ปีเเรกเเห่งการเรียนรู้พร้อมทั้งการเเก้ไขปัญหาเริ่มขึ้นเเล้ว

ห้องเรียนสีขาว 

       ห้องเรียนสีขาวเป็นห้องเรียนเเห่งการเเลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป็นห้องเรียนเเห่งการทำงานร่วมกัน เเละยังเป็นห้องเรียนเเห่งการเเก้ไขปัญหาที่ควบคู่ไปกับการเรียนรู้ สีขาวในทรรศนะของกระผมเองเเล้วก็เหมือนกับ สีเเห่งความบริสุทธิ์ สีเเห่งการเรียนรู้ ห้องเรียนสีขาวจึงนับได้ว่าเป็นห้องเรียนเเห่งการเรียนรู้ที่ควบคู่ไปกับการเเก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในห้องเรียนของตนเอง "ปัญหาเกิดที่เรา เราต้องเเก้ด้วยตนเอง" เเนวคิดห้องเรียนสีขาวเป็นนโยบายที่มาจากกระทรวงศึกษาธิการ โดยทุกโรงเรียนได้รับนโยบายเเล้วมาดำเนินงาน ที่ขึ้นอยู่กับลักษณะของเเต่ละโรงเรียนว่าจะดำเนินงานอย่างไร  โรงเรียนเชียงยืนพิทยาคม ได้มอบโอกาสนี้ มอบโครงการนี้ให้กับคระกรรมการนักเรียนได้ดำเนินงาน ซึ่งการวางเเผนเริ่มขึ้นตั้งเเต่เมื่อประมาณ 1 ปีก่อนที่จะเปิดโลกโครงการ โดยเป็นการกำหนดรูปเเบบการขับเคลื่อนให้เป็นเเบบโครงการ โดยที่ทุกๆห้องเรียน ทุกๆระดับชั้นจะมีโครงการที่ตนได้รับผิดชอบ ห้องละโครงการ โดยที่คำนึงถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับห้องเรียนตนเองเเล้วเลือกปัญหาที่สามารถเเก้ไขได้ "เลือกที่เราสามารถทำได้" โดยเเผนการทำงานมีระยะเวลา 1 ปีเต็มเหมือนกับโครงงานในห้องเรียนที่เคยจัดขึ้น  กำหนดการทำงานออกเป็น 3 ช่วงด้วยกันเพื่อให้ง่ายต่อการดำเนินงาน คือ ขั้นจุดประกายหรือสร้างเเรงบันดาลใจ  ขั้นติดตาม เเละขั้นสรุปหรือเปิดโลกโครงการ.

         การดำเนินงานครั้งที่ 1 ของคระกรรมการนักเรียน เป็นการสร้างเเรงบันดาลใจหรืออาจเรียกว่าจุดประกาย โดยในครั้งนั้นเป็นการนัดหัวหน้าห้องเเละรองหัวหน้าห้องทั้ง 4 ฝ่ายมาทำกิจกรรมร่วมกันโดยที่มีเครื่องมือในการดึงความคิดของทุกๆคนออกมารวมกันเเล้วคุยกัน เลือกปัญหาที่เกิดขึ้นที่เราสามารถเเก้ไขปัญหานั้นได้โดยกำลังที่เราสามารถทำได้ เเล้วนำปัญหานั้นมาวิเคราะห์อีกครั้ง โดยการวิเคราะห์ "เเผนภาพต้นไม้" คือ เป็นเครื่องมือที่ช่วยการการวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา ที่เป็นสามารถที่ 1 สาเหตุที่ 2 เเล้วสาเหตุต่างๆเหล่านั้นจะส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง  เเล้วนอกจากเเผนภาพต้นไม้เเล้วยังมีการวิเคราะห์สิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างเเน่นอนเเละไม่เเน่นอน ที่จะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในอนาคตต่อเราอเองเเละสังคม เเล้วเมื่อได้ปัญหาเเล้วมองปัญหาที่ชัดเจนเเล้ว  ก็เป็นขั้นของการวางเเผนการทำงานของเเต่ละโครงการทุกห้องเรียน ซึ่งการวางเเผนนั้นเป็นตางรางให้ทำอย่างง่ายๆซึ่งเเต่ละห้องเป็นคนดำเนินงานเอง จะมีพี่เลี้ยงคอยดู คอยให้ความเข้าใจเรื่อยๆ เมื่อเสร็จจากกิจกรรมทุกๆห้องได้รูปแบบในการเขียนโครงการให้กลับไปเขียนเเล้วขยายผลต่อ เพื่อดำเนินงานในห้องเรียนของตนเอง

