น้ำตาลฆาตรกรเลือดเย็น

นำเรื่องราวเตือนภัยการบริโภคน้ำตาล ความหวานที่ทำให้อาหารอร่อยมาฝากค่ะ

 

"  งานวิจัยล่าสุด ที่นำเสนอในการประชุมสมาคมโรคหัวใจอเมริกัน ประจำปี ค.ศ. 2013 พบว่าการบริโภคน้ำตาลเกินความต้องการของร่างกาย อาจเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตกว่า 180,000 รายต่อปีทั่วโลก การบริโภคน้ำตาลเกินความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน ส่งผลให้น้ำตาลส่วนเกินเหล่านั้นสะสมอยู่ในร่างกายในรูปของไขมันไปพอกอยู่ ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย อันเป็นสาเหตุของโรคอ้วน และโรคไม่ติดต่อร้ายแรงต่าง ๆ อาทิโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และหลอดเลือด รวมถึงโรคมะเร็งบางชนิด ปัจจุบันทั่วโลกได้มีการบริโภคน้ำตาลมากขึ้นหลายเท่าตัว

สาเหตุที่ทำให้ผู้คนบริโภคน้ำตาลมากขึ้นคือ เครื่องดื่มผสมน้ำตาลชนิดต่าง ๆ อาทิ น้ำอัดลม น้ำหวาน เครื่องดื่มชูกำลัง รวมไปถึงน้ำผลไม้ ที่มีปริมาณน้ำตาลสูงเกินกว่าความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน และนั่นเป็นสาเหตุสำคัญของโรคร้ายแรงต่าง ๆ

ในการประชุมสมาคมโรคหัวใจอเมริกันประจำปี ค.ศ. 2013 ยังได้นำเสนอรายงานวิจัยที่กล่าวถึงการบริโภคน้ำตาล โดย ดร.กิตันชลี ซิงห์ (Gitanjali M. Singh, Ph.D.) หนึ่งในคณะผู้วิจัย ที่ระบุว่ามีประชากรอเมริกัน

กว่า 25,000 รายที่เสียชีวิตโดยมีสาเหตุเกี่ยวพันกับการบริโภคเครื่องดื่มผสมน้ำตาลมากเกินไป

ผู้ป่วย 133,000 รายที่เสียชีวิตจากโรคเบาหวาน

44,000 รายที่เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด

รวมถึง 6,000 รายที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งทั่วโลก

ต่างมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับการบริโภคเครื่องดื่มผสมน้ำตาลมากเกินความ ต้องการในแต่ละวัน ทั้งนี้ยังได้สรุปว่า 87% ของผู้เสียชีวิตอันมีผลจากการบริโภคเครื่องดื่มผสมน้ำตาลเหล่านี้ มาจากประเทศที่มีรายได้ปานกลางถึงรายได้ต่ำ มากกว่าประเทศที่มีรายได้สูง

ทั้งนี้รายงายวิจัยดังกล่าวได้วิจัยในกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ใหญ่เท่านั้น ในขณะที่เด็กทั่วโลกต่างบริโภคเครื่องดื่มผสมน้ำตาลในจำนวนที่มากขึ้น และมีภาวะโรคอ้วนเกิดขึ้นในเด็กมากขึ้นอย่างน่าเป็นกังวล และอาจจะส่งผลต่อประเทศต้องเสียงบประมาณในการดูแลผู้ป่วยที่เป็นโรคร้ายอัน เกิดจากการบริโภคน้ำตาลมากเกินไป และอาจจะส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากขึ้นในอนาคต

สำหรับในประเทศไทยนั้น นักวิจัยจากสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ระบุว่า ปัจจุบันคนไทยบริโภคน้ำตาลจากผลิตภัณฑ์อาหาร ขนม และเครื่องดื่มผสมน้ำตาล ถึงวันละ 88 กรัม (22 ช้อนชา) หรือเพิ่มขึ้น 2.3 เท่า ซึ่งมากเกินความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน

โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อโรคร้ายจากการบริโภคน้ำตาลมากที่สุด จึงให้คำแนะนำในการเลือกรับประทานอาหาร หรือเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยปริมาณน้ำตาลที่เหมาะสมในแต่ละวันนั้น องค์การอนามัยโลกได้กำหนดไว้ว่าไม่ควรเกินร้อยละ 10 ของปริมาณพลังงานที่ได้รับในแต่ละวัน

การบริโภคน้ำตาลในปริมาณที่พอเหมาะและไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายคือ ไม่เกินวันละ 40 กรัม (10 ช้อนชา) แต่ปริมาณแนะนำสำหรับคนไทยก็คือ ไม่เกินวันละ 24 กรัม (6 ช้อนชา) เผื่อไว้สำหรับการกินอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาลอยู่แล้วโดยไม่ทราบปริมาณ

ถึงแม้ว่าการบริโภคน้ำตาลเกินความต้องการจะส่งผลร้ายต่อร่างกาย แต่ด้วยเหตุผลทางการตลาดของผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มผสมน้ำตาลต่าง ๆ ที่มีการแข่งขันกันสูง บวกกับรสชาติที่หวานรับประทานได้ง่าย จึงทำให้คนไทยส่วนใหญ่ละเลยที่จะคำนึงถึงโรคร้ายที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองในอนาคต

ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่ควรจะเข้ามาควบคุมดูแลปริมาณน้ำตาลที่เหมาะสมในเครื่องดื่มต่าง ๆ ที่ขายอยู่ในท้องตลาด รวมไปถึงผู้ประกอบการเครื่องดื่มผสมน้ำตาลที่จะต้องรับผิดชอบต่อผู้บริโภค โดยการลดปริมาณน้ำตาลลง ให้ความรู้ทางโภชนาการที่เหมาะสม รวมไปถึงการให้คำเตือนถึงอันตรายของการบริโภคน้ำตาลมากเกินไปด้วย เค้กชิ้นสวย ไอศกรีมหวานเย็นฉ่ำ เครื่องดื่มแสนชื่นใจ แม้จะเป็นของโปรดของใครหลาย ๆ คน แต่หากเราเลือกสิ่งดี ๆ ให้กับตัวเอง ลดความหวานลงสักนิด ความสวย ความหวาน ความเย็นเหล่านี้ก็จะไม่เป็นภัยกับสุขภาพของเรา "

 

(ขอบคุณน้ำตาลฆาตรกรเลือดเย็น จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ คอลัมน์หมายเหตุประชาชน )

 

 

น้ำตาลทำให้อาหารอร่อย โดยเฉพาะขนมไทยของเรา ทั้งอร่อย ทั้งสวยงาม เพราะฉะนั้นที่เราเคยชอบ และกินต่อครั้งมากๆควรลดปริมาณลงให้พอเหมาะพอดีต่อสุขภาพ วัยของแต่ละคนนะคะ รวมทั้งน้ำต่างๆที่มีรสหวานบรรจุขวดสำเร็จรูปขายนั้นก็ต้องระวังเช่นกัน และที่สำคัญอีกอย่างคือ ผลไม้รสหวาน ผลไม้สุก ผลไม้เชื่อม แช่อิ่ม หรือแม้แต่กล้วยตากนั้นน้ำตาลสูงมากค่ะ

" กินแต่น้อยต่อครั้งเพื่อเราจะได้กินนานๆได้ตลอดไป ดีกว่า......

 กินครั้งละมากๆบ่อยๆแล้วเกิดโรคจนต้องงดสิ่งที่เราชอบตลอดไป  "

เด็กๆเดี๋ยวนี้เป็นโรคเบาหวานกันมากขึ้น ยิ่งน่าสงสารมาก ผู้ใหญ่บางคนเป็นเบาหวานยังควบคุมอาหารไม่ค่อยได้ แล้วเด็กๆจะคุมได้แค่ไหน ถึงแม้จะหักห้ามใจได้อยากแต่ขอให้ทุกคนพยายามนะคะ ลดอาหารหวานให้น้อยลง เพื่อสุขภาพที่ดีไม่มีโรค

 

ด้วยความปรารถนาดี  กานดา แสนมณี

วันเสาร์ที่ ๔ มกราคม พ.ศ ๒๕๕๗

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กานดา-นาฬิเก (รวมความรู้ ให้เกิดประโยชน์)

คำสำคัญ (Tags)#สุขภาพ#โรคเบาหวาน#น้ำตาล#กานดาน้ำมันมะพร้าว

หมายเลขบันทึก: 558220, เขียน: 04 Jan 2014 @ 20:43 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 5, ความเห็น: 3, อ่าน: คลิก


ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

...เด็กไทย ...กินไม่หวาน นะคะ ...

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันค่ะ

เขียนเมื่อ 

Thank you for this informative article.

Is it not time we rethink about the way we reward our children?

Giving them cakes, softdrinks, sweets, sugar loaded things when they do good is killing them!

Why do we KILL our GOOD CHILDREN?