มีคนจำนวนมาก ขอให้ผมช่วยดูพระเครื่องให้ ทุกวัน ทั้งทางโทรศัพท์ มาหาโดยตรง
ส่งทางเมล์ หรือ โพสต์ในเวบ
ที่เป็นเส้นทาง "การสอน"ของผม
แต่คนเหล่านี้ ติดต่อผมก็ "แค่ถาม" ครั้งสองครั้ง แล้วก็หายไปเลย
ไม่เคยคิดจะเรียนรู้อะไร ที่ไม่มีประโยชน์อะไรทั้งสิ้น กับชีวิตของเขาเอง
ที่ผิดเจตนาในการใช้เวลาชีวิต เข้ามาทำงานบนหน้าเวบ และหน้าเฟซของผม
ที่ผมหวังว่าเวลาที่ผมใช้จะทำให้คนรู้จักโลก ธรรมะ และชีวิตตัวเองมากขึ้น
โดยใช้มิติใดของชีวิตเป็นจุดเริ่มต้นก็ได้ เรียนไปเรื่อยๆ แต่สุดท้าย ถ้าเรียนเร็วพอ ก็จะได้ครบเหมือนกัน
คือเข้าถึงธรรมะ เข้าใจธรรมชาติ และชีวิตของตนเอง
แต่การเริ่มเรียนนั้น ผมก็ยังใช้ "กิเลส" เป็นเครื่องมือ "นำทาง" ไปพลางก่อน
แล้วค่อยๆโน้มน้าว เข้าสู่สิ่งที่ "จริงกว่า" และ ดีกว่า ตามลำดับ
ดังนั้น การมาติดต่อกับผม แบบ "แว๊บๆ" แล้วหายไป ผมคิดว่าเป็นการผิดเจตนารมณ์ของผม
และไม่คุ้มค่ากับการทุ่มเทใช้เวลาของผมบนเวบ และหน้าเฟซ
จึงขอแจ้งให้ทราบ
-----------------------------------
ผมเป็นคนตรง เจตนาดีต่อทุกคน และเปิดเผยเสมอครับ
อิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิ
ทำไมผมจึงยินดีสอนวิธีการดู แต่ไม่ยินดีรับดู "พระเครื่อง"
ที่ผมหวังว่าเวลาที่ผมใช้จะทำให้คนรู้จักโลก ธรรมะ และชีวิตตัวเองมากขึ้น โดยใช้มิติใดของชีวิตเป็นจุดเริ่มต้นก็ได้ เรียนไปเรื่อยๆ แต่สุดท้าย ถ้าเรียนเร็วพอ ก็จะได้ครบเหมือนกัน
5 คนชอบ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ปากน้ำ แหลมสิงห์ · 17 ม.ค. 2557
Prof. Vicharn Panich · 17 ม.ค. 2557
Prof. Vicharn Panich · 17 ม.ค. 2557
บีบีฮวา · 17 ม.ค. 2557
บีบีฮวา · 17 ม.ค. 2557
บีบีฮวา · 17 ม.ค. 2557
หลายครั้งในชีวิตของแต่ละคน มุ่งแต่จะใช้เวลาเพื่อให้ชีวิตตนเอง และครอบครัวอยู่รอด เลยไม่มีสติ และใช้เวลาหันกลับมาทบทวนหาสิ่งที่มีคุณภาพกับชีวิตตนเองอย่างแท้จริง..ค่ะ
แสดงว่าความคิดไม่พอใช้ครับ อิอิอิอิอิอิอิอิ
ได้ลองไปอ่านบทความ อื่นๆ ของอาจารย์ (ขอเรียกนะคะ) ได้รับความรู้แปลกเกี่ยวกับพระเครื่อง น่าสนใจมากค่ะ ว่างๆ รวยๆ จะหามาเก็บไว้สักองค์ ที่ห้อยคออยู่ พ่อให้มา ก็ใส่ไป ไม่รู้เลย พระอะไร เพียงแต่มองก็คิดถึงพ่อ...แล้วค่ะ
ก็พอแล้วครับ อิอิอิอิอิอิ
การให้ของอาจารย์ผมได้มามากพอสมควร ตามกำลังสติและปัญญาของผม เข้าห้องเรียนทุกวันครับ ขอบคุณครับ