 

         การดำเนินงานครั้งที่ 2 เริ่มขึ้น โดยที่ครั้งนี้เป็นการติดตามงานซึ่งการติดตามก็อยู่ในลักษณะของค่ายกิจกรรมเช่นเคย การติดตามครั้งนี้เป็นการติดตามครั้งเเรกซึ่งในครั้งนี้เน้น "หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง" เป็นหลักสำคัญที่พาผู้นำของเเต่ละห้องได้คิด ได้ทบทวน มีเครื่องมือสำคัญ ได้เเก่ หลัก 3 ห่วง 2 เงื่อนไข  เครื่องมือภูเขา 3 ลูก ซึ่งทั้ง 2 เครื่องมือนั้นเป็นเครื่องมือสำคัญที่ถือว่าเป็นสิ่งที่ย้ำเตือนให้ได้คิดได้ทบทวน เเต่ละกลุ่มเเลกเปลี่ยนกันเเล้วมีพี่เลี้ยงอีกเช่นเคย มีความคิดเห็นบอกไว้ว่า "ยังไม่ได้ลงมือทำเลย" ทุกห้องยังไม่ได้ลงมือทำ เเละยังไม่ได้คิดไตร่ตรองให้ดีสักเท่าใด ซึ่งอาจมาจากภาระในการเรียน การติดตามในครั้งนี้จึงเป็นการทบทวนใหม่ทั้งหมด หลายห้องเปลี่ยนโครงการ หลายห้องมีปัญหาว่า ไม่รู้จะทำอย่างไร เเล้วในอีกหลายๆห้องก็มีปัญหาว่าเพื่อนไม่ให้ความร่วมมือต่างๆนานา จึงเป็นอีกหลายๆปัจจัยที่คอยมากดทำให้ไม่ได้ดำเนินโครงการของตนเอง  การทบทวนใหม่ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ทุกห้องทำเหมือนกัน  ในครั้งนี้ทางคุณะกรรมการนักเรียนเเละครูมีความคาดหวังที่จะทำให้ทุกโครงการได้ง่ายต่อการดำเนินงาน โดยชวนวิเคราะห์ภูเขาน้ำเเข็งที่ที 3 ลูกด้วยกัน คือ ลูกเเรกเป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้ เเก้ไขปัญหานั้นได้เลย ลูกสองเป็นสิ่งที่สามารถเเก้ไขได้ยากต้องใช้ระยะเวลา วิธีการ ที่เหมาะสมถึงจะสามารถเเก้ไขปัญหานั้นได้ เเละลุกที่สามนั้นเป็นปัญหาที่เเก้ไขยากที่สุดต้องมีการให้ความช่วยเหลือจากทางโรงเรียน เเละหน่วยงานต่างๆ "กว่าจะได้ภูเขาทั้ง สามลูก ถือว่าเหนื่อยพอสมควรในการวิเคราะห์ทบทวนงานใหม่ทั้งหมด" เเล้วจับโครงการของตนเองที่วิเคราะห์ความยากง่ายเเล้วมาจับใส่หลัก 3 ห่วง 2 เงื่อนไข ที่จะช่วยให้ผู้นำทุกๆคนมองโลกกว้างขึ้น มองโครงการของตนเองอย่างนุ่งลึกมากยิ่งขึ้น เเล้วให้รีบดำเนินงานให้เสร็จทันช่วงเวลาของการเปิดโลกโครงการห้องเรียนสีขาวครั้งที่ 1

 

