง แต่ใจหนูก็มาสะดุดตอนใกล้ถึงแบบหาที่หมายไม่เจอ ความลังเลใจเดิมๆ. สาดเข้ามาครอบงำ ครูเตือนสติหนูดึงลมหายใจเข้าถอนหายใจ. แล้วไปต่อ หาซื้อของซึ่ง. สำเร็จบรรลุเป้าหมาย ขากลับครูตั้งเป้าเรื่องเวลาให้หนูได้ท้าทายใจตนเอง

 

แต่ท่านก็ย้ำให้มีสติตอนที่ใจไม่นิ่ง. แล้วรถส่าย มาถึงช้ากว่าเวลาที่ตั้งเป้าไว้แต่ใจไม่เสีย

 

เดินหน้าภารกิจต่อไป ไปรับเด็กๆ ลูกๆของแม่ครูกล้าหาญเสมอ. เด็กๆไม่มีขวัญเสีย เปรยๆแบบสนุกสนานไปรับครีม รออยู่พักหนึ่งเพราะดููเมือนจะไปเล่นบ้านเพื่อนพอมาถึงเริงร่ามากๆเพราะใจคงคิดถึงแม่ครูและเพื่อนสังเกตว่าครีมจะเล่าเรื่องราวเก่าๆที่วัดมากกว่าใครๆแสดงถึงใจที่คิดถึง

ตุ๊กแวะไปรับที่นาเพื่อนที่เด็กๆไปเล่นกันให้เด็กๆเรียกกันเอง แม้ตอนแรกจะหน้าหงิก แต่พอก้าวผ่านก็สนุกสนานกับเพื่อนๆ

แล้วเราก็มุ่งหน้าไปรับขนมที่ร้านคุณย่า ที่พี่อ๋อยเจ้าของร้านและพี่ป้อมพี่สาวของแม่ครูเป็นเจ้าภาพ

เด็กๆใจจดจ่อที่จะได้ทาน รับเสร็จซื้ออุปกรณ์ทำขนมปัง แวะนานาภัณฑ์ซื้อหมู ลูกชิ้นน้ำจิ้ม เสร็จงานเข้าวัด.

เป็นวันที่รักษาใจตนเองได้มากกว่าทุกวัน แต่ก็ยังไม่ครบเพราะพอทำวัตรเสร็จนั่งสมาธิแล้วนอนเลย ไม่ได้เขียนบันทึก ย้ำกับตนเองว่า

"ทำได้ดีขึ้นแต่ยังขาดทำอีก"

วันนี้จึงเป็นวันบุญใหญ่่ของหนูที่แม่ครูออกแบบให้ได้เรียนรู้สาธุเจ้าค่ะ

 

ได้วิธีเรียกสติกับตนเอง

จัดการที่ใจ ทำความรู้สึกรับรู้ไปที่ข้างในก่อน หายใจเข้าแล้วถอนหายใจ 

แล้วก็เข้าร่องหายใจกับพุทโธ สุดท้ายจะเหลือแค่หายใจไปกับหน้าที่ๆทำ

ณ กุฏิแฝดสำนักแม่ชีวัดป่าหนองไคร้

วันเสาร์ที่ 26. มกราคม 2557

Note ถือว่าเขียนบันทึกนี้ช้าไป3 ชั่วโมงเพราะยังเป็นรุ่งเช้าของอีกวัน