ต้อนรับเช้าวันใหม่ด้วยเสียงนกร้องขับขาน ดังเช่นนาฬิกาปลุกของธรรมชาติ พระอาทิตย์เริ่มฉายแสงไกลๆจากขอบฟ้า
วันนี้ผู้เขียนตื่นนอนตั้งแต่ 5.15 น. สิ่งที่ได้พบคือมีเพื่อนตื่นมาแล้ว 1 คน สงสัยเมื่อวานนอนเร็ว กำลังทำภารกิจส่วนตัวอยู่ครับ ในส่วนนี้เราจะไม่ยุ่ง ^o^ ผู้เขียนก็อาบน้ำแต่งตัวไปตามปกติ แต่มีสิ่งที่ผิดปกติคือกิจกรรมในตอนเช้านี้
เนื่องจากเมื่อวานทุกคนตั้งใจทำงานกันจนดึกมาก และสะสมความอ่อนเพลียเหนื่อยล้ามาจากช่วงกลางวัน ดังนั้นทุกคนจึงขอไม่ตื่นเช้า เพื่อจะได้นอนหลับพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ ฟื้นฟูสภาพร่างกายที่อ่อนแรงเต็มที ผู้เขียนก็เลยเสนอตัวดูเรื่องอาหารเช้าให้เอง ดังนั้นอาหารเช้าในวันนี้จะไม่เหมือนวันอื่น =w=b การที่จะได้อาหารเช้าในวันนี้มานั้นค่อนข้างออกแนวผจญภัยล่าขุมทรัพย์สุดขอบฟ้าหน่อย เพราะมีเรื่องตื่นเต้นที่จะเล่าให้ฟัง แต่ถ้าทราบแล้วก็คงไม่รู้สึกว่าแปลกอะไร
เริ่มแรกจุด Start อยู่ที่บ้านผู้ใหญ่บ้านออกเดินทางโดยปั่นจักรยานคู่ใจไป ความตื่นเต้นแรกก็เริ่มขึ้น จักรยานฝืดมาก ต้องใช้แรงมากกว่าปกติในการปั่น ทำให้จักรยานเคลื่อนตัวช้ากว่าปกติ เป็นแบบนี้จะไปซื้ออาหารเช้าให้เพื่อนๆไม่ทันกัน ท้องฟ้าในตอนนั้นยังไม่สว่างมาก 2 ข้างทางก็มีต้นไม้สูงใหญ่ ตั้งหน้าตั้งตาปั่นไปเรื่อยๆจนถึงปากซอย เราก็ได้พบปราการด่านแรกคือ (สุนัข)เจ้าถิ่นที่ยืนมองอยู่ เหมือนจะพยายามไม่ให้เราผ่านไป แต่อย่างไรก็ตาม ต้องฝ่าไปให้ได้ ผมก็ค่อยๆปั่นจักรยานต่อไป ชำเลืองตามองเจ้าถิ่นอยู่ห่างๆ พอปั่นเลยไปได้สักพัก เจ้าถิ่นเริ่มเคลื่อนไหว ทิศทางการเดินมุ่งมาทางจักรยานของผู้เขียน นั่นแหล่ะครับปัญหาเกิด ด้วยความที่มีประสบการณ์ในเรื่องแบบนี้ก็เลยโฟกัสแรงทั้งหมดไปไว้ที่ขาทั้ง 2 ข้างแล้วปั่นเต็มที่ ศึกประลองความเร็วก็ได้เริ่มต้นขึ้น ปั่นไปได้ประมาณ 50 เมตร เจ้าถิ่นก็ล่าถอยกลับไป ยังไม่ได้แม้แต่จะส่งเสียงร้องเลย ซึ่งก็เหมือนที่เรารู้ๆกันว่าถ้าเลยถิ่นของมันแล้ว สุนัขก็มักจะไม่ไล่ต่อ ความสงบสุขกลับมาสู่เราอีกครั้ง ปั่นไปได้ประมาณ 15 นาทีก็มาถึงสถานที่เป้าหมาย ก็คือตลาดป้าปุ๊ย แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น ต้องขอแวะเข้าร้านที่อยู่ใกล้บ้านหลายๆคนคือ
7-11 นั่นเอง ซื้อของเล็กๆน้อยๆ เสบียงตอนทำงาน เป็นต้น แล้วจึงปั่นเข้าไปในตลาดต่อ ยังพบเจ้าถิ่นอยู่หลายตัวแต่คราวนี้ไม่ได้ไล่ สงสัยฟ้าเริ่มสว่างก็เลยสังเกตเห็นผู้คนได้มากขึ้น จนสุดท้ายก็มาถึงเป้าหมาย
แต่น แต๊น... ร้านขายโจ๊กนั่นเอง ถุงละ 10 บาทเอง มีเครื่องอยู่ 4 อย่างคือ หมู ไข่ ผักชี และก็ขิง คุณตาขายทุกเช้าเลย ประมาณ 5.00-6.00 น. ก็มาตั้งร้านแล้ว ยกเว้นพรุ่งนี้ที่จะหยุดเพราะต้องไปต่างจังหวัด น่าเสียดายจัง พอซื้อโจ๊กมาเป็นอาหารเช้าให้ทุกคน(ที่จะกิน)เสร็จเรียบร้อยก็เดินทางกลับ ขากลับนี่สบ๊ายสบายไม่มีไล่สักตัวเดียว
พอมาถึงบ้านก็จัดเตรียมอาหารเช้าให้ทุกคน
(ยังไม่เทอ่ะ เดี๋ยวแมลงวันตอม)
เวลาผ่านไป แต่ละคนก็ค่อยๆทยอยตื่น แต่ละคนเตรียมตัวทำงานที่ได้รับมอบหมายไว้ บางส่วนจะยังลงสำรวจชุมชนอยู่ บางส่วนจะไปประสานงานที่รพ.พระปกเกล้า บางส่วนนั่งพิมพ์งานอยู่ที่บ้าน
เวลาประมาณ 8.00 น. กลุ่มที่ต้องไปสำรวจชุมชนก็เตรียมตัวกันจะเสร็จแล้ว กินข้าวเรียบร้อย พร้อมลุย =w=V
สักพักพี่เรณูก็มาหาพวกเราที่บ้าน ตรวจสอบรายชื่อคนไข้ที่ยังเหลืออยู่ว่าตรงกับของพวกเราไหม และประสานงานกับอสม.คนอื่นที่สามารถสละเวลามาช่วยพวกเราได้ (active มากครับ ต้องขอของขวัญอะไรสักอย่างเป็นการตอบแทนซะแล้วสิ)
(อสม.กำลังเสริม =w=b)
กลุ่มที่ไปสำรวจชุมชนก็นั่งรถมอเตอร์ไซค์ไปกับพี่อสม.ลงตามบ้านเลย เรียกได้ว่าเชิงรุกอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาเดินหรือปั่นจักรยานซึ่งใช้เวลามากกว่า และเสี่ยงถูกสุนัขไล่กัดมากกว่าอีกด้วย (การทำงานในตอนนี้ต้องแข่งกับเวลามากๆ) กลุ่มเราไปกันทั้งหมด 4 คน ผลการสำรวจชุมชนครั้งนี้คือผู้ป่วยอยู่บ้านกันน้อยมากๆ ทำให้ใช้เวลาสำรวจไม่นานนักก็กลับบ้าน แต่ว่าไม่ต้องกังวลครับ พรุ่งนี้พวกเราก็จะไปต่อกันอีก เพื่อให้ครอบคลุมให้ได้มากที่สุดครับ =w=b
กลุ่มที่พิมพ์งานก็อยู่กับบ้าน และมีงานเสริมคือทำแผนที่เดินดินด้วย ซึ่งต้องใช้เวลามากเหมือนกัน ทั้งการวาดถนนและตัวบ้าน ลง scale ให้ใกล้เคียงของจริงให้มากที่สุด มีครัวเรือนตั้งหลายพันหลัง ต้องลงรายละเอียดในบ้านที่มีผู้ป่วยโรคเบาหวานด้วย และยังต้องตกแต่งให้สวยงามด้วย ถือว่าค่อนข้างกดดันมากเลยทีเดียวครับ ขอนับถือคนที่ทำงานตรงนี้มากครับ =w=b กลุ่มเราทำกันอยู่ทั้งหมด 2 คน (ทั้งที่งานหนักแต่คนน้อย =_=“) แต่ถ้าพวกที่ทำงานในส่วนที่ได้รับมอบหมายเสร็จแล้ว ก็ให้รีบกลับมาช่วยคนที่ทำงานในส่วนนี้ครับ ฉะนั้นไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะไม่มีคนช่วย =w=b
กลุ่มที่ต้องไปประสานงานกับรพ.พระปกเกล้าก็ออกเดินทางในเวลา 9.00 น. ซึ่งเราจำเป็นต้องไปแวะที่รพ.แหลมสิงห์ก่อนเพื่อตรวจสอบข้อมูลที่ไม่ตรงกันระหว่างผลการรายงานของรพ.แหลมสิงห์กับผลจากการสำรวจชุมชนโดยการตรวจสอบที่บัตรประจำตัวผู้ป่วยนอกหรือ OPD card (Out-patient Department card) ว่ามีการบันทึกผลการวินิจฉัยอย่างไร มีอะไรเป็นตัวยืนยันการวินิจฉัย และการรักษาที่ได้รับคืออะไร ก็พอที่จะบอกได้ว่าคนไข้คนนี้เป็นโรคอะไร ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะไม่ตรงกับกับผลการรายงาน คือผู้ป่วยไม่ได้เป็นโรคเบาหวานจริง เป็นความบกพร่องของระบบซึ่งผอ.วีระได้รับทราบแล้ว ขออนุญาตถ่ายเอกสารงานต่างๆของเราที่จำเป็นต้องใช้ในกิจกรรมของเรา เช่น ใบเชิญผู้ป่วย สมุดแนะนำการปฏิบัติตัว เป็นต้น นอกจากนี้ยังต้องไปที่แผนกผู้ป่วยนอกเพื่อรับป้ายไวนิลเกี่ยวกับโรคเบาหวาน ใช้ให้ความรู้กับผู้ป่วย และแผนกโภชนาการเพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับปริมาณน้ำตาลในแต่ละอาหาร รวมถึงฟิวเจอร์บอร์ดจัดนิทรรศการต่างๆ ซึ่งจะเป็นส่วนประกอบในงานของเรา เพราะแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดนี้เป็นตัวที่ติดข้อความให้ความรู้ต่างๆไว้ มีบางบอร์ดไว้สำหรับเล่นเกมทำกิจกรรมด้วย ขอขอบคุณพี่ๆทุกคนมา ณ ที่นี้ด้วยครับ ถ้าไม่ได้พี่ๆที่รพ.แหลมสิงห์ พวกเราก็คงทำกิจกรรมในชุมชนได้ไม่ทันแน่ๆ เมื่อเสร็จงานที่รพ.แหลมสิงห์ประมาณ 11.10 น. พวกเราก็มุ่งหน้าเดินทางไปรพ.พระปกเกล้าไปอย่างเร่งรีบ เพราะอ.อุไรต้องเข้าประชุมเวลา 13.00 น.
จากที่ได้อ่านการทำงานของพวกเรามาทั้งหมด จะเห็นว่าต้องทำงานหลายๆอย่างพร้อมกัน และแต่ละอย่างไม่ได้ใช้เวลาน้อยๆเลย กำหนดเวลาก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ งานของพวกเราก็ไม่รู้จะเสร็จตอนไหนแต่ก็ต้องรีบปั่นงานกันต่อไป ผลสรุปของงานครั้งนี้ของพวกเราจะเป็นเช่นไร ต้องคอยติดตามกันในตอนต่อไปเรื่อยๆนะครับ มีจุดเริ่มก็ต้องมีจุดจบแค่จะจบสวยหรือจบแย่ ขึ้นกับระหว่างทางที่เราเลือกเดิน สำหรับช่วงนี้ สวัสดีครับ
by Kiba-kun










เวลามีเท่านี้ งานตั้งเท่านี้
กลุ่มคงต้องมีวิธีการบริหารจัดการและ
ทำงานเป็นทีมร่วมกับ อสม. และชุมชน
ทำงานเป็นทีมกับพี่อสม.ถือว่าประสบความสำเร็จครับ แต่กับชุมชนนี่สิครับ สำเร็จแค่ผู้ใหญ่บ้าน T^T ประชาชนยังไม่ค่อยให้ความร่วมมือเท่าที่ควร