          การติดตามครั้งที่ 2 เป็นขั้นตอนในการติดตามที่อยู่ในช่วง การดำเนินงาน ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นไม่นาน จากการติดตามครั้งที่ 1ได้ผ่านพ้นไป ในครั้งนี้เป็นการติดตามห้องที่ยังไม่ได้มาในครั้งที่ได้ติดตามครั้งที่ 1 โดยในครั้งนี้จะมีเครื่องมือเหมือนกับครั้งที่ 1 โดยให้วิเคราะห์เหมือนกัน มีห้องเรียนส่วนหนึ่งเดินทางมาร่วมกิจกรรมทบทวน ซึ่งยิ่งน้อยก็ยิ่งเหมาะสม เพราะพี่เลี้ยงเราในครั้งนั้นยังมีน้อย ทำให้พอดีกับทุกๆโครงการที่ตกหล่นมาในกิจกรรมนี้  จากการสอบถาม เด็กกลุ่มหนึ่งคิดว่าจะทำเรื่องโรงอาหาร ถามต่อไปอีกว่าเเล้วน้องจะทำอย่างไร น้องตอบว่า ไม่รู้เหมือนกันพี่ ซึ่งสิ่งที่ได้มาจากการสังเกตุทำให้รู้ว่า น้องยังไม่ทำเลยเเล้วไม่รู้ว่างานจะเป็นอย่างไร ไปในทิศทางใด พี่จึงเเนะนำให้เลือกปัญหาที่ง่ายที่เราพอสามารถทำได้ เลือกในห้องเรียน สุดท้ายน้องก็บอกว่าจะทำให้ห้องเรียนสะอาดขึ้น ซึ่งก็วิเคราะห์กันต่อไป  อีกเสียงหนึ่งบอกว่าจะทำโครงการเเก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นเป็นปัญหาที่ใหญ่มาก จึงเเนะนำให้ทำในสิ่งที่พอทำได้เเลว้น้องกลุ่มนั้นจึงเลือกเอาปัญหาที่อยู่ในห้องเรียนของตนเองอยู่ทุกๆวัน คือ ปัญหาการพูดไม่สุภาพต่อกันกับเพื่อนในห้องเรียน ถามน้องกลุ่มนี้ว่า น้องจะทำอย่างไร น้องตอบว่าจะตั้งกฎขึ้นในห้องเรียน เเล้วอาจปรับเงินคนที่พูดไม่สุภาพ เเล้วพี่ก็ตอบว่า "นี่ล่ะเป็นปัญหาที่อยู่กับเราทุกๆวัน เราสามารถเเก้ไขได้ง่ายกว่าปัญหายาเสพติดในโรงเรียนเสียอีก" เเล้วพี่ก็บอกทิ้งท้ายว่าพี่จะคอยดู เเล้วสามารถปรึกษาพี่ได้ลอดเวลานะ   ในกิจกรรมมีเด็กคนหนึ่งที่อยู่ห้องสุดท้ายของระดับชั้น ม.1 เขามีความคิดเยี่ยมมาก  เมื่อเป็นปัญหาเช่นนี้เขาสามารถรู้ได้ว่าจะต้องทำอย่างไร ทำเเล้วได้ผลเป็นอย่างไร เราถามอะไรไปเขาตอบได้หมด ก็เป็นเง่คิดในอีกมุมหนึ่งว่า ห้องต่างๆอาจสามารถวัดความรู้จากห้องเเรกไปถึงห้องสุดท้ายได้ เเต่ก้อาจวัดทักษะในการทำงาน การพูด การดำเนินชีวิตไม่ได้  เสร็จจากการทบทวนงานให้น้องที่ไม่ได้ร่วมกิจกรรมในครั้งเเรก ก็ต้องคอยติดตามให้คำปรึกษาผู้นำในห้องต่างๆอยู่เป็นระยะๆ

 