สติมันก็อยู่กับตัวเรา มันผลุบๆโผ่ลๆ ล้มๆลุกๆ ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน การสอบถามแค่ต้องทราบว่าพระอะไร เก๊แท้หรือไม่ มีราคาค่างวดเท่าไหร่ ก็เป็นวิสัยของคนทั่วไป ผมเจอทุกวัน บางวันก็มาเป็นถุง ถ้าว่างก็จะชี้จุดให้ดูว่าไม่ดีตรงไหน ไม่คิดจะปิดบังในจุดเร้นลับ หากผู้ถามมีจิตเจตนาต้องการเรียนรู้ ถือคติว่าช่วยได้ 1 คน ก็ดีขึ้น 1 คน ถ้าทุกคนช่วยกันคิดและเผยแพร่ไป ก็คงเยอะขึ้นตามวันเวลาที่ผ่านไป ความเพียรที่ทำคงส่งผลบ้างแหละครับ การให้ความรู้มีแต่ทำให้ความรู้ของผู้ให้ดีขึ้น ไม่ได้หมดไปหรือสิ้นเปลืองลดน้อยถอยลง มีแต่งอกเงยเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ศึกษามากๆตั้งใจจริงก็ไม่ยากจนเกินเรียนรู้ไม่ว่าทางโลกหรือทางธรรม ......สวัสดีมีชัยทุกท่าน
ขอบคุณครับ
หนูดูเป็นแต่ลำไย มองใบ มองดอก มองลูก แว็ปเดียวก็รู้ว่าต้นลำไย หรือดอก หรือผลผลิตของเขามีแนวโน้มดี หรือไม่ดี ถ้าเห็นว่ามีปัญหา ก็จะไม่กล้าบอกหรอก เพราะเกษตรกร มักจะคิดว่าหนูเป็นเด็ก และสิ่งที่ตัวเองทำอยู่นั้น ถูกต้องแล้วค่ะ
ไม่ทราบในวงการพระ เขาเป็นเหมือนในวงการลำไย..ไหม
เหมือนกันมั้งครับ อิอิอิอิอิอิ
คนจะแก่ แก่ความรู้ ใช่อยู่นาน ถ้ารู้ว่ามีปัญหาเรื่องผลผลิต ถ้าให้ความรู้แล้วผลผลิตมากขึ้น ก็ขึ้นกับผู้ฟัง เพราะคนเรามีความแตกต่างกัน คนฟังแล้วนำไปใช้ก็ได้ไป วงการพระเครื่องก็แบบเดียวกัน มีทั้งคนสนใจฟังและมีคนไม่สนใจฟัง อย่าท้อที่จะสอน เพราะถ้าผู้สอนท้อ คนเรียนก็แย่นะครับ อ้ออย่าเชื่อแบบขาดสตินะครับเพราะไม่ใช่วิสัยของผู้ใฝ่เรียน อย่ากลัวที่จะให้ความรู้ที่ถูกต้อง แต่จงกลัวที่จะไม่มีความรู้ที่ต้องแก่ผู้อื่น....โชคดีมีใจกว้าง..คิดบวกเข้าไว้ ใจสงบ..สวัสดี
เรียนดูพระจากทฤษฏี นั้นยากจริงหนอ ส่วนครูที่จะสอนดูพระนั้นก็ยิ่งหายากยิ่งกว่า ภาษาก็ยากแสนยาก หากไม่มีของจริงให้ดู ไม่มีคุณครูช่วยชี้แนะ แยกแยะคงยาก ถึงลำบากก็จะงูๆปลาๆดูไป ให้เก่งเห็นจะไม่ได้ เอาแค่พอใช้จะมีหวังไหมหนา
ก็แค่แยก "พลาสติก" ออกจาก "ปูน" เป็น ก็พอใช้แล้วง่ายๆ ครับ
คนที่ว่ายาก คือ พวกที่ชอบวิ่งอ้อมโลก เพื่อจะกลับมาที่เดิม เท่านั้นเอง
อิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิ
มาเรียนแล้วแค่ชั่วโมงเดียวก็แยกออกกันเด็ดขาด
คนไม่เรียน อีกสิบชาติก็คงจะเล่นพระเก๊ "เนื้อพลาสติก" ครับ
ผมถามเรื่องพระเครื่องอาจารย์ครั้งหนึ่งโดยที่อาจารย์บอกว่าเก๊ระดับอนุบาล
ยอมรับว่ารู้สึกผิดหวังนิดหน่อยครับ อิอิ แต่ผมคิดว่าพระเครื่ององค์นั้นคุ้มครองผมได้
อาจารย์บอกเสมอว่า"อย่าใช้หูดูพระ"ให้ใช้ตากับประสบการณ์ดูพระ
นั่นหมายความว่า "พระที่ผมให้อาจารย์ดูนั่นของแท้" แต่อาจารย์แกล้งเพื่อให้ไปหาข้อมูลด้วยตนเองให้แตกฉาน
เป็นกุศโลบายของอาจารย์นี่เอง อิอิ ใช่ไหมครับ
การคิดเข้าข้างตัวเองของผมเจ๋งไหมครับ อิอิ
และผมยังติดตามอยู่เสมอครับเข้ามาอ่านบทความของอาจารย์ตลอดเวลาที่มีโอกาส
แต่เรื่องแสดงความคิดเห็น ผมคงไม่กล้าออกความคิดเห็นในเรื่องที่ผมไม่รู้หรอกครับเลยอ่านเงียบ ๆ ตลอด
