ถอดความรู้จากการสัมมนาในหัวข้อ “กิจกรรมบำบัดฝ่ายกายฯ”

     สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านค่ะ กลับมาพบกันอีกครั้งกับสัมมนาน่ารู้ในหัวข้อใหม่ “กิจกรรมบำบัดฝ่ายกายฯ” โดยอาจารย์ดอกเตอร์อนุชาติ เขื่อนนิล ได้มาให้ความรู้พวกเราและเล่าประสบการณ์ดีๆในกิจกรรมบำบัดฝ่ายกาย วันนี้ดิฉันจึงอยากจะนำความรู้และประสบการณ์ดีๆจากการฟังหัวข้อสัมมนามาแบ่งปันให้กับท่านผู้อ่านทุกท่าน หวังว่าคงยังไม่เบื่อกันนะคะ

 

อะไรคือภารกิจสำคัญของกิจกรรมบำบัดในฝ่ายกายฯ

     สำหรับกิจกรรมบำบัดในฝ่ายกายฯ นั้น นักกิจกรรมบำบัดต้องมีความรู้เกี่ยวกับทฤษฎีและกรอบอ้างอิงที่เกี่ยวข้อง และต้องเลือกนำมาใช้ให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละคน (Individualization) หากเรามีผู้ป่วยฝ่ายกายฯ เราจะต้องพิจารณาทุกบริบทของผู้ป่วย เช่น โรคทางกาย กิจกรรมการดำเนินชีวิต ปัญหาต่างๆ รวมถึงบริบทวัฒนธรรมด้วย และต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้มากที่สุด

 

ทำอย่างไรให้การรักษามีคุณภาพสมบูรณ์ที่สุด

     ประการแรก นักกิจกรรมบำบัดต้องประเมินเพื่อดูกิจกรรมการดำเนินชีวิตของผู้ป่วย เพื่อนำไปตั้งเป้าประสงค์ในการรักษาให้สอดคล้องกับชีวิตผู้ป่วยมากที่สุด มีการทำงานเป็นทีมร่วมกับผู้ป่วย และนำเข้าสู่กระบวนการรักษาทางกิจกรรมบำบัด นอกจากนี้การประเมินซ้ำก็เป็นสิ่งสำคัญเพื่อดูความก้าวหน้าและความสามารถในการทำกิจกรรมของผู้ป่วย

 

จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาสในการทำงาน??

จุดแข็ง – กิจกรรมบำบัดฝ่ายการมีการนำความรู้จากหลายฝ่ายมาใช้ ทั้งอุปกรณ์และการวิเคราะห์กิจกรรมเพื่อนำมาใช้ในการรักษา โดยเน้นไปที่ real life activity

จุดอ่อน – เรามีการทำงานร่วมกับนักกายภาพบำบัด ทำให้มีการแสดงบทบาทที่ไม่ชัดเจนระหว่างสองวิชาชีพ สำหรับนักกิจกรรมบำบัดที่เน้น purposeful activity เราจึงควรแสดงบทบาทให้ชัดเจน แต่ก็สามารถแชร์ความรู้ซึ่งกันและกันได้

โอกาสในการทำงาน – เรามีผู้ป่วยเยอะ ได้เห็นคนไข้จริงๆ ทำให้มีโอกาสเก็บเกี่ยวประสบการณ์มากมาย

 

กลยุทธ์สำคัญในกิจกรรมบำบัดฝ่ายกายฯคือ

     สำหรับกลยุทธ์สำคัญในกิจกรรมบำบัดฝ่ายกายฯคือการพิจารณาไปที่ ความต้องการของผู้ป่วย กิจกรรมการดำเนินชีวิตที่เป็นกิจกรรมที่มีความหมายกับผู้ป่วย และให้ผู้ป่วยได้มีส่วนร่วมในกระบวนการทางกิจกรรมบำบัด เช่น การวางแผนการรักษา เป็นต้น

 

ความแตกต่างของกิจกรรมบำบัด MU – CMU

     การเรียนการสอนของทั้งสองมหาวิทยาลัยนั้นคล้ายๆกัน เพียงแต่เราต้องเรียนรู้บริบทวัฒนธรรมของผู้ป่วยแต่ละคน จากนั้นนำมาปรับและนำมาใช้ให้เหมาะสมจะทำให้เราสามารถทำงานได้ทุกที่ อีกทั้งเราควรหลีกเลี่ยงการทำงานที่เป็นกิจวัตร แต่ควรพิจารณาจากผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง

 

คุณอยากเห็นกิจกรรมบำบัดฝ่ายกายฯเป็นอย่างไรในอนาคต

     ความสามารถและบริบทชีวิตของผู้ป่วยนั้นมีความสำคัญมากกว่าการประเมินที่ได้เป็นตัวเลข เพราะเป็นอะไรที่เป็นชีวิตจริงของผู้ป่วย เป็น Outcome ที่เราสามารถเห็นได้ชัดเจน เพราะฉะนั้นเราต้องมีการทำงานร่วมกัน ให้ผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง โฟกัสไปที่ real life occupation และ quality of life skill

     ในอนาคตอยากให้นักกิจกรรมบำบัดทุกคนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ วิเคราะห์กิจกรรมจาก Real life context & occupation เลือกกิจกรรมให้เหมาะกับผู้ป่วยที่สุด

 

คุณมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับการเปิด AEC

     เราต้องมีการติดต่อสื่อสารร่วมกับประเทศอื่นเพื่อทำงานร่วมกัน เป็นการเปิดโอกาสให้เราสามารถไปทำงานในต่างประเทศและได้เรียนรู้วัฒนธรรมของชาติอื่นๆ ภาษาก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ เราจึงต้องพัฒนาตนเองให้สามารถสื่อสารและทำงานกับผู้อื่นได้

 

ขอขอบคุณคณาจารย์กิจกรรมบำบัดมหาวิทยาลัยมหิดล

อ.ดร. อนุชาติ เขื่อนนิล

อ.ดร. ศุภลักษณ์ เข็มทอง

            

สำหรับดิฉันแล้วกิจกรรมบำบัดฝ่ายกายฯ เป็นฝ่ายที่ดิฉันชอบมากที่สุด เพราะสามารถจับต้องได้ เห็นปัญหาชัดเจน สามารถวิเคราะห์กิจกรรมการรักษาได้หลากหลาย การสัมมนาในครั้งนี้จึงน่าสนใจมาก หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้อ่านทุกท่านนะคะ

จิ๊บ พัชรี

 

ENGLISH VERSION OF KNOWLEDGE TRANSLATION: OCCUPATIONAL THERAPY IN PHYSICAL DYSFUNCTION CLIENT >> CLICK >> http://www.gotoknow.org/posts/558948