         การดำเนินงานครั้งที่ 3 ถือกำเนิดขึ้นโดยครั้งนี้อาจนับได้ว่าเป็นขั้นสรุปงานโดยวิธีในการสรุปนั้นเป็นการเปิดโลกโครงการ เปิดโลกโครงการห้องเรียนสีขาวเป็นวันเเห่งการเเลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันเเละกัน ทั้งครูเเละเด็กในโรงเรียน โดยก่อนในเปิดโลกโครงการได้มีการนัดประชุมหัวหน้าห้องเพื่อพูดคุยกันอีกครั้งก่อนเปิดโลกโครงการ มีเสียงบอกว่า "โครงการหนู๋ยังไม่ได้ทำเลย  โครงการพี่ยังไม่ได้ทำเลย" เป็นโครงการที่ยังไม่ได้ดำเนินงานนั้นเป็นส่วนหนึ่งซึ่งถือว่ามากพอสมควร ถามต่อไปอีกว่า มีปัญหาอะไร  เกิดอะไรขึ้น เพราะอะไรถึงยังไม่ได้ทำ มีเสียงตอบว่าไม่มีเวลา เเละจะทำวันนี้ เเละพรุ่งนี้ เเล้วยังมีบางโครงการที่ยังไม่เข้าใจเลยเพราะว่าหัวหน้าที่เข้าร่วมกิจกรรมาก่อนหน้านั้นไม่ถ่ายทอดสิ่งใดเลย ทำให้เป็นปัญหาสำคัญเกิดขึ้นซึ่งเป็นปัญหาที่เเสดงว่า การติดตามเพียงเท่านั้นยังไม่เพียงพอ เเละไม่ทั่วถึง ทำให้ต้องคุยกันอย่างชัดเจนกับผู้นำที่โครงการยังไม่เเล้วเสร็จ เเล้วผู้นำที่ยังไม่ได้ดำเนินงาน เเล้วเมื่อได้คัยกันอย่างจริงจังน้องก็เข้าใจ เเล้วรีบไปดำเนินงาน ก่อนที่จะเปิดโลกโครงการในอีกไม่กี่วัน ในขณะที่อยู่ในช่วงไม่กี่วันก่อนเปิดโลกโครงการห้องเรียนสีขาว มีน้องๆถามสอบถามเยอะมากในเรื่องของการเขียนโครงการ ซึ่งพี่ก็ได้ให้ตัวอย่างไปเเล้วเเนะนำน้องๆไป ซึ่งถือว่าน้องมีความกระตือรือล้นสูงในการทำงานของตนเอง เเล้วน้องก็มาปรึกษาในอีกหลายๆครั้ง หลายเวลาในวันๆเดียวกันเรื่องการเขียน ประโยคทิ้งท้ายพี่ก้เเนะนำว่า "ไม่มีใครหรอกที่จะเขียนโครงการดีเลิศที่สุดในโลก ไม่ต้องยึดคำ ขอเเค่เข้าใจ เขียนให้เข้าใจให้มากที่สุดก็เป็นพอ" ขอเพียงเราได้ทำ เราได้ลงมือทำด้วยตนเอง ในเวลานี้ขอเพียงเราได้ทำจริง ลงมือปฏิบัติจริง ส่วนการเขียนนั้นไม่มีใครที่จะเขียนดีเลิศ ในครั้งเเรกๆ เราต้องค่อยๆพัฒนาไปเรื่อยในโอกาสต่อไป

