เข้าสู่ช่วงเย็นในวันที่ 4 ม.ค. 57 ของพวกเรากันนะครับ เวลาก็ประมาณ 17.00 น.
วันนี้พวกเราจะทำอาหารเย็นกินกันเองเหมือนเดิม (แค่ชื่อกระทู้ก็บอกแล้วเน๊าะ) แต่วัตถุดิบบางส่วนของเราได้ร่อยหรอลงไปกับศึกกระทะเหล็กเมื่อคราวก่อน ดังนั้นสิ่งที่พวกเราจะทำคือ "ออกไปจ่ายตลาดกัน!!!" Q(^_^ ) โดยไปกันแค่ 3 คน (เหงาเหมือนกันนะ ปกติไปไหนไปกันทั้งกลุ่ม lol) ปั่นจักรยานไปซื้อของที่ตลาด ส่วนที่เหลือก็เตรียมของทำครัวและวัตถุดิบอื่นๆที่ยังเหลืออยู่เพื่อให้พร้อมรับกับการมาเยือนของวัตถุดิบอันสดใหม่ ส่งจากตลาดถึงมือคุณเลย
เดินซื้อของกันอย่างขะมักเขม้นเลยทีเดียว วันนี้ผู้คนพลุกพล่านมากเพราะว่าเป็นวันเสาร์ จะมีตลาดนัดมากกว่าในวันธรรมดา มีของขายมากขึ้นด้วย หวานหมูพวกเราเลย สิ่งที่จะไปซื้อกันส่วนใหญ่จะเป็นผัก เพราะแต่ละมื้อจะกินผักกันมากกว่าครึ่ง (ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพ 3อ 2ส สุดๆ (^-^)/) แต่ด้วยวันนี้ที่เปรียบเสมือนเป็นวันพิเศษของตลาดนัด มันก็ต้องมีนอกเหนือ อ.อาหารกันบ้าง ฮะๆ เช่น ซื้อซูชิ แซนด์วิชทอด ขนมปังสังขยา ไก่อบสมุนไพร เป็นต้น ชักอยากรู้แล้วสิว่าอาหารเย็นของเราจะเป็นอย่างไรบ้าง
นี่เป็นของที่พวกเราซื้อมา
มีมะนาว ผักบุ้ง หัวไชเท้า แครอท ไข่ไก่ และก็กุ้ง
อาหารที่ส่งเข้าประกวดวันนี้คือ
1. ผัดกะเพราหมู
2. แกงส้มเห็ดนางฟ้า
หน้าตาและรสชาติจะเป็นอย่างไรกันนั้น คงต้องติดตามชมไปด้วยกันแล้วล่ะครับ
(ภาพอาจไม่สวยเหมือนคราวก่อน เพราะวันนี้ตากล้องของเราไปช่วยเป็นลูกมือทำครัวด้วย Team work ต้องมาก่อน สุดยอดจริงๆ =w=b)
แต่น แต๊น... อาหารเสร็จแล้ว
เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ และเมนูพิเศษของวันนี้ก็คือไก่อบสมุนไพร คงอร่อยไม่น้อยเลยนะครับ
(กองทัพต้องเดินด้วยท้องจริงๆ ^_^)
(เรียบ... คงหิวกันจริงๆน่ะแหล่ะครับ)
หลังกินอาหารเย็นเสร็จ ล้างจาน ปัดกวาดเช็ดถู และเรียงคิวกันอาบน้ำ สิ่งที่จะทำต่อไปไม่ใช่การเข้านอนแต่เป็นการทำงานเดิมต่อ และเริ่มต้นงานใหม่ที่ประชุมกันในตอนบ่าย โดยกลุ่มเราคิดว่าควรเริ่มการชักชวนผู้คนในชุมชนก่อน ซึ่งจะใช้ใบปลิวไปแจกตามบ้านต่างๆในระแวกนั้นเพื่อให้ทราบเรื่องการตรวจคัดกรองเบาหวานของพวกเรา โดยมีเป้าหมายคือสามารถตรวจคัดกรองได้อย่างน้อย 90%
หน้าตาใบปลิวก็เป็นแบบนี้ครับ
ส่วนงานเดิมก็คือทำรูปเล่มโครงการและรายงานของชุมชน ทุกคนช่วยกันทำงานอย่างแข็งขัน สมแล้วที่เป็นทีมของพวกเรา Team work 10/10 =w=b 4 ทุ่ม 5 ทุ่มก็ไม่หวั่น เพื่อให้คนในชุมชนปากน้ำแหลมสิงห์มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง พวกเราพร้อมลุยงานเต็มที่ใจเกินร้อย ^0^/
และขอแนะนำสมาชิกใหม่ของบ้านเรา
เจ้าเหมียวน้อย ที่เมื่อตอนเช้าตรู่ก็ขึ้นมาบนห้องนอน สงสัยอยากมาอยู่กับพวกเราแน่เลย ยินดีต้อนรับจ้า Welcome ようこそ~
สำหรับค่ำคืนนี้ขอจบการเล่าสู่กันฟังเพียงเท่านี้นะครับ ช่วยเป็นอีก 1 หนึ่งกำลังใจให้พวกเราด้วยนะครับ =w=/
「พรุ่งนี้จะมีเรื่องราวที่ตื่นเต้นอะไรเกิดขึ้นกับพวกเราอีกน้า~」
by Kiba-kun


















ชื่นชม และเป็นกำลังใจค่ะ
การจัดรณรงค์เพื่อคัดกรองเป็นสองจุด
มีจุดเด่นอย่างไร? มีอะไรเป็นข้อควรระวัง?
จะทำให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งได้อย่างไร?
ใครคือกลุ่มเสี่ยงสำคัญ?
ใครคือคนที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการ?
.....บ้านผู้ใหญ่ และบ้าน อสม. คงคึกคลืนดีมากๆ นะคะ ทานข้าว น่าอร่อยม๊ากมากค่ะ :)
ขอตอบอาจารย์สมบูรณ์ทีละข้อนะครับ
1. จุดเด่น คือ คนในชุมชนสามารถเข้าถึงจุดที่เราให้บริการได้ง่ายกว่าการจัดรณรงค์แค่จุดๆเดียว และจุดที่เราให้บริการเป็นของบุคคลที่มีบทบาททางสังคมของชุมชนนี้ ดังนั้นการเดินทางมาหาจุดที่เราให้บริการไม่น่าจะเข้าถึงยาก
2. ข้อควรระวัง แน่นอนว่าการที่บอกแต่ชื่อสถานที่แต่ไม่บอกพิกัดหรือบอกถึงตำแหน่งหรือสัญลักษณ์ที่แน่นอนบนแผนที่ให้คนดู ย่อมเกิดการเข้าใจผิดหรือไม่รู้ได้ง่าย ดังนั้นจึงต้องระวังว่าผู้ที่จะมารับบริการของเราจะมาไม่ถึงจุดที่เราให้บริการ รวมถึงการแจกเป็นใบปลิวแบบนี้ มีโอกาสที่จะ miss case ได้ง่ายถ้าไม่อยู่ในจุดที่ผู้คนสังเกตได้ ไม่ถึงมือผู้คนในชุมชน หรือแม้กระทั่งการไม่รับใบปลิวของเราเลย ซึ่งทุกอย่างจะส่งผลให้การตรวจคัดกรองของเราครอบคลุมไม่เพียงพอ
3. วิธีแก้ พวกเราคิดว่าหลังจากที่เราทำการตรวจคัดกรองตามจุดต่างๆแล้วยังไม่ถึงเป้าหมาย จะทำการลงเยี่ยมบ้านในจุดที่ยังไม่ได้มารับบริการจากเรา เพราะเค้าอาจมีปัญหาที่ทำให้มาหาเราไม่ได้ ดังนั้นเราจึงไปหาเค้าแทน
4. กลุ่มเสี่ยงที่สำคัญคือคนวัยทำงาน คนอายุ 30 ปลายๆจนถึง 50 หรือ 60 ปี มีโอกาสที่จะเสี่ยงเป็นโรคที่เราสนใจได้มาก สาเหตุคือ
- คนวัยนี้มักจะทำงานจนไม่มีเวลาดูแลสุขภาพหรือไปตรวจร่างกายที่รพ. ส่งผลให้เกิด metabolic syndrome ได้ง่าย
- อาการของโรคตาม incidence มักเป็นในคนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป และส่วนใหญ่มักจะ asymptomatic หรืออาจมีอาการน้อย เช่น แค่น้ำหนักลด กินจุเฉยๆ ปัสสาวะมากเฉยๆ ที่ไม่ได้ทำให้ผู้ป่วย concern จนต้องมารพ. และบางครั้งอาจตรวจพบเป็นผลพลอยได้จากการเป็นโรคอื่นซะด้วยซ้ำ
- บางคนอาจมี sedentary lifestyle มานานจนมีอาการที่เป็นมากแล้วในตอนนี้ ซึ่งตอนที่อาการน้อยๆ ผู้ป่วยจะยังไม่ concern หรอก
5. คนที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการ
- อยู่ดูแลบ้านคนเดียว
- ต้องมีผู้ดูแลพาไป
- พิการ รวมไปถึงคนที่เป็นโรคจนเกิดสภาวะ bed-ridden ด้วย
- ไม่รู้จักสถานที่ให้บริการของเรา
- ต้องไปทำงานตอนกลางวันหรือมีธุระเร่งด่วนจนมาไม่ได้
- ไปทำธุระที่ต่างจังหวัด
รอติดตามค่ะ แล้วมาแลกเปลี่ยนกันนะคะ ว่ากลวิธีเชิงรุก เชิงรับ ในการคัดกรองเป็นยังไงบ้าง
พี่ว่าระบุชื่อสถานที่ 2 แห่งนั้น คนทั้งหมู่บ้านก็รู้จัก ตอง คอนเฟิร์มได้ ศึกษาชุมชนมาหลายเพลาแล้ว มั่นใจสิ
ปกติชุมชนนี้ใช้กลวิธีใดในการคัดกรองและผลเป็นอย่างไรคะ