นิตยสาร ไทม์ ฉบับวันที่ ๑๖ ธ.ค. ๕๖ ลงเรื่อง คอรัปชั่นฉาวโฉ่ของกองเรือที่ ๗ ของสหรัฐ สูญเงินไป ๒๐ ล้านเหรียญ หรือประมาณ ๖๐๐ ล้านบาท มีการสอบสวนลงโทษนายพลเรือ อ่านเรื่องราวได้ที่ http://content.time.com/time/magazine/article/0,9171,2159272,00.html
ทำให้ผมคิดถึงประเทศไทย ว่าเรามีปัญหาคอรัปชั่นมากกว่านั้นเป็นร้อยเป็นพันเท่า (คือเป็นแสนล้าน หรืออาจถึงล้านล้านบาท) และทำท่าจะขยายออกไปอีก แต่คนไทยก็นิ่งเฉยมานาน
เป็นคอรัปชั่นเชิงนโยบาย ผ่านนโยบายประชานิยม หลอกชาวบ้านว่าทำเพื่อคนจน แต่จริงๆ แล้วเป็นขบวนการหมุนเงินเข้ากระเป๋าตนเองและพวกพ้อง หรือเข้าพรรค โครงการรับจำนำข้าวเป็นตัวอย่างที่เห็นอยู่ เขาดำเนินการอย่างไม่โปร่งใสแค่ไหนเป็นที่รู้กัน พ่อค้าข้าวที่ไม่ใช่พวกเขาเจ๊งหมด
เกิดศัพท์ "เงินทอน" ของโครงการต่างๆ ใครประมูลโครงการได้ ต้องไปเจรจาเรื่องเงินทอน ตกลงกันไม่ได้ก็ไม่เซ็นผ่าน โครงการก่อสร้างบางแห่งโดนเรียกเงินทอนสูงจนผู้รับเหมารับไม่ไหว ต้องยกเลิกการประมูล จัดประมูลใหม่ด้วยราคากลางที่สูงขึ้น ผู้รับเหมารายเดิมไม่กล้าเข้าประมูล เพราะสู้เงินทอนที่สูงมากไม่ไหว
เป็นที่กล่าวขวัญกันทั่วไป ว่าในรัฐบาลทักษิณที่มียิ่งลักษณ์เป็นหุ่นเชิดนี้ อัตราเงินทอน ร้อยละ ๓๐ ขึ้นไป และผมได้ยินมาว่า ในบางกรณีเงินทอนสูงถึงร้อยละ ๗๐ ผู้มีอำนาจการเมืองมีฝ่ายคิดโครงการ เพื่อหาเงินทอน อย่าลืมว่าเรื่องแบบนี้ไม่มีหลักฐานที่จะให้จับได้นะครับ ต้องไตร่ตรองเชื่อมโยงประเด็นเอาเองจากข้อมูลที่หลากหลาย แต่ข้อมูลที่ชัดอยู่ที่โครงการรับจำนำข้าว ซึ่งจะเห็นชัดว่ารัฐบาลไม่ยอมเปิดเผยข้อมูล ให้โปร่งใส
ผมเชื่อว่า นี่คือที่มาของขบวนประท้วงของมหาประชาชนที่ออกมาขับไล่รัฐบาลทักษิณที่มียิ่งลักษณ์เป็นหุ่นเชิด เป็นเหตุผลอันดับหนึ่ง
จะเห็นว่า คนไทยไม่ได้โง่ อย่างที่คนในรัฐบาลทักษิณที่มียิ่งลักษณ์เป็นหุ่นเชิดเข้าใจ ว่าเมื่อตนชนะเลือกตั้ง จะปกครองบ้านเมืองโดยการโกงบ้านเมืองแค่ไหนก็ได้
เราจึงช่วยกันแสดงพลัง เพื่อนำไปสู่การกวาดล้างความชั่วร้ายคดโกงในวงการเมืองไทย เพื่อความเจริญก้าวหน้าของบ้านเมืองของเรา
วิจารณ์ พานิช
๑๑ ธ.ค. ๕๖