ถ้าผิดหวังกับเรื่อง "เก๊อนุบาล 3 องค์ร้อย" แค่นี้ ขอแนะนำให้เลิกเล่นจะปลอดภัยที่สุด
ถ้าเจอพระเก๊เฉียบ ที่ระดับฝีมือและราคาสูงกว่าท่านส่งมาอีก 5 ระดับ องค์ละอย่างต่ำ 5หมื่น-10ล้าน แล้วท่านคงอาจจะถึงระดับปางตายแน่ๆ
อิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิ
ที่ผมบอกว่าผิดหวังนิดหน่อยคือผมไม่ได้คาดหวังอะไรมากครับแต่ก็มีหวังเล็ก ๆ ครับ
เลยเป็นที่มาผิดหวังนิดหน่อยครับอาจารย์เพราะเป็นพระเก่าเก็บของที่บ้านผมครับ
ผมคงไม่กล้าเข้าไปในสนามพระเครื่องหรอกครับ เขี้ยวลากดินทั้งนั้น
อาศัยอ่านข้อมูลของอาจารย์ที่กรุณาแบ่งปันให้อ่าน ผมก็ได้ข้อคิดเกี่ยวกับพระเครื่องเยอะแยะมากมายครับ
ในอินเตอร์เน็ตเท่าที่ผมค้นขว้าข้อมูล มีบอร์ดของอาจารย์ที่เดียวที่บอกข้อมูลแน่น ๆ บอกวิธีคิดของเซียนพระในสนามพระ บอกจุดสังเกตุ บอกวิธีทำพระเก๊ บอกเรื่องเดินสาย บอกเรื่องเล่ห์เหลี่ยมร้านพระ คือบอกทุกอย่างเกี่ยวกับวงการพระเครื่องไทย ไ้ด้ข้อคิดมากมายรวมอยู่ในที่เดียว
ทั้ง ๆ ที่เรื่องที่อาจารย์บอกมาพวกเซียนพระมักจะปิดเป็นความลับ เพราะถือเป็นเคล็ดวิชาลับของแต่ละสำนัก อิอิ
ขอบคุณครับอาจารย์
ขอเฟสอาจารย์หน่อยได้ไหมครับ
ผมไม่ค่อยอยากได้ยินประโยค "พระเก่าเก็บ" แบบ เก๊ๆ (เพราะบรรพบุรุษไม่ยอมเรียนรู้)
เพราะผมทราบว่า มันทำให้ลูกหลานเจ็บปวดใจ
แบบเดียวกับหนังการ์ตูน "โดราเอมอน" ที่ลูกหลานของ โนบิตะ ส่งหุ่นยนต์แมวโดราเอมอน ย้อนเวลามาแก้นิสัยเสียของ โนบิตะ ที่ทำให้ลูกหลานต้องลำบาก
บอกให้เรียนก็หัวดื้อ ไม่ยอมเรียน ไม่ยอมพัฒนาตัวเอง พูดอะไรก็ทำดื้อตาใส เถึยงข้างๆคูๆ
สุดท้ายก็ลงร่องเดิม "ลูกหลาน" ลำบากใจ
เฮ้อ...... กรรมใครกรรมมัน ก็แล้วกันครับ
ผมคงจะช่วยได้แค่นี้แหละ
อิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิ
ขอบคุณอาจารย์มากครับที่กรุณาให้คำสั่งสอน
เข้ามาศึกษาครับอาจารย์ และขออนุญาตส่งพระให้ดูบ้างโดยพิจารณาจากพิมพ์เป็นหลัก ประกอบกับการดูเนื้อแบบงูๆปลา เพราะว่ายังไม่ได้เรียนโดยตรง สัญญาว่าจะไม่ส่งพร่ำเพรื่อครับ สักวันคงมีโอกาสได้ไปกราบอาจารย์ครับ ตอนนี้ขอเก็บเกี่ยวความรู้จากเวปไปก่อนครับ
หลักง่ายๆผมมีให้แล้วครับ ถ้าจับหลักจะไม่ค่อยพลาด อย่างมากก็พลาดระดับ "เก๊เฉียบ"
พวกพระเก๊ตาเปล่าทั้งหลาย ท่านจะมองข้ามไปเลย
ผมจะประเมินการเรียน และความก้าวหน้าของการเรียนตรงนี้ครับ
แต่ก็มีคนจำนวนมากพอสมควร ชอบส่ง เก๊ตาเปล่า ระดับ อนุบาล มาให้ดู
แถมบอกว่า พิจารณา "ว่าตามหลัก" แล้ว
ที่ผมไม่ทราบว่า ทำไมจึงกล้าพูดคำนี้
แล้วคิดยังไง ว่าผมคงจะแยกไม่ออก ระหว่างคนที่ตั้งใจเรียน กับคนที่ มาแบบมั่วๆ
ถ้าผมปีก (โง่) ขนาดนั้น ก็คงแนะนำอะไรใครไม่ได้หรอกครับ
อิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิ