หลังจากผ่านงานหนักๆตอนเช้าและบ่ายกันมาทั้งวันแล้ว คงอยากจะพักผ่อนกันแล้วใช่มั้ยล่ะพวกเรา งั้นจัดเลย

ค่ำคืนนี้เป็นค่ำคืนรวมญาติครับ พูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร ก็เพราะวันนี้พวกเราจะไปกินอาหารเย็นที่ริมทะเลกับใครบางคนที่พิเศษสุดๆเลยล่ะครับ =w= อยากรู้กันแล้วใช่มั้ยล่ะครับ งั้นไปติดตามชมกันเลย

ท้องฟ้าที่มืดมิด กับแสงจันทร์เสี้ยวที่ส่องมาจากฟากฟ้าได้เพียงเล็กน้อย ทำให้ถนนหนทางตอนกลางคืนนั้นมืดมาก ขนาดกลุ่มเราใช้รถยนต์ในการเดินทางยังเดินทางได้ค่อนข้างลำบากเลย แต่พอไปถึงถนนที่มีไฟริมทาง ทัศนวิสัยก็กลับมาดีขึ้น ทำให้เห็นสิ่งต่างๆข้างหน้ารถของพวกเราได้มากขึ้น สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่บอกว่าการเดินทางตอนกลางคืนในเส้นทางที่ไม่มีแสงไฟส่องถึงนั้น นอกจากจะลำบากแล้ว ทัศนวิสัยที่ลดลงจะทำให้ทราบถึงอันตรายรอบตัวเราได้น้อยลงด้วยเช่นกัน ผู้ที่เดินทางตอนกลางคืนควรมีคติพจน์นี้ไว้ในใจนะครับ =w=b

ขับรถออกจากบ้านไปได้ 15 นาทีก็ถึงร้านอาหารแล้ว เป็นร้านริมทะเลสวยๆครับ บรรยากาศดีมาก นั่นคือร้าน “New ทิวสน” นั่นเอง อาหารส่วนใหญ่ก็ตามสถานที่อ่ะครับ อยู่ริมทะเลก็ต้องมีอาหารทะเลอยู่แล้ว แต่อาหารประเภทอื่นก็มีครับ เนื้อหมู เนื้อไก่ ฯลฯ (ไม่ได้ถ่ายรูปหน้าร้านมาครับ =_=“)

ใครบางคนที่พิเศษสุดๆของพวกเราก็คือ

แต่น แต๊น… เพื่อนๆอีกกลุ่มนึงของพวกเราเอง กลุ่มวช.คลองน้ำเค็มนั่นเอง พอดีนัดกันมากินอาหารทะเลด้วยกัน ซึ่งเป็นแผนการที่จะทำกันตั้งแต่ก่อนจะมาออกขุมชนกันแล้วครับ บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและสนุกสนาน เหมือนไม่ได้เจอกันมาเป็นปี =w=b ไปเดินเล่นกันที่ทะเลริมร้าน นั่งคุยกันที่โต๊ะอาหาร ท่ามกลางอาหารที่แสนอร่อย ไม่ว่าจะเป็นปีกไก่ทอด กั้งทอด ต้มยำทะเลน้ำข้น ผัดเปรี้ยวหวานเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ปลาทอด ฯลฯ เยอะมากจนจำไม่ได้กันเลยทีเดียว กินกันไม่ได้จำเลย lol แม้ตัวยังไกลแต่ใจก็ยังใกล้กันอยู่ พูดแบบนี้ทำให้ผู้เขียนนึกถึงเพื่อนสนิทของตนเองเลยนะเนี่ย TwT ชักอยากกลับบ้านไปหาแล้วสิ lol แต่เอาไว้หลังกลับจากการออกชุมชนก่อนนะครับ =w=b จะทอดทิ้งชุมชนแห่งนี้ไม่ได้เด็ดขาด ชุมชนที่สอนหลายๆอย่างให้กับพวกเรา ชุมชนที่ทำให้พวกเราได้อยู่ร่วมกัน ชุมชนที่ทำให้พวกเรารู้จักทำงานร่วมกับผู้อื่น ชุมชนปากน้ำแหลมสิงห์นี่แหล่ะครับ =w=b

 

หลังจากกินอาหารกันจนอิ่มแปร้แล้ว (บางคนอาจจะยังไม่พอ lol) บรรยากาศก็ยังคงครึกครื้นอยู่ ไม่มีหยุดปากกันเลย ค่าอาหารอย่าไปคิดถึงมันครับ เงินไม่ใช่สิ่งที่จะมาขวางกั้นความสัมพันธ์ของพวกเราครับ (ไม่ใช่มีเงินเยอะแล้วกินหรูนะครับ คิดซะว่ามาซื้อบรรยากาศมากกว่าครับ) หลังจากแยกย้ายกันออกจากร้านแล้ว ท่านคงคิดว่าพวกเราจะกลับที่พักของตนเองใช่มั้ยครับ หึหึ... ผิดแล้วล่ะครับ แน่นอนว่าไปหาที่คุยกันต่อ ที่นั่นก็คือที่บ้านพักของเรานั่นเอง บ้านของผู้ใหญ่บ้าน บริเวณข้างบ้านจะมีศาลาเล็กๆอยู่ พอใช้เป็นที่นั่งพูดคุยกันได้ นั่งคุยกันประมาณ 10-20 นาที ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ พูดคุยหยอกล้อกันตามประสาเพื่อน บอกลากันด้วยความอบอุ่นและกลับที่พักโดยสวัสดิภาพ บรรยากาศแบบนี้ในช่วงเวลาแบบนี้ วัยแบบนี้ไม่ได้มีกันได้บ่อยๆ เป็นอีก 1 ประสบการณ์และความทรงจำที่ดีที่จะตราตรึงพวกเราตลอดไป

หลังจากบรรยากาศแห่งความอบอุ่นได้ผ่านพ้นไป ก็กลับมาบรรยากาศที่ตึงเครียดอีกครั้ง แต่คงไม่เท่ากับก่อนที่จะได้มาเจอเพื่อนๆ งานที่ยังรอพวกเราอยู่เป็นกระตั้งพร้อมที่จะล้มทับใส่เราได้ทุกเมื่อที่ท้อถอย

เพื่อนคนไหนไม่ไหวก็ขอนอนพักก่อน คนไหนไหวก็ทำงานกันต่อไป งานในคืนนี้ก็พิมพ์แบบสอบถามเพิ่มเติมเพื่อใช้ในการสำรวจชุมชนมากขึ้น จัดทำใบเชิญผู้ป่วยโรคเบาหวานมาร่วมกิจกรรมในวันที่ 12 ม.ค. 57 รวบรวมข้อมูลแบบสอบถามที่ได้ไปสอบถามมาว่าคนไข้เรามีความเสี่ยงอะไรบ้างในพฤติกรรมสุขภาพ 3อ 2ส ส่วนการประเมิน Stage of change นั้นจะให้ผู้สัมภาษณ์เป็นคนประเมินเองโดยลงรายละเอียดไปในแบบสอบถามต่างหาก และลงรายละเอียดแผนที่เดินดินเท่าที่เป็นไปได้ ตอนแรกคิดว่าจะทำแผนที่เดินดินคร่าวๆกันในวันนี้ แต่ความอ่อนล้ามันก็ชนะพวกเราไปจนได้ ทุกคนพร้อมใจกันนอนพัก ไม่ให้นอนดึกมาก เพื่อให้ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ พร้อมรับศึกในวันรุ่งขึ้น สำหรับคืนนี้ผู้เขียนก็ง่วงนอนเช่นกัน ขอตัวไปนอนหลับฝันดีก่อนนะครับทุกคน ราตรีสวัสดิ์ครับ

「วันพรุ่งนี้จะมีอะไรถาโถมใส่พวกเราอีกนะ x_x」

by Kiba-kun