๔๑๖. อดีต...

อดีต...

 

 

       ภาพ ๆ นี้ เป็นภาพในอดีตที่ผ่านมาเมื่อ ๑๔ ปีที่แล้ว...เวลาฉัน

ได้เห็นภาพนี้คราวใด...มันทำให้ฉันได้นึกถึงอดีต ๆ ของฉัน หลายเรื่องราว

ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต มีทั้งสุข มีทั้งทุกข์บ้าง ฉันก็ยังอดนึกเข้าข้างตัวฉันเอง

ไม่ได้ว่า...เมื่อเปรียบเทียบ สุข - ทุกข์ในตัวฉัน ๆ คิดว่าตนเองมีทุกข์น้อย

หรือเป็นเพราะว่า...ฉันไม่ค่อยคิดเรื่องทุกข์...ฉันปล่อยวางมัน ไม่เก็บมาคิด

เพราะถ้าคิดแล้วฉันก็จะไม่มีความสุข...(ชีวิตของฉันตั้งแต่เริ่มบรรจุเข้ารับ

ราชการมา ปี ๒๕๓๑...ฉันเดินทางตลอด...ไกลบ้าน ไกลครอบครัว...

มา ณ บัดนี้ ๒๖ ปีแล้ว...ก็ยังต้องเดินทาง...มีใครบ้างล่ะที่เหมือนกับฉัน

ตอนอายุยังไม่มากก็ดีอยู่หรอก...แต่มา ณ ปัจจุบัน สังขารเริ่มบ่งบอกว่า...

จะไม่ไหวแล้วนะจ๊ะ :):)...)

 

     ฉันเคยคุยกับพ่อบ้าน...เกี่ยวกับเรื่องปล่อยวาง...พ่อบ้านยังบอกฉันว่า

ฉันทำได้ดีเพราะวันหนึ่ง ๆ ฉันไม่ค่อยนึกหรือคิดแต่สิ่งที่ทำให้จิตใจเศร้าหมอง

เพราะมันจะทำให้เกิดทุกข์...ฉันคิดแต่ว่า...มันเป็นธรรมดาของโลกมนุษย์

ซึ่งพ่อบ้านยังบอกฉันว่า "ยังทำตัวไม่ได้เหมือนฉัน"...ฉันชอบคิดต่อว่า...

และบอกพ่อบ้านว่า..."อาจเป็นบุญเก่าที่สะสมมากระมังว่าภพก่อนชาติก่อน

ฉันเคยปฏิบัติธรรมมา จึงทำให้พอมาชาตินี้ ฉันจึงปฏิบัติธรรมต่อและก็ทำให้

ปล่อยวางได้"...เป็นการฝึกการปฏิบัติธรรมไปในตัว...พ่อบ้านก็ตอบว่า...

"อาจใช่" เพราะวันหนึ่ง ไม่เห็นฉันมีสีหน้าที่เป็นทุกข์ ผิดกับตัวของพ่อบ้านเอง

      ฉันห่วง ฉันก็เลยบอกว่า...อายุเราก็เท่านี้แล้ว หัดปฏิบัติในการ "ปล่อยวาง"

เสียบ้าง เพราะไม่เช่นนั้น เราคิดอยู่คนเดียว คนอื่นไม่ได้มาคิดกับเราด้วย

เราก็จะเกิดทุกข์ใจอยู่คนเดียว...เป็นอันว่า...กลายเป็นฉันต้องไปสอนพ่อบ้าน

ด้วยอีกคน คริ ๆ ๆ...ซึ่งพ่อบ้านบอกว่า..."ทำยาก...แต่ก็จะลองทำดู"

ทำให้ฉันเกิดความเชื่อในตัวของฉันเองว่า..."คนเรานี้เกิดมาช่างไม่เหมือนกัน

เสียจริง ๆ ไม่ว่าเรื่องใด ๆ"...มันอาจจะสะสมบุญมาอย่างที่ฉันคิดในตอนต้น

ก็ได้...คนเราถ้าไม่มีบุญเก่า กรรมเก่าดีติดตัวมา พอมาชาตินี้ก็คงปฏิบัติธรรม

ต่อไม่ได้หรอก...ฉันมีความเชื่อแบบนั้น...จึงทำให้ฉันไม่ค่อยคิดมาก หรือ

คิดเล็ก คิดน้อย ไม่ได้ไม่ดีก็เก็บไปคิด...

      แต่ที่คิดทุกวันนี้ น่าจะเป็นเรื่องงานมากกว่า...คิดพัฒนา คิดแก้ปัญหา

บางครั้งถ้าคิดมากไม่ไหว ก็ขอนอนพักผ่อนก่อน เพราะไม่ไหวจริง ๆ...

แต่พอถึงคราวนอนหลับ พอหัวถึงหมอนฉันกำหนดจิตให้หลับก็หลับง่าย ๆ

ไม่ถึง ๕ นาทีเลย...เล่นเอาเพื่อน ๆ ที่เคยนอนกับฉันหรือแม้แต่พ่อบ้าน

ยังบอกว่า ไม่ถึง ๓ นาที ฉันคร้อกฟี้ ๆ ๆ  ไปแล้ว...นี่กระมัง!!! ที่ใคร ๆ 

ชอบบอกว่า..."คนหลับง่ายเป็นคนมีบุญ"...ใช่หรือเปล่า? ก็ไม่รู้ คริ ๆ ๆ...

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าของ "บุษยมาศ"



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

นึกถึงความทรงจำดีๆในอดีต ทำให้เรามีความสุขค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะ ครูอร :):)

เขียนเมื่อ 

ขอขอบคุณสำหรับดอกไม้กำลังใจจากทุก ๆ ท่านค่ะ :):)

เขียนเมื่อ 

ใช่แล้วครับ ผู้ที่นอนหลับสนิทและหลับง่ายเป็นผู้มีบุญวาสนา กุศลมูลเดิมมาจากชาติปางปก่อนจริงๆๆ ผมก็เชื่อ..กำลังศึกษาปฏิบัติธรรมอยู่เช่นกันครับ