         ก่อนถึงงานเปิดโลกโครงการห้องเรียนสีขาวก็นัด ผู้นำของทุกๆห้องมาอีกเพื่อปรับความเข้าใจในงาน ถามน้องเป็นครั้งสุดท้ายว่าโครงการของเราเป็นอย่างไร มีเสียงบอกว่าเสร็จเเล้วค่ะ เสร็จเเล้วครับ เหลือติดบอร์ดนิดเดียวครับ ซึ่งก็ถือว่าเป็นอันเสร็จทุกโครงการ พี่บอกว่างานในครั้งนี้เราจะทำเหมือนกับตลาดนัด โดยที่คนนำเสนอทุกๆคนจะต้องสวมบทบาทของตนเองเป็นพ่อค้า เเม่ค้า ให้ทำวิธีอย่างไรก็ได้โดยต้องมีการเเลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเกิดขึ้น ให้ผู้ชมซึ่งเป็นลูกค้าที่มีเงิน(บัตรขวัญใจ)อยู่ในมือทุกๆคน ให้นำเงินนั้นมาซื้อโครงการของตนเองให้จงได้ โครงการใดที่ได้เงิน(บัตรขวัญใจ)เยอะโครงการของห้องนั้นจะได้รางวัลดีเยี่ยม ส่วนโครงการใดที่ได้น้อยก็จะได้ดีเด่นตามลงมา ซึ่งเมื่อผู้นำทุกคนได้ยินดังนั้นเเล้วก็ต่างยิ้ม เเล้วมีเสียงดังขึ้น พูดกับเพื่อนๆว่าจะทำอย่างไรดี  พอถึงช่วงเวลาของการเริ่มงานนักเรียนขนโตะมาประจำบอร์ดโครงการของตนเอง ซึ่งช่วงเวลาในการจัดโตะนี้เป็นช่วงเวลาที่ถือว่า "วุ่นวาย" พอสมควรเพราะสิ่งที่คิดไว้ว่าจะจัดในรูปเเบบนี้ เเต่มองไม่ไกลพอทำให้เกิดปัญหาเกิดขึ้นอีกครั้ง รูปแบบในการจัดจึงต้องคุยกันเป็นการใหญ่เเล้วค่อยๆปรับให้ได้ที่จึงออกมาสมดุลกับหอประชุม เเล้วพอดีกับประธานในพิธี เเล้วยังพอดีกับการเดินซื้อของในตลาดนัดโครงการที่จัดขึ้น พอเริ่มงานในเวลาที่ได้กำหนดไว้ท่านประธานในพิธกล่าวเปิดงาน เเล้วเด้กในระดับม.ต้นเป็นช่วงระดับเเรกที่ให้เข้าซื้อของในตลาดนัด ซึ่งพอซื้อไปในระยะหนึ่งสังเกตุหลายๆโครงการมีการเเลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างจริงจัง หลายๆโครงการมัคนซื้อเยอะมาก เเต่ในอีกหลายๆโครงการกลับมีคนซื้อน้อย ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา ในช่วงเวลาที่ในระดับม.ต้นเเลกเปลี่ยนเรียนรู้กันถือว่าเเต่ละโครงการส่วนใหญ่มีการพูดคุยกัน สื่อสารให้กันฟัง ช่วงเวลาที่กำลังซื้ออยู่นั้น มีทั้งครู ทั้งนักเรียนด้วยกันที่เป็นผู้เข้าชมอยู่เเล้ว เเละยังมีคระกรรมการนักเรียนคอยเดินสอบถาม ทำให้ผู้ชมเยอะมากในระยะม.ต้น พอถึงเวลาสักพักหนึ่งก็ถึงช่วงเวลาที่ชั้นม.ปลายมาซื้อของซึ่งก็ถือว่าคนเดินตลาดซึ่งอยู่ในระดับม.ปลายนี้น้อยกว่าระดับม.ต้น เเลกเปลี่ยนมาเรื่อยๆ จนถึงช่วงเวลาปิดงานซึ่งก็เป็นช่วงเวลาที่เลิดเรียนพอดี พี่ๆ น้องๆ เก็บดครงการของตนวางอย่างเป็นระเบียบ ซึ่งพอหลังจากเสร็จโครงการเเล้วนั้นมีความคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการทุกๆโครงการที่ได้ดำเนินงานนั้นจะเป็นจุดเเรกเเห่งการเเก้ไขปัญหาในห้องเรียนของตนเอง โดยทุกโครงการทั้งโรงเรียนมีทั้งสิ้น 45 โครงการในทุกๆห้องเรียน ดังนี้

1/1 = ห้องเรียนสะอาด
1/2 = เวรทำความสะอาด 
1/3 = ห้องเรียนสะอาด 
1/4 = รักษษสมบัติของโรงเรียน 
1/5 = ขยัเพิ่มขึ้น
1/6 = ถุงเท้าไม่ถูกระเบียบ 
1/7 = เเต่งกายไม่เป็นระเบียบ 
1/8 = แยกประเภทของขยะ 
......................................................................

2/1 = ขยะในโรงเรียน 
2/2 = การออม 
2/3 = การถอดรองเท้าในห้อง 
2/4 = ฝึกสมาธิเพื่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 
2/5 = ทำความสะอาดห้องเรียน 
2/6 = ห้องเรียนสะอาด น่าอยู่ ด้วยมือเรา 
2/7 = สมุดใต้โต๊ะ 

2/8 = เศษฐกิจพอเพียง 

......................................................................

3/1 = เปิดใจสานสัมพันธ์ 
3/2 = ออมพอเพียง 
3/3 = หนีเรียน 
3/4 = ห้องเรียนสะอาดสวย ด้วยมือเรา 

3/5 = ประหยัดค่าไฟในโรงเรียน 
3/6 = หนีเรียน 
3/7 = หนีเรียน 
........................................................................

4/1 = ขวดน้ำของฉัน 
4/2 = ความสามัคคี 
4/3 = เเยกประเภทขยะ 
4/4 = ความสะอาดในห้อง 
4/5 = รองเท้าเป็นที่ ยกเก้าอี้ ไม่ขยะ
4/6 = โรงเรียนสะอาดสวย เริ่มต้นด้วยห้องเรา 
4/7 = 4/7 จะหนีไปไหน 
4/8 = ขบวนการเก็บขวด  
.................................................................................

5/1 = ค่ายเปิดใจ ไทสามัคคี 
5/2 = ขยะล้นโรงเรียน 
5/3 = ยาเสพติด 
5/4 = ห้องเรียนไม่สะอาด 
5/5 = ห้องเรียนสะอาดน่าอยู่ 
5/6 = หนีเรียน 
5/7 = ความสะอาดในห้องเรียน
5/8 = การใช้ภาษาอังกฤษในห้องเรียน 
..............................................................................

6/1 = จัดระเบียบให้กับหนังสือ 
6/2 = ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร 
6/3 = การสวมหมวกนิรภัย 
6/4 = พฤติกรรมทางการเรียน 
6/5 = ขยะจะไม่ไร้ค่า หากเรากลับมาเห็นค่าของขยะ  
6/6 = การหนีเรียน...

.................................................................

        ห้องเรียนสีขาวในวันนี้เป็นห้องเรียนที่ถือว่าเป็นเเนวคิดที่ริเริ่มดำเนินงานขึ้น เป็นสิ่งที่คอยจุดประกายให้เราทุกๆคนได้เเก้ไขปัญหาเเล้วต่ยอดโครงการของเราต่อๆไป วันนี้เป็นก้าวเเรกที่เราลุกขึ้นมาเเก้ไขปัญหาในห้องเรียนด้วยกัน เราไม่สามารถวัดได้อย่างชัดเจนว่าโครงการเเต่ละโครงการนั้นเก่งกว่ากันอย่างไร เพราะบริบทนั้นไม่เหมือนกัน วันนี้เราไม่ได้มาทำงานเพื่อเเข่งกัน เราไม่ได้มาเเข่งกันโดยสิ้นเชิง เเต่เรามาเเลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันเเละกัน สิ่งสำคัญเป็นการช่วยเหลือกันในห้องเรียน เพื่อนที่เขามีปัญหาก็ให้ช่วยพยุงเพื่อนขึ้นมาจากปัญหานั้นให้มากที่สุด การดำเนินงานของคณะกรรมการนักเรียนในครั้งนี้มีสิ่งสำคัญที่ควรนำไปต่อยอดอันได้เเก่ วิธีในการติดตามที่ต้องลงไปกับน้องให้เข้าถึงมากยิ่งขึ้น ต้องมีการปรับความเข้าใจกับน้องให้มากยิ่งขึ้น ต้องมีการปรับความเข้าใจกับครูให้มากยิ่งขึ้น เเล้วในการติดตามทุกๆครั้งนั้นเมื่อลงไปกับน้องๆเเล้วควรให้คำเเนะนำในเรื่อของการทำงานอย่างเหมาะสมกับตัวเราเอง ตลอดจนการเขียนโครงการไว้เเต่เนิ่นๆ  ปีเเรกเเห่งการเรียนรู้พร้อมทั้งการเเก้ไขปัญหาเริ่มขึ้นเเล้ว ปีเเรกเเห่งการขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่ขับเคลื่อนไปทั้งโรงเรียนด้วยกันเริ่มขึ้นเเล